ชลฯ ชลนาน เสนอแยกพิจารณา พ.ร.บ. 2 ฉบับ ชี้ร่างของ ครม.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

ชลนาน ศรีแก้ว เสนอให้แยกพิจารณาพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ โดยชี้ว่าร่างของ ครม. ขัดต่อรัฐธรรมนูญเรื่องความเป็นอิสระ เนื่องจากขาดหลักประกันด้านอำนาจหน้าที่และงบประมาณ ชลนาน ศรีแกว ชี้แจงความเข้าใจผิดเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร โดยเสนอหน้าที่ 2 ประการ คือ ให้ความเห็นหน่วยงานรัฐก่อนออกกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และให้ความเห็นมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากทุกภาคส่วน ชลนาน ศรีแก้ว วิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคโดยชี้ขาดขาดบทมาตรารองรับเรื่องการตรวจสอบและรายงานผล ทำให้กฎหมายไม่สมบูรณ์ พร้อมเรียกร้องให้มีบทกำหนดโทษหากใช้อำนาจผิด

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมมีอยู่ทั้งหมด ๙ ประเด็น ท่านประธานให้ผม ๘ นาที ผมคิดว่าผมคงจะพยายามที่จะรวบรัดอภิปรายให้ได้เนื้อหาสาระ มากที่สุด แต่ถ้าจะเกินเวลาสักนิดผมต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิก แล้วก็ภาคประชาชนได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเสนอใหม่ ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ชื่อว่า องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค นี่ชื่อของ ร่างพระราชบัญญัติคณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกนะครับ แต่ร่างพระราชบัญญัติของ ภาคประชาชนใช้คําว่า องค์การอิสระผู้บริโภค ผมเน้นเนื่องจากว่ามันเปึนสิ่งที่จะต้อง กราบเรียนผ่านไปยังถ้าสมมุติมีการรับหลักการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการ อาจจะต้องปรับให้มันเปึนเนื้อหาสาระอันเดียวกัน ท่านประธานครับ โดยหลักการแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่าสมควรต้องมีกฎหมายฉบับนี้ เห็นด้วยนะครับควรต้องมี แต่ผมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ของเพื่อนสมาชิก ซึ่งมีนัยคล้ายกับร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีซึ่งแตกต่าง จากร่างพระราชบัญญัติภาคประชาชนนี่ครับ

ประการแรกสุด ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ผมดูร่างพระราชบัญญัติ ครม. กับเพื่อนสมาชิกแล้วรวมทั้งร่างพระราชบัญญัติที่ผมมีโอกาสได้ร่วมเซ็นชื่อเปึนผู้ร่วมเสนอ ในขณะนั้น ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากจะรับหลักการนี้ ไม่อยากรับหลักการร่างพระราชบัญญัติของ ครม. และเพื่อนสมาชิกเสนอนะครับ ร่างพระราชบัญญัติของภาคประชาชนผมดูเนื้อหาสาระดีขึ้นในเรื่องของตัวบทที่มารองรับ กับอํานาจหน้าที่ แต่ก็มีส่วนที่จะต้องปรับแก้ เพราะฉะนั้น ๒ ร่างพระราชบัญญัตินี้มีนัยที่ แตกต่างกัน ว่าโดยหลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยคล้ายกันนะครับ ซึ่งสามารถพิจารณา รวมกันได้ในชั้นของกรรมาธิการ ถ้าจะเปึนประโยชน์นะครับท่านประธาน เพื่อการตีความ นี่แยกรับเลย ขอให้แยกรับหลักการเลย ว่ารับร่างพระราชบัญญัติของภาคประชาชน รับร่างพระราชบัญญัติของ ครม. และเพื่อนสมาชิกไป ครม. กับเพื่อนสมาชิกเหมือนกันครับ คล้ายกันได้รวมกันได้ นั่นประการแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน

เหตุผลที่ผมไม่อยากรับหลักการร่างพระราชบัญญัติของ ครม. ท่านประธานครับ

เหตุผลอันที่หนึ่งครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ใช้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญเขียนว่า อิสระจากหน่วยงาน ของรัฐนะครับ อิสระจากหน่วยงานรัฐ ต้องให้ชัดนะครับเปึนองค์การนะครับ ไม่ใช่องค์กรครับ องค์การ อิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นเขียนตามรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่ผมไม่อยากจะรับ ร่างของ ครม. นะครับ

ประการที่หนึ่ง มาดูความเปึนอิสระของเจตนารมณ์แล้วก็ตัวบทที่รองรับ สิ่งที่น่าเปึนห่วงก็คือเรื่อง อันที่ ๑ คําว่า เปึนอิสระ ที่พอจะให้หลักประกันได้อํานาจหน้าที่ ต้องเปึนอิสระ องค์ประกอบของคณะกรรมการ ที่มา การสรรหา ก็ต้องเปึนอิสระ การบริหารจัดการและการบริหารคน บริหารเงินงบประมาณเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ต้องเปึนอิสระ การกํากับดูแล การควบคุม การตรวจสอบองค์การนี้ก็ต้องมีความเชื่อมโยง มีความผูกพันที่มีหลักประกันว่าให้ความอิสระกับเขา ๓-๔ เรื่องนี้ผมพยายามตรวจสอบ แล้วในร่างพระราชบัญญัติของ ครม. ไม่มีเลยท่านประธานครับ มีแต่ว่าไม่ชัดเจน

อีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ความเปึนอิสระตรงนี้ผมไม่อยากให้เพื่อนสมาชิก พี่น้องประชาชน ตลอดจนภาคประชาชน ที่เสนอกฎหมายมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนนะครับ ผมอ่านเอกสารที่ท่านให้มากับสมาชิก เอกสารเล่มสีเขียวนี้นะครับ ท่านเป่ดไปที่หน้า ๙ ผมจําเปึนต้องอ้างอิงเนื่องจากท่านเขียน อย่างนี้ครับ ด้วยรูปแบบขององค์กรที่เปึนอิสระจากรัฐ ท่านอยากได้อย่างนี้นะครับ มีรูปแบบ องค์กรที่เปึนอิสระจากรัฐเรียกว่าองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ท่านเขียนอย่างนี้ หมายความว่าอย่างไรครับ เราปฏิเสธรับไม่ได้นะครับ รัฐธรรมนูญเองไม่ได้บอกให้ท่าน เปึนอิสระจากรัฐ เปึนอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ต้องให้ชัดเจนนะครับในชั้นของการตีความ ในกฎหมายเพราะท่านนําไปใช้แล้วท่านเปึนอิสระจากรัฐไม่ได้ครับ ท่านจะเปึนรัฐอิสระ ตัวเองไม่ได้ ผมฝากไปถ้าผิดก็ต้องแก้ครับ ฝากชี้แจงด้วยในประเด็นนี้

ประการต่อไปท่านประธานครับผมมาดูแล้วเราตรากฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค หน้าที่มี ๓ เรื่องท่านประธานครับ

หน้าที่ที่ ๑ เปึนหน้าที่ให้ความเห็นนะครับ หน้าที่ให้ความเห็น ความเห็น อะไรครับ เปึนการให้ความเห็นหน่วยงานของรัฐในการที่จะตรากฎหมายหรือตราข้อบังคับ หรือกฎที่จะมาใช้ในการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนที่ฝ์ายรัฐเอง หน่วยงานของรัฐจะทํา ต้องผ่านความเห็นของคณะกรรมการชุดนี้หรือองค์การนี้ก่อน

หน้าที่ที่ ๒ ให้ความเห็นในเรื่องมาตรการต่าง ๆ ที่จะนําไปใช้ในการคุ้มครอง ผู้บริโภครัฐจะออกมาตรการไปคุ้มครองผู้บริโภคหรือแม้แต่องค์กร มูลนิธิ เอกชนต่าง ๆ ความหมายผมนะครับ ที่จะออกมาตรการไปดูแลไปคุ้มครองผู้บริโภคต้องได้รับความเห็น จากองค์การนี้ก่อนก่อนที่จะดําเนินการ

หน้าที่ที่ ๓ หน้าที่สุดท้ายที่สําคัญครับที่ผมได้เห็นในร่างพระราชบัญญัติ ของ ครม. เขียนแตะนิดหน่อย แต่ไม่มีบทมาตรารองรับคือ ตรวจสอบและรายงาน การกระทําหรือละเลยการกระทําอันเปึนการคุ้มครองผู้บริโภค หน้านี้สําคัญครับ ๒ เรื่องแรก สิ่งนั้นเขียนให้เปึนวิธีการที่จะเข้าไปดูเรื่องของตัวบทกฎหมาย เรื่องมาตรการ แต่สิ่งซึ่งสําคัญ ที่เปึนหน้าที่ในกฎหมายฉบับนี้นะครับ ตรวจสอบการกระทําที่บ่งว่าละเลยหรือไม่กระทําด้วย ท่านเขียนบทบัญญัติรองรับหรือเปล่าในบทมาตรา ไม่มีเลยครับ จะไปตรวจสอบอย่างไร ร่างพระราชบัญญัติของพี่น้องประชาชนมีครับ เขียนยึดโยงไว้ เข้าไปตรวจสอบมีอํานาจ ที่จะเรียกบุคคล เรียกเอกสารได้ แต่ผมถามว่าถ้าเรียกแล้วไม่มา ท่านมีอะไรไปบังคับเขา โดยกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ให้อํานาจไว้เลย ให้เรียกแต่ไม่ให้อํานาจเปล่าประโยชน์ครับ ฉะนั้น ใจผมอยากให้รัฐมนตรีถอนไปครับไปเขียนมาใหม่ให้มันสอดรับสอดคล้อง ถ้าไม่อย่างนั้น ก็รับหลักการไปก่อนหรือขอให้รับหลักการแล้วเอาไปพิจารณาก่อนแล้วปรับปรุงให้ถูกต้อง ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ที่แท้จริง ท่านให้อํานาจ เขาตรวจสอบนะครับ แต่ว่าไม่เขียนบทมาตรารองรับเหมือนกับหลอกเขา หลอกให้มันมี กฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วนะ รัฐมนตรีได้เสนอแล้ว แล้วตาม มาตรา ๓๐๓ ฝากภาคประชาชนไปดูมุมนี้ด้วยนะครับถ้าเปึนกรรมาธิการ

เรื่องหน้าที่ ๓ หน้าที่ ผมเน้นหน้าที่ในการตรวจสอบและรายงานรัฐธรรมนูญ ใช้ คําว่า รายงานการกระทํานะครับ จากการตรวจสอบแล้วรายงาน รายงานต่อใครครับ ในกฎหมายก็ไม่ระบุรายงานต่อใคร รายงานต่อคณะรัฐมนตรี รายงานต่อรัฐสภา ไม่ได้เขียนไว้ ร่างพระราชบัญญัติภาคประชาชน อาจจะเขียนไว้ว่ารายงานต่อ ครม. แล้วเสนอต่อรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้มันเปึนความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างอํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ อํานาจนิติบัญญัติ ในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แสดงความเชื่อมโยงผูกพันไว้เลย น่าเปึนห่วงว่า จะนํากฎหมายปฏิบัติได้หรือไม่

ประการต่อไป ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงในกฎหมายฉบับนี้ที่จะนําสู่ การปฏิบัติไม่ได้ที่ผมไม่อยากจะรับนี่นะครับ ความเชื่อมโยงระหว่าง ครม. ความเชื่อมโยง กับหน่วยงานของรัฐที่คุณจะไปให้เขาเสนอมาตรการต่าง ๆ มาให้คุณตรวจสอบ ให้ความเห็น ไม่ได้เขียนบทมาตรารองรับ ภาคประชาชนเขียนครับว่าถ้าหน่วยงานรัฐ จะตรากฎหมาย จะตราข้อบังคับ ก็ให้ส่งมาให้เขาตรวจสอบภายในระยะเวลาเท่าไร อย่างไร นี่เขียนไว้ แต่ร่างพระราชบัญญัติของ ครม. ไม่เขียนไว้ เนื้อหาสําคัญเลยนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงในเรื่องต่อไปก็คือว่าความเชื่อมโยง ต่ออํานาจในการที่จะควบคุมกํากับองค์การนี้ ก่อนที่จะบอกว่าควบคุมกํากับองค์การนี้ ผมก็ถามกับตัวเองแล้วมาดูในกฎหมายฉบับนี้ครับ สถานะขององค์การเปึนอะไรครับ ร่างพระราชบัญญัติ ครม. เขียนว่า องค์การนี้เปึนนิติบุคคล เปึนหน่วยงานที่เปึนอิสระ จากหน่วยงานของรัฐ เขียนแค่นี้ครับ แล้วหน่วยงานนี้มีความเปึนรัฐไหมผมถามหน่อย ไม่เขียนไว้ครับ หน่วยงานนี้เปึนไปตามกฎหมายพิเศษที่ตราขึ้น เปึนหน่วยงานพิเศษ แล้วผมถามหน่อยว่าบ้านนี้เมืองนี้ในการดําเนินกิจกรรมทุกอย่างถ้าไม่ถือความเปึนรัฐ แล้วคุณทําได้อย่างไร ท่านตั้งสถานะตัวเองนะครับว่าท่านเปึนอะไร จริงอยู่ครับเขาบอกว่า องค์การนี้ต้องเปึนอิสระจากหน่วยงานรัฐอื่นที่ทําหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่สถานะตัวเองเปึนอะไรครับ จะเปึนหน่วยงานรัฐไหม เปึนนิติบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หมายถึงบริษัท ห้าง ร้าน หรือเปึนนิติบุคคลตามกฎหมายฉบับนี้ แล้วมีอํานาจหน้าที่ตามนี้ แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงอันต่อไปเกี่ยวกับสถานะก็คือว่าท่านบัญญัติเกี่ยวกับรายได้ไว้ สิ่งที่น่าเปึนห่วงครับเขียนไว้แล้วของบประมาณไม่ได้ครับ ท่านเขียนในกฎหมายว่า ให้รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนทั่วไปให้กับองค์การภาคประชาชน ดีครับ บอกว่าเอา ๕ บาท ต่อหัว แปรผันตามประชากร ดีครับในแง่ที่เปึนความฝัน ผมสงสารมากเลย ร่างพระราชบัญญัติ รัฐบาลไม่มีหรอกครับ เพื่อนสมาชิกอาจจะเข้าใจผิดว่าร่างพระราชบัญญัติรัฐบาลมี มาช่องไหนครับ มาช่องไหนใครจะเปึนคนจัดสรรให้ ระบบงบประมาณของประเทศ กฎหมายวิธีการของงบประมาณเขาเขียนชัดครับ เขาเขียนเลยว่าหน่วยงานใดที่จะจัดทํา คําของบประมาณ หน่วยงานใดซึ่งเปึนส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จะทําคําขอ งบประมาณก็ยื่นคําของบประมาณต่อผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านบอกท่านไม่อยาก ให้เปึนการจัดสรรงบประมาณประจําป้ แล้วท่านจะเอาเงินมาจากไหนถ้าไม่จัดสรรประจําป้ ท่านเขียนให้ตัวเอง มัดตัวเอง แล้วออกมาอย่างนี้นะครับ ไม่มีทางได้เงิน อย่าว่าแต่ ๕ บาท บาทเดียวก็ไม่ได้เพราะไม่มีช่องเลย ไปช่องไหนครับ ใครมีอํานาจหน้าที่ในการจัดทํา คําของบประมาณ กรรมการก็ไม่มีครับ กรรมการมีหน้าที่ในการอนุมัติแผนงบประมาณ ใช้งบประมาณขององค์การ แต่ที่มาของรายได้บอกว่ารัฐบาลต้องจัดสรรให้ จัดสรร ให้ผ่านอะไร ท่านต้องไปดูสถานะตัวเองให้ชัดครับว่าเปึนหน่วยงานของรัฐ ถ้าไม่เปึน ส่วนราชการผมไม่ว่า ไม่เปึนรัฐวิสาหกิจผมไม่ว่า ท่านจะได้มีสถานะที่จะไปรับ งบประมาณตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณได้ ไม่อย่างนั้นท่านไปช่องไม่ถูกแน่นอน ไม่มีทางครับ แล้วระบบตรวจสอบที่ท่านเขียนไว้ในเรื่องของการใช้เงินผมเห็นด้วยว่า ต้องมีระบบการตรวจสอบควบคุม

สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขอติงเปึนเรื่องต่อไปท่านประธานครับเรื่องการตรวจสอบ การใช้อํานาจของคณะกรรมการขององค์การนี้ไม่มีเลยครับท่านประธาน เข้าไปตรวจสอบ ไปเรียกเอกสาร สมมุติไปควบคุม จริงอยู่ครับเขาใช้คําว่าตรวจสอบ รัฐธรรมนูญเขียนคํานี้ กว้างมากท่านประธาน เหมือนอํานาจนิติบัญญัติตรวจสอบ ขณะนี้ของเรามีปัญหากับ พ.ร.บ. คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของเรานะครับ เขียนออกมาแล้วก็อาจจะปฏิบัติไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมฝากประเด็นตรงนี้ว่า ใครจะเปึนผู้ควบคุมกํากับหน่วยงานของท่าน ท่านหนีคําว่ารัฐไม่พ้นหรอกครับ ท่านอยู่ในรัฐ ท่านจะขึ้นกับนายกรัฐมนตรี องค์กรบริหารสูงสุดคือคณะรัฐมนตรีครับ ท่านบอกว่า จะให้ประธานคณะกรรมการรักษากฎหมายฉบับนี้รัฐธรรมนูญไม่อนุญาต คนที่จะ รักษาการตามกฎหมายต้องเปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญครับ มีคณะรัฐมนตรี หรือประธานองค์กรอิสระ แต่ท่านไม่ใช่เปึนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญ ให้ท่านเปึนองค์การอิสระจากหน่วยงานรัฐในการทําหน้าที่ของท่าน อันนี้ต้องชัดนะครับ

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมเปึนห่วงแล้วก็กราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องต่อไปการตรวจสอบควบคุมต้องมีครับ แล้วมีบทกําหนดโทษด้วย ถ้าท่านใช้ อํานาจหน้าที่ในทางที่ผิด แต่ไม่เขียนรองรับไว้เลยอันนี้น่าเปึนห่วงครับ เหมือนเพื่อนสมาชิก บอกอํานาจในการไปตรวจสอบแล้วรายงาน การตรวจสอบถ้าเปึนอํานาจที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีปัญหาแต่หลายหน่วยงานหลายภาคส่วน หลายองค์กรใช้อํานาจตรงนี้ไปแสวงหา ผลประโยชน์ เหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอท่านประธานไป

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเรื่องต่อไป ประการสุดท้ายครับ เรื่องบทเฉพาะกาลและการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว ผมเพิ่มเติมนิดเดียวว่ารูปแบบกรรมการสรรหา เพื่อนสมาชิกใช้คําว่า ล็อกสเปก ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษควรจะเป่ดกว้างครับ ไม่จําเปึนต้องเปึนคนกลุ่มนี้ ตัวแทนขององค์กรอิสระ มีไหมครับองค์กรอื่นมีไหมที่กระทบเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วเขาก็ดูในเรื่อง การควบคุมกํากับด้วยก็ควรจะเข้ามา บทเฉพาะกาลให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภคดําเนินงาน กรณีกฎหมายยังไม่ออกภายใน ๑๒๐ วัน ถ้าตั้งกรรมการไม่ได้ตรงนี้ ก็น่าเปึนห่วงครับ ผมดูรายงานการสัมมนาของพี่น้องประชาชนก็มีข้อเสนอดี ๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะว่าความไม่ไว้วางใจในกรณีที่จะให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปอยู่ในช่วงแรกแล้วไป มีอิทธิพลในการจัดตั้งหรือสรรหากรรมการหรือแม้กระทั่งกรรมการนี้เข้ามา เพราะฉะนั้น บทเฉพาะกาลนี่ย่อมมีการปรับแก้ให้หน่วยงานนี้เปึนเฉพาะหน่วยงานธุรการเบื้องต้น เท่านั้นเอง อย่าได้ไปทําอะไรอย่างอื่นมากมาย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเอง ถ้าดูตามร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลแล้วต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า รับไปแล้วปฏิบัติไม่ได้ เว้นแต่จะมีการแก้ไขปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งแก้ไขเยอะมาก ก็ฝากนะครับ ถ้าจะรับนี่ครับ แยกรับ แล้วเอาร่างพระราชบัญญัติของภาคประชาชนไป ผสมผสานในบทมาตราที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้อง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ