วิทยา บุรณศิริแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบความบกพร่องของหน่วยงานที่ดูแลประชาชน และไม่ควรตราพระราชบัญญัติหากหน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใคร่ขอแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติทั้งสาม แล้วก็จะใช้เวลากระชับ ประเด็นจะไม่ให้ซ้ํากับหลาย ๆ ท่าน ที่แสดงความคิดเห็นนะครับ ก็ขออนุญาตนําเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง ก็เรียนตามตรงว่าข้อเท็จจริงแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ตาม มาตรา ๖๑ วรรคสองก็ตาม ผมเองก็ยังมีความเห็นต่างในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ต่อร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ผมคิดว่าสมาชิกในซีกของพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่หลายท่านได้อภิปรายก็เห็นด้วย แต่ประเด็นที่เห็นต่างก็คือต้องยอมรับนะครับว่าหน่วยงานราชการ ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ กํากับดูแล ผมเองได้สอบถาม สคบ. นะครับว่าการดูแลพี่น้องประชาชนในซีกของการคุ้มครอง ผู้บริโภค ท่านต้องตรวจสอบนะครับว่าความบกพร่องเหล่านั้นมันเกิดขึ้นหรือไม่ ได้มีการสอบถามผู้มาชี้แจงโดยเฉพาะหน่วยงาน ซึ่งผมเรียนตามตรงว่าน่าเห็นใจครับ ผมว่าพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะร่างของประชาชนที่เสนอเข้ามาก็เปึนร่างที่เปึนไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ วรรคสอง การร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมานั้นผมคิดว่า ล้อกันมาหมดก็คือเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่เราได้ดูแล้วก็ติดตามดู ผมเองอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีที่จะตอบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีต้องมีความเห็นว่าเกิดความบกพร่องอะไรกับหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะ สคบ. ถ้าเกิดผู้บริโภคตั้งแต่ลืมตาอ้าปากเปึนเด็กได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าเรื่องอาหารการกิน นมถ้ามีส่วนผสมของเมลามีนเกินกว่าเด็กได้บริโภคท่านให้การคุ้มครอง พอโตขึ้นมา มีเสื้อผ้าใส่ไม่ได้รับการดูแล ได้รับผลกระทบจากการที่เปึนผู้บริโภคสิ่งที่ไม่ดีเข้าไป รัฐดูแลหมด ตั้งแต่ยันเขาเองได้เข้าทํางาน พูดง่าย ๆ ว่ามีชีวิตประจําวันถ้าดูแลจนครบ ผมยืนยันเลยครับ ไม่ต้องตราพระราชบัญญัติขึ้นมาเลย อันนี้รัฐมนตรีน่าจะเอาไปพิจารณานะครับว่า การตราพระราชบัญญัติแต่ละครั้งนั้น ผมเรียนตามตรงว่าเกิดจากการที่กลไกของรัฐ โดยเฉพาะส่วนราชการของรัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่ สิ่งนี้ผมเองเห็นต่าง ต้องเรียนผ่านท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ถ้าเราตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภค ถึงแม้เราจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แต่ สคบ. ก็ยังอยู่ครับ เราต้องแบก ภาระเหล่านี้เยอะมาก ต้องเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านองอาจนั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าเปึนแบบนี้บ่อย ๆ เข้าแย่ครับ เพราะอะไร สคบ. ก็ยังอยู่และทําหน้าที่ ที่เราเห็นต่างตรงที่ว่าร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคท่านจะมาทําหน้าที่อะไร ท่านลองดูท่านจะได้อะไร สคบ. กลายเปึนเด็กปัญหาอ่อนต้องรอหรือครับ รอให้ประชาชนไปชี้ไปนําไปร่างให้เปึน กฎหมายอย่างนั้น ไปชี้ว่าสิ่งนี้ได้รับผลกระทบโดยที่ท่านเปึนหน่วยงานท่านไม่รู้หรือ อันนี้ ก็ต้องมองไปถึงท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีว่าเราเข้มงวดอย่างไรกับการดูแล ประชาชน งบประมาณเขาไม่มี เขาขาด สคบ. ต้องตอบสิครับว่าท่านขาดงบประมาณ ก็บอกท่านนายกรัฐมนตรี มาตรฐาน มอก. ออกกันให้เกลื่อนหมด เครื่องไฟฟัาไปดูสิ ๓ มาตรฐานยิ่งกว่าการเมืองอีกที่ว่ามี ๒ มาตรฐานในเรื่องของความยุติธรรม หรือไม่มี มาตรฐานเลย อันนี้ท่านยิ้ม ผมว่าสิ่งเหล่านี้ต้องไปทบทวนว่าประชาชนหรือผู้บริโภค กําลังได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลอย่างไรบ้าง สิ่งนี้ละครับที่ผมอยากจะบอกว่า ให้นายกรัฐมนตรีไปทบทวนว่าทําไมรัฐธรรมนูญต้องมาบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๑ (๒) ก็เขียนไว้ว่าต้องมี ต้องมีทําไม ต้องมีเพราะว่าหน่วยงานของรัฐไม่ขับเคลื่อนในการดูแล พี่น้องประชาชน อันนี้สําคัญนะครับ ภาษีของประชาชนถูกใช้จ่ายแบบนี้ ผมว่าในอนาคต ยิ่งมากขึ้น ต้องฝากท่านประธานครับ เราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ บางทีตรากฎหมาย มาก ๆ เข้าลําบากครับ ถามท่านรัฐมนตรีครับว่าท่านมีการฟังความคิดเห็นหรือเปล่า ผลออกมาเปึนอย่างไรถึงต้องตราพระราชบัญญัติพรรค์นี้ ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้ ก็บอกให้แก้ทําไมไม่แก้ล่ะ คนร่างมันไม่ได้มาเปึนผู้บริหาร พอมาเปึนผู้บริหารเราก็พบ ปัญหาเหล่านี้ และหน่วยงาน สคบ. ก็ยังอยู่อีก และยังแถมแก้กฎหมาย สคบ. สคบ. ก็ถือดาบ แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้ให้อะไรนอกจากคณะกรรมการในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นมีหน้าที่ตามที่เขียนไว้ แต่ไม่สามารถที่จะเปึนดาบ ของตัวเองที่ไปฟาดฟันหรือทําให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ก็ต้องอาศัย สคบ. อีก ค่าใช้จ่ายสูงครับ ได้สอบถามแล้วว่าค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการตามสัดส่วน ที่จะต้องเกิดขึ้นมีเท่าไรต้องไปกําหนดกันเอง ผมไม่เสียดายเงินหรอกครับ แต่ผมเสียดายว่า ความเทอะทะความใหญ่โตที่มันจะเกิดขึ้น ภาระภาษีของพี่น้องประชาชนจะต้องไปอยู่กับ ความไม่สนใจในเรื่องการปฏิบัติงานของผู้บริหารของประเทศอย่างนั้นหรือครับ นี่เปึน สิ่งที่ผมขอแสดงความคิดเห็นที่เห็นต่าง คําว่า ไม่เห็นด้วยของผม ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยให้มี ร่างพระราชบัญญัตินะครับ เห็นด้วย แต่ไม่เห็นด้วยว่าให้มีแค่นี้ แล้วก็ต้องมี สคบ. นี่คือสิ่งที่ อยู่ในใจของผมผ่านไปสู่ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีว่า เราควรจะต้องให้คําตอบกับพี่น้องประชาชนว่าเราปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชนจนกระทั่งไม่ดีพอ ถึงต้องออกร่างพระราชบัญญัติขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนได้มาทําหน้าที่สอดส่องดูแล แล้วมาแจ้ง สคบ. ว่าให้ดําเนินการเรื่องนั้นให้ดําเนินการเรื่องนี้ เพราะไม่ได้รับ การคุ้มครอง นี่คือสิ่งที่ผมต้องบอกต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าเห็นต่าง ขอคําตอบด้วยว่า มีการรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ มีการใช้งบประมาณด้านนี้อย่างไร ขอตัวเลขที่มันเปึน วิทยาศาสตร์และตอบประชาชนได้ครับ ท่านประธานขอบคุณมากครับ