ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ..... โดยเห็นควรสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเฉพาะสำหรับราชการส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์พิเศษ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการกรุงเทพมหานคร การปรับปรุงแก้ไขคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานคร การคัดเลือกกรรมการกฤษฎีกาแห่งกรุงเทพมหานคร และการตรากฎหมายเกี่ยวกับการสร้างระบบถ่วงดุลอำนาจ เพื่อส่งเสริมประโยชน์ต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ตามที่คณะรัฐมนตรีโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ในวาระรับหลักการ
ท่านประธานที่เคารพครับ เท่าที่ผมได้ฟังหลักการและเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรี และเพื่อนสมาชิกได้เสนอก็เห็นควรอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากมีความจําเปึนที่จะต้องมีกฎหมายเฉพาะสําหรับราชการส่วนท้องถิ่นที่มีความเปึน ท้องถิ่นพิเศษเช่นกรุงเทพมหานครก็เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่จําเปึนต้องมี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้พยายามตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ถือว่า เปึนร่างพระราชบัญญัติเฉพาะของส่วนราชการที่เราเรียกว่าส่วนท้องถิ่น
ประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตฝากไปยังท่านรัฐมนตรี หรือกรรมาธิการจะพิจารณาในวาระที่สอง ความไม่ชัดเจนในการเชื่อมโยงระหว่างที่มา ของเงินเดือนหรือเงินค่าตอบแทนของคนที่เปึนข้าราชการกรุงเทพมหานครหรือพนักงาน กรุงเทพมหานครหรือบุคลากรที่จะต้องมาทํางานให้กับกรุงเทพมหานคร เท่าที่ผม ตรวจสอบดูลักษณะการเชื่อมโยงอาจจะขาดความชัดเจนในตัวรายมาตรา ท่านเขียนไว้ครับ กรณีเรื่องของบําเหน็จบํานาญเขียนไว้ กรณีเงินเพิ่มพิเศษเขียนไว้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่จะต้องมี ความชัดเจนก็คือว่าเงินเดือนหรือเงินค่าตอบแทนที่ควรได้ ท่านจะยึดหลักอย่างไร จะเหมือน ก.พ. เหมือน ก.ค. เหมือน ก.ตร. หรือเหมือน ก อื่น ๆ ที่เขามีกฎหมาย เฉพาะของเขา แล้วเขาสามารถที่จะเขียนเชื่อมโยงกับฐานเงินเดือนของหน่วยงาน ของรัฐอื่น ที่ผมเสนออย่างนี้เนื่องจากว่ามีประเด็นปัญหาอยู่เช่น ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา มีกฎหมายเฉพาะเรื่องการบริหารบุคคลของตัวเอง มีคณะกรรมการบริหารบุคคลของตัวเอง แต่ว่าสิ่งที่เปึนปัญหาคือเวลามีการขึ้นฐานเงินเดือน ของราชการส่วนอื่น ๆ เช่นข้าราชการพลเรือนเขาขาดโอกาสที่จะได้รับการยกฐาน เงินเดือนขึ้นไป เช่นในรอบแรกเขาเสียโอกาสไปร้อยละ ๕ ของเงินเดือนของตัวเอง ถึงแม้มติคณะรัฐมนตรีในช่วงหลังจะปรับเปึนร้อยละ ๘ ในการที่จะขึ้นรอบใหม่ แต่เขาก็ บอกว่าเขาเองขณะที่ข้าราชการพลเรือนขึ้นไปร้อยละ ๑๓ หรือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ เขาได้ขึ้น แค่ ๘ อันนี้ก็เปึนมุมมองว่าจะเปึนความบกพร่องของการบริหารจัดการหรือเปึน ความบกพร่องคณะกรรมการหรือไม่ อย่างไร อันนั้นก็เข้าไปดู ผมเพียงแต่ยกเปึน อุทาหรณ์ ยกเปึนตัวอย่างว่าในการเชื่อมโยงของ ก.ก. ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานครจะมีโอกาสเชื่อมโยง อย่างไรไม่ให้ตกหล่นในส่วนนั้น
ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับที่ต้องสนับสนุนและน่ายินดีอย่างยิ่งก็คือ ที่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็กฎหมายที่ตราขึ้นมารองรับเรื่องคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ที่ท่านเขียนไว้ และมีหมวดเฉพาะเรื่องคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม เรียก ก.พ.ค. ตัวย่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ คณะกรรมการ ชุดนี้น่าจะมีบทบาทมีความสําคัญ เรื่องของการที่จะเข้าไปดูแล เรื่องของระบบคุณธรรม ระบบการบริหารงานบุคคลของแต่ละส่วนราชการ โดยเฉพาะส่วนราชการที่เปึนท้องถิ่น ที่มีความเปึนอิสระในการบริหารจัดการ มีกฎหมายเฉพาะของตนเองก็ยิ่งมีความจําเปึน ระบบราชการรวมตัวอย่างมีให้เห็นชัดเช่นของกระทรวงมหาดไทย เผอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ นั่งอยู่ตรงนี้ ผมก็ต้องกราบขอบคุณท่านนะครับ ที่กระทรวงมหาดไทยเองพยายามแสดงออกถึงสถานะ และบทบาท อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของกระทรวงมหาดไทย ให้เห็นเปึนตัวอย่าง ก็เปึนที่รู้จักกันพอสมควรนะครับว่าคณะกรรมการชุดนี้น่าจะมี ความสําคัญต่อระบบงานบริหารบุคคลของส่วนราชการต่าง ๆ นั้นคือตัวอย่าง เทียบเคียง มาที่กรุงเทพมหานครยิ่งมีความจําเปึนเนื่องจากเปึนท้องถิ่นครับ มีกฎหมายเฉพาะตนเอง มีระบบงานบริหารบุคคลของตนเองนะครับ มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายบัญญัติภายใต้ การกํากับของรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรี นี่คือความเปึนอิสระในการบริหารจัดการ ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตเรื่องของที่มา อํานาจหน้าที่ ตลอดจนกลไกการทํางาน ของคณะกรรมการชุดนี้ แนวคิดท่านให้อํานาจหน้าที่เขานะครับ เพื่อที่จะเปึนผู้ที่จะให้ คําปรึกษาข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการและบุคลากรของกรุงเทพมหานครที่เรียกว่า ก.ก. ให้ข้อเสนอแนะ มีการให้อํานาจหน้าที่ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๕๙ ที่ท่านเขียนไว้พิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ตามมาตรา ๖๓ ที่เขียนไว้ แล้วก็พิจารณา เรื่องการคุ้มครองระบบคุณธรรมตามมาตรา ๖๕ ที่เขียนไว้นะครับ รวมทั้งการออกกฎ ออกระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการทํางานของ ก.พ.ค. หรือคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ถ้าเรามีกรรมการชุดนี้ขึ้นมาแล้วเขามีความเปึนอิสระ จากการทํางานของระบบบริหารงานบุคคลของกรุงเทพฯ ผมเชื่อว่ากรรมการชุดนี้ มีประโยชน์ แต่ขณะนี้ในกฎหมายฉบับนี้กรรมการมาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการ ซึ่งท่านกําหนดไว้ว่าจะต้องเปึนศาลปกครอง ประธานศาลปกครองสูงสุดเปึนประธาน รองประธานศาลฎีกาที่ได้รับมอบหมาย นี่คือกรรมการคัดเลือก คัดเลือกมา ๕ คนจาก ผู้มีคุณสมบัติมาเปึนผู้ทํางานเต็มเวลา แต่ว่าสํานักงานอยู่ที่สํานักงานของ ก.ก. คือ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครแล้วก็บุคลากรของกรุงเทพมหานคร มีท่านเลขานุการของ กปค. นี้เปึนหัวหน้าสํานักงานของ กก. นั่นหมายความว่าสถานที่ ทํางาน กลไกการทํางาน โดยเฉพาะเรื่องธุรการที่ผูกยึดผูกโยงกับ ก.ก. ผมเพียงแต่ตั้ง ข้อสังเกตว่าอย่างนี้เขาจะมีความเปึน ผมไม่กล้าใช้คําว่า เปึนอิสระครับ มีความเปึน ตัวของตัวเองตามอํานาจหน้าที่ในการที่จะตรวจสอบทัดทานหรือเข้าไปขัดแย้ง เรื่องระบบคุณธรรมของการบริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานครได้หรือไม่ ถ้ายังไป ผูกยึดผูกติดอยู่อย่างนี้ ท่านครับ ถ้าเปึนไปได้กรรมการชุดนี้ควรจะมีสํานักงานเลขาธิการ เปึนของตนเอง เลขาธิการที่เข้ามาทํางานให้เปึนฝ์ายธุรการก็ควรจะมีที่มาที่ไปซึ่งแตกต่างจาก ก.ก. จริงอยู่มันมีความเชื่อมโยงเข้า ก.ก. อันนั้นคือความเชื่อมโยงที่สามารถสื่อสารกันได้อยู่แล้ว ไม่จําเปึนต้องเอาหัวหน้าสํานักงาน ก.ก. มาเปึนเลขาธิการของ กปค. ในความเห็นและ มุมมองของผม เพราะว่ากรรมการชุดนี้อย่างไรก็แล้วแต่โดยอํานาจหน้าที่ที่ให้เสมือนเปึน ผู้ตรวจสอบการบริหารงานบุคคลของ ก.ก. ถ้า ก.ก. ทําแล้ว ท่านให้อํานาจเขาวินิจฉัย อุทธรณ์ ให้อํานาจเขาในการที่จะดูเรื่องคุณธรรม ถ้ากรรมการชุดนี้ไปผูกยึดผูกโยงกับ ก.ก. แล้วผมเชื่อว่าความเปึนอิสระเรื่องของดุลยพินิจต่าง ๆ น่าจะมีความขัดข้องก็ฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามีความเปึนไปได้หรือไม่ที่จะมีโอกาสปรับปรุงแก้ไข ในชั้นคณะกรรมาธิการนะครับ หารูปแบบที่ดีที่สุดให้เขามีความเปึนอิสระในการใช้ อํานาจหน้าที่ของเขา นั่นกรณีที่ ๑ ครับ
กรณีที่ ๒ ที่มา ท่านประธานครับ ท่านเขียนคุณสมบัติเอาไว้ข้อ ๑ ข้อ ๒ ผมไม่ติดใจครับ อายุต่ํากว่า ๔๐ ป้ อายุไม่เกิน ๗๐ ป้บริบูรณ์ไม่ได้ติดใจ แต่สิ่งหนึ่ง ท่านเขียนไว้ในคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมีวงเล็บตั้งแต่ (ก) ถึง (ฉ) ผมอ่านเปึนตัวอย่าง สักกรณีหนึ่ง เช่น เปึนหรือเคยเปึนกรรมการกฤษฎีกา รับราชการหรือเคยรับราชการ ในตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือเทียบเท่าตามที่ ก.ก. กําหนด คนเหล่านี้จะเข้ามา ๕ คนนี่ ใน (ก) ถึง (ฉ) อาจจะเปึนวงเล็บเดียวก็ได้ถ้าเขียนอย่างนี้ จะเปึน (ฉ) ทั้ง ๕ คนก็ได้ ผมก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านต้องการความหลากหลายของ ก.พ.ค. หรือไม่ ต้องการความรู้ความสามารถ ต้องการ ที่มาที่ไปต้องการประสบการณ์เขาหรือไม่ เช่นอย่างน้อย ๑ คนต้องมาจากอดีตของ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างนะครับ อย่างน้อย ๑ คนน่าจะเปึนผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายหรือการปกครอง ผมยกตัวอย่าง ถ้าท่านต้องการ อย่างนั้น จริงอยู่ในมาตรา ๓๐ ท่านเขียนว่า หลักเกณฑ์และวิธีการการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครให้เปึนไปตามที่คณะกรรมการคัดเลือกกําหนด ท่านอาจจะไป ออกกฎเกณฑ์ตรงนั้นก็ได้ว่าในคนที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกควรจะมาจาก หลากหลาย อันนั้นกําหนดไว้ในหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนดให้ก็ได้ แต่ถ้าท่านสามารถ จะเขียนไว้ในกฎหมายมันมีที่มาที่ไปชัดเจน แบ่งแยกเปึนสาขาได้ไหมว่า ๕ คน เหมือนกับ ท่านให้โอกาสผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปเปึนกรรมการใน ก.ก. ท่านยังสามารถระบุแบ่งแยก สาขาได้ กฎหมายอื่นเราก็แบ่งแยกสาขา สาขาเชี่ยวชาญด้านนั้นด้านนี้ก็กําหนดไป ถ้ากําหนดอย่างนี้ไว้ในกฎหมายแล้วให้จํานวนที่มากกว่า โดยที่ ก.พ.ค. เขาก็ไปกําหนด กรรมการคัดเลือกไปกําหนดเองว่าจะเอาเท่าไรกี่เท่าของ ๕ คน ก็สามารถที่จะสรรหา หรือคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติมีคุณวุฒิเข้าไปเปึน ก.พ.ค. ของกรุงเทพมหานครที่น่าจะ ทํางานตามอํานาจหน้าที่นี้ได้ดีกว่า ผมฝากเปึนประเด็นในชั้นของกรรมาธิการ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านกํากับดูแลส่วนท้องถิ่นตรงนี้อยู่
ท่านประธานที่เคารพครับ โดยภาพรวมแล้วก็เห็นด้วย ข้อสังเกตที่ผมเสนอไป อาจจะไม่ชอบด้วยการตรากฎหมายนัก แต่ผมคิดว่าสิ่งที่มีความจําเปึน เรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมเปึนเรื่องใหม่ ก็อยากให้ชุดนี้เข้ามาถ่วงดุลมาคานอํานาจ ที่เรามอบให้กับกรรมการที่เขาเปึนคณะกรรมการบริหารงานบุคคลขององค์กรใด องค์กรหนึ่งหรือองค์การใดองค์การหนึ่งไป เราเองเปึนผู้ออกกฎ ออกระเบียบไปให้ แต่สิ่งที่สามารถจะถ่วงดุลได้ต้องสร้างระบบให้เขา ผมยินดีที่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ก็หวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ นะครับ เพราะมีข้าราชการกรุงเทพฯ มีพนักงานของกรุงเทพฯ เข้าไปดูแลภายใต้ตัวบทกฎหมาย ที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ