สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

รัชดา ธนาดิเรก ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ..... มีข้อดีในการปรับปรุงและแก้ไขข้อจำกัดในพระราชบัญญัติเดิมที่ไม่ครอบคลุมทุกประเภทของบุคลากรกรุงเทพมหานคร และเนื้อหาบางส่วนยังขาดความทันสมัย โดยเห็นคุณค่าของกฎหมายที่ส่งเสริมการบริหารงานทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลที่ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนการปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๒ ร่างพระราชบัญญัติที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ยังมีข้อจํากัดตรงที่ไม่ได้ครอบคลุมทุกประเภท ของบุคลากรกรุงเทพมหานคร และเนื้อหาบางส่วนก็ยังขาดความทันสมัยเมื่อเทียบกับ พระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งได้มีการปรับแก้จากฉบับเดิม ป้ ๒๕๔๗ หรือ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งก็ได้มีการปรับแก้แล้ว เมื่อป้ ๒๕๕๑ แล้วก็อีกฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ของสถาบันอุดมศึกษา ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งก็ได้ปรับแก้จากป้ ๒๕๔๗ ที่ดิฉันเห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพราะดิฉันเห็นว่าจะเปึนประโยชน์ต่อการบริหาร บุคลากรกรุงเทพมหานครนับแสนคนทีเดียว ปัจจุบันนี้ถ้าว่ากันไปตามจริงแล้ว ประเภทของบุคลากรในกรุงเทพมหานครมีอยู่ ๓ ประเภทหลักก็คือข้าราชการสามัญ ข้าราชการครู และข้าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ส่วนหนึ่งก็คือเตรียมพร้อมที่จะย้ายไป สังกัดสถาบันอุดมศึกษา เพราะว่าสภาแห่งนี้ก็ได้ผ่านพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครแล้ว แต่ด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ใช้อยู่ปัจจุบันครอบคลุม เฉพาะข้าราชการกรุงเทพมหานครสายสามัญ แล้วก็ข้าราชการครู จึงทําให้ไม่มีความชัดเจน ในเรื่องของภาระ หน้าที่ หรือว่าโอกาสในความก้าวหน้าของบุคลากรส่วนหนึ่ง ซึ่งในอนาคต จะต้องอยู่ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้จะเปึน พื้นฐานในการกําหนดแนวทาง และการครอบคลุมของวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคล ในส่วนที่จะไปดูแลมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครอย่างยิ่ง ในส่วนของมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีบุคลากรจํานวนมากที่เปึนสายวิชาการ แต่ ณ ปัจจุบันนี้บุคลากรที่อยู่สายวิชาการภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานครมีข้อจํากัด หรือว่ามีโอกาสในความเจริญก้าวหน้าสายวิชาการน้อยกว่าบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ ในมหาวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยในสังกัดของรัฐอยู่มากทีเดียว ในเรื่องของความก้าวหน้า ในสายวิชาการ ภาระงาน หน้าที่ เพราะว่าในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานคร ณ ปัจจุบันนี้ไม่ได้กําหนดไว้ ดังนั้นดิฉันเชื่อมั่นว่าร่างฉบับใหม่ ที่จะเกิดขึ้นจะเปึนแนวทางและเปึนเครื่องมือที่จะขับเคลื่อนให้บุคลากรสายวิชาการ ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ พระราชบัญญัติที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ไม่ได้ครอบคลุม บุคลากรประเภทพนักงานและลูกจ้างทั้งชั่วคราวและประจํา ดังนั้นทําให้กลุ่มพนักงาน ลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างประจํา ไม่ได้รับความคุ้มครองและบทบาทภาระหน้าที่ที่ต้อง ปฏิบัติก็ไม่ชัดเจนทําให้การบริหารจัดการ หรือการต่อสัญญาให้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ เปึนส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานครมีปัญหานะคะ เพราะฉะนั้นในร่างฉบับใหม่ก็มีกําหนด คํานิยามของคําว่า พนักงานและลูกจ้าง ดิฉันเชื่อว่าจะสร้างความเปึนธรรมให้กับบุคลากร ประเภทนี้ได้เปึนอย่างยิ่งค่ะ

อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้ได้แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ต้องการจะรักษาระบบคุณธรรมในการบริหาร ราชการของกรุงเทพมหานคร โดยการที่กําหนดให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ซึ่งจะทําหน้าที่ดูแลและพิทักษ์คุณธรรมในการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ผ่านมานะคะ หลายหน่วยงานโดยเฉพาะ ก.พ. ได้เน้นย้ําในเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ต้องให้ ความเปึนธรรม ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ แต่ด้วยข้อกฎหมายยังไม่ได้มี คณะกรรมการที่ชัดเจนว่าใครจะมาดูแลรับผิดชอบในเรื่องการพิทักษ์คุณธรรมให้เกิดขึ้น ในการบริหารราชการบุคคล จึงทําให้ยังเปึนข้อด้อยในส่วนนี้ของกรุงเทพมหานคร ถ้าหากว่ามีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมขึ้นแล้ว ดิฉันคิดว่าการบริหารงาน ทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครน่าจะส่งเสริมให้ข้าราชการได้รับความเปึนธรรม มากขึ้นนะคะ และการบริหารจัดการจะเปึนไปตามหลักความรู้ ความสามารถ และความเสมอภาคในโอกาส อีกทั้งยังให้โอกาสกับข้าราชการที่บางครั้งยังมีความรู้สึกว่า การที่เขาถูกลงโทษ ถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการนั้น ถ้าคิดว่าไม่ได้รับ ความเปึนธรรมก็มีโอกาสที่จะร้องเรียน ร้องทุกข์ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้

ประเด็นสุดท้าย ที่ดิฉันคิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสําคัญมาก ก็คือส่งเสริมให้การบริหารงานทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครเปึนไปตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๖๔ ที่เป่ดโอกาส ให้บุคคลทั่วไปได้รวมกลุ่มกันเปึนสหภาพเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ได้ ในชั้นนี้ พ.ร.บ. นี้ก็ได้กําหนดให้เสรีภาพแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกับ บุคคลทั่วไปในการที่จะรวมกลุ่มแสดงออกตามความคิดเห็น แต่จะต้องไม่กระทบ ต่อการให้บริการของประชาชน ดังนั้นโดยสรุปดิฉันเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีความสําคัญต่อการบริหารงานบุคลากรกรุงเทพมหานครเปึนอย่างยิ่ง จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ชีวิตที่จะดูแลพี่น้องกรุงเทพมหานครแล้วก็พี่น้องประชาชนอื่น ๆ ที่มาใช้ชีวิต อยู่ในกรุงเทพมหานคร ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ที่จะเกิดขึ้นก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร ถ้าการบริหารงานบุคลากรไม่ดีคุณภาพงานออกไปก็คงจะไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้นอกจากจะเปึนประโยชน์ต่อบุคลากร กทม. เองแล้ว สุดท้าย จะยังเปึนประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ