สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

พนิช วิกิตเศรษฐ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการบุคลากรของกรุงเทพมหานคร โดยเสนอการจัดตั้งคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร และขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมก็ต้องขออนุญาตแสดงความคิดเห็น แล้วก็ แสดงความชื่นชมต่อทางคณะรัฐบาล ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ผู้ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในวันนี้ ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครเปึนหน่วยงานที่เปึนลักษณะที่มีความพิเศษเปึนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษที่มีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลประชากรอย่างพวกเราที่อยู่ ในห้องนี้ และที่เดินทางไปมาจากปริมณฑลเข้ามาในกรุงเทพมหานครมากกว่า ๑๐ ล้านคน จริง ๆ แล้วตามทะเบียนบ้านมีอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่คนที่เดินทางเข้าไปต่อวัน หรือที่ไม่ได้มีทะเบียนบ้าน กรุงเทพมหานครต้องดูแลมากกว่า ๑๐ ล้านคน ดังนั้นเรื่องของ บุคลากรของกรุงเทพมหานครนั้นจึงมีความสําคัญอย่างยิ่ง และที่สําคัญมากไปกว่านั้น ท่านประธานครับ ตามกฎหมายขั้นตอนการกระจายอํานาจก็ได้มีภารกิจต่าง ๆ ประมาณ อีก ๙๘ ภารกิจที่ทางส่วนกลางได้กระจายอํานาจมาสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่ง ณ ตอนนี้ มีที่โอนไปแล้ว ๓๖ ภารกิจ และอยู่ในช่วงที่ระหว่างการโอนอีกประมาณ ๖๒ ภารกิจ ซึ่งในภารกิจหนึ่งที่มีความสําคัญมากก็คือ ในเรื่องของการดูแลเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเปึนการดูแลเรื่องของน้ําท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดังนั้นภารกิจต่าง ๆ ที่มี การเพิ่มขึ้นจึงมีความสําคัญมากต่อข้าราชการกรุงเทพมหานครที่จะต้องมีหน้าที่ดูแล ให้การบริการประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วมากกว่า ๑๐ ล้านคน ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะ ที่ได้เคยทํางานที่กรุงเทพมหานครต้องขออนุญาตเปรียบเทียบกรุงเทพมหานครครับว่า หลายคนอาจจะเห็นและคาดหวังว่ากรุงเทพมหานครนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข ทุกเรื่อง จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขทุกปัญหา แต่ผมเรียนครับท่านประธาน กรุงเทพมหานครเหมือนยักษ์ที่อาจจะขาดกระบอง ความหมายของผมก็หมายความว่า นอกจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้ว มีบางอย่างที่กรุงเทพมหานครได้รับการคาดหวัง จากประชาชนแต่ไม่สามารถทําได้ เพราะไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นสิ่งสําคัญวันนี้ผมคิดว่าข้าราชการ ที่มีจํานวนมากลูกจ้างที่มีจํานวนมากของกรุงเทพมหานคร หรือถ้าเปึนตัวเลขก็ประมาณ ๙๗,๐๐๐ ท่านที่ทํางานให้กับกรุงเทพมหานครนั้นก็ไม่สามารถที่จะละเลย ดังนั้นสิ่งสําคัญ ที่สุดก็คือว่า ในแง่ของการบริหารจัดการบุคลากรนั้นเราเองก็คงจะต้องให้ความสําคัญกับ บุคลากรเหล่านี้ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารราชการ ของกรุงเทพมหานคร ถ้าจะแยกนะครับท่านประธาน ในส่วนของข้าราชการนั้นจะมีอยู่ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ท่าน ลูกจ้างประมาณ ๕๗,๐๐๐ ท่าน ในลูกจ้างนั้นก็จะประกอบ ไปด้วยลูกจ้างที่เปึนลูกจ้างประจํา ๔๑,๐๐๐ ท่าน ลูกจ้างชั่วคราวอีก ๑๖,๐๐๐ ท่าน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในปัจจุบันการบริหารราชการบุคลากรของกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๘ ว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการ ป้พุทธศักราช ๒๕๒๘ ได้กําหนดว่า ระเบียบข้าราชการพลเรือนจะต้อง นํามาใช้แก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครก็คือ พระราชบัญญัติบริหารราชการพลเรือน ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งปัจจุบันกรุงเทพมหานครยังไม่ได้นํามาใช้ ในกรณีนี้ก็หมายความว่า กรุงเทพมหานครยังใช้ระบบเดิมคือเปึนระบบที่เรียกว่า ระบบซี ซึ่งก็คงจะต้องมี การปรับเปลี่ยนมาเปึนระบบที่เราเรียกว่า ระบบที่มีตําแหน่งยกเลิกระบบซี แล้วก็มาเปึน ระบบแท่ง ซึ่งมีอยู่ ๔ ประเภทด้วยกัน ก็คือ ในส่วนของข้าราชการประเภททั่วไป วิชาการ อํานวยการ และนักบริหาร ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับการบริหารงานปัจจุบันของ ข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ซึ่งจะเห็นความแตกต่างระหว่าง ในระบบซี กับในระบบที่เรียกว่าเปึนระบบแท่ง ซึ่งบัญชีเงินเดือน ยกตัวอย่าง เช่น ข้าราชการพลเรือนสามัญที่เปึนอํานวยการระดับต้น เงินเดือนปัจจุบันเต็มขั้นอยู่ที่ ๕๐,๕๕๐ บาท ซึ่งในตําแหน่งนี้เทียบเท่ากับข้าราชการ กรุงเทพมหานครที่เราเรียกว่า ระดับ ๘ หรือระดับผู้อํานวยการกอง ซึ่งเต็มขั้นอยู่ที่ ๔๗,๔๕๐ บาท ซึ่งในส่วนต่างนี้จะเห็นว่ามีอยู่ที่ประมาณ ๓,๑๐๐ บาท ซึ่งเพื่อให้เกิด ความเปึนธรรมครับ ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะสามารถช่วยให้ในแง่ของ ตัวเงินเดือนข้าราชการกรุงเทพมหานครได้มีการปรับระดับที่สูงขึ้น ท่านประธานครับ ประกอบกับมาตรา ๒๘๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่กําหนดให้งานบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกรณีที่มีการบรรจุและพ้นจากการเปึนราชการ ต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเปึนองค์กรกลางที่ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นนั้น รวมต้องมีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของราชการ ส่วนท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้จําเปึนและเปึนผลดีที่จะเกิดขึ้นให้กับข้าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้าข้อบัญญัตินี้ได้รับการสนับสนุนและมีการผ่าน สิทธิและประโยชน์ของข้าราชการจะได้ เท่าเทียมและได้มีเพิ่มขึ้นตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว

ในส่วนที่ ๒ ลูกจ้างของกรุงเทพมหานครในแง่ของการกําหนดบุคลากร ประเภทอื่น ๆ จะได้สามารถมีเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านรัชฎาภรณ์ก็ได้พูดไปแล้วนะครับ

ขออนุญาตอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ในส่วนที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีความสําคัญมากก็คือคณะกรรมการ ก.ก. หรือที่เราเรียกว่าคณะกรรมการข้าราชการ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีโครงสร้างที่จะเปลี่ยนจากระบบไตรภาคี หรือประกอบไปด้วยผู้แทน จาก ๓ ส่วน มาเปึนระบบจตุภาคี ซึ่งประกอบไปด้วย ๔ ส่วน คือให้มีผู้แทนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ให้มีผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนราชการส่วนท้องถิ่น รวมไปถึง ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีจํานวนเท่ากัน ซึ่งผมเห็นด้วยว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ให้เกิดมี การกระจายความรู้ความสามารถของผู้ที่จะเข้ามาเปึนคณะกรรมการ แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกตที่ผมคิดว่ามีความสําคัญในเรื่องของการบริหารบุคลากร และเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ ก็คือว่าผู้ที่จะมาดํารงตําแหน่งเปึนประธานคณะกรรมการ ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรของกรุงเทพมหานครหรือ ก.ก. นี้ ซึ่งที่ผ่านมา ผมคิดและอยากจะเปึนข้อสังเกตฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีครับว่าจริง ๆ แล้วเรา ควรที่จะมาพิจารณาดูบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในคณะกรรมการชุดนี้ ในฐานะที่มีหน้าที่ดูแลองค์กรของกรุงเทพมหานครโดยตรงครับ ซึ่งที่ผ่านมาผมกล้าเรียนว่า มีปัญหาในส่วนของการที่ท่านมีบทบาทหน้าที่ในส่วนของคณะกรรมการชุดนี้

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะขออนุญาตให้การสนับสนุน และโดยการยกเปึนข้อสังเกตก็คือว่าในแง่บุคลากรที่ได้เอ่ยมาว่ามีมากกว่า ๙๗,๐๐๐ ท่าน ที่ทํางานให้กับกรุงเทพมหานคร ผมเชื่อว่ากรุงเทพมหานครควรจะมีมาตรการที่ดูแลควบคุม ปริมาณการขยายตัวหรือเพิ่มขึ้นของข้าราชการกรุงเทพมหานครไม่ให้มีมากจนเกินไป เมื่อเทียบกับภารกิจ ในขณะเดียวกันเราควรจะหาแนวทางมาตรการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ของข้าราชการเหล่านั้นไม่ให้มีการซ้ําซ้อน และสําคัญที่สุดให้มีความเข้าใจถึงการให้บริการ ประชาชนคือหัวใจหลักของการทํางานที่กรุงเทพมหานคร กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน