วรงค เดชกิจวิกรม หารือประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเสนอให้พิจารณาความละเอียดในการออกกฎหมายเพื่อป้องกันผลกระทบต่อธุรกิจ และเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงข้อกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองและเสนอให้จัดตั้งองค์กรอิสระที่มีอำนาจถอดถอนเชื่อมโยงกับสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและกระจายโอกาส
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมต้อง ขออนุญาตเรียนกับท่านผู้อภิปรายนิดหนึ่งว่าผมเคารพข้อบังคับการประชุมนะครับ โดยเจตนาแล้วผมเห็นด้วยว่าท่านควรจะมีสิทธิได้พูดกับพวกเราทุกคน แต่เราก็ดูตาม ข้อบังคับ แต่ถ้าท่านประธานคิดว่าควรจะยกเว้นอนุญาตให้ท่านก็ไม่เปึนอะไรครับ ผมสนับสนุนในหลักการของการจัดตั้งองค์การอิสระนี้ขึ้นมา แต่ผมก็เชื่อว่าพี่น้อง ประชาชนทุกคนขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการบริโภค เพราะเราทุกคนเวลาออกจากบ้านมา ไม่ว่าจะขึ้นทางด่วน รับบริการทุกอย่างมันเปึนการรับบริโภคทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึน การบริโภคในสินค้าและบริการ และอดีตที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าในบางครั้งเอง ก็เปึนการบกพร่องของระบบราชการในการคุ้มครองผู้บริโภคในทุก ๆ ภาคส่วน อดีตท่านประธานคงจะเห็นภาพนะครับ มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแถลงข่าว ได้รับผลกระทบจากการบริโภคสายการบินโลว์ คอสท์ (Low cost) ความเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเราได้รับสิทธิจากการที่สภาไปทําสัญญาคอนแทรคท์ (Contract) กับบริษัทสายการบิน แต่ปรากฏว่าก่อนที่เครื่องบินจะออก ส.ส. ไม่ได้จองสิทธิไว้ก่อน แต่เวลาขอใช้สิทธิ ส.ส. เขาบอกเต็ม เนื่องจากว่าเขาเก็บเงินจากสภาได้ตามเงื่อนไข ที่จํากัด แต่ถ้าไปจ่ายเงินสดที่เคาน์เตอร์ (Counter) สายการบิน จากราคาหนึ่งมันแพง ขึ้นไปถึง ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าขนาดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังได้รับ ผลกระทบจากการบริโภค ดังนั้นผมเชื่อว่าการคุ้มครองผู้บริโภคจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่ง และถ้าดูตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ว่าองค์กรนี้จะต้องเปึนองค์กรอิสระ คําถามถามว่าทําไมต้องเปึน องค์กรอิสระ ก็แสดงว่าองค์กรนี้จะมีอํานาจมหาศาลในการเข้าไปดูเครือข่ายหรือบริษัทต่าง ๆ ที่ขายสินค้าและบริการ ผมอยากจะเรียนว่าพวกนี้เปึนดาบสองคมเหมือนกัน ถ้าสมมุติว่า องค์กรอิสระองค์กรนี้สามารถทําหน้าที่ในการคุ้มครองพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง มันก็จะเปึนคุณค่าและเปึนประโยชน์อย่างมหาศาลกับพี่น้องกับประชาชน แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเกิดคณะกรรมการชุดนี้มีจุดบกพร่องหรือผิดพลาด เราต้องยอมรับว่าท่ามกลาง การแข่งขันของบริษัทต่าง ๆ เพื่อเสนอสินค้าและบริการกับพี่น้องประชาชน บางบริษัท ธุรกิจเปึนหมื่นล้านบาท บางบริษัทธุรกิจเปึนแสนล้านบาท ถ้าองค์กรนี้ออกกฎ ระเบียบ ออกกฎหมาย ออกมาตรการหรือออกข้อบังคับที่เปึนการกลั่นแกล้งขึ้นมาก็จะมีผลกระทบ ต่อธุรกิจของเขา ดังนั้น ผมอยากจะกราบเรียนกับทางท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า การตรากฎหมายเหล่านี้จึงจะต้องมีความละเอียดเปึนอย่างยิ่ง ในฐานะที่ผมเปึนผู้เสนอ กฎหมาย ในระหว่างที่เสนอกฎหมายบางครั้ง ณ วันนั้นอาจจะมีข้อคิดบางอย่างที่ยังคิดไม่ถึง แต่หลังจากเหตุการณ์ผ่านมาเปึนป้ถึงวันนี้แล้ว ผมคิดว่าจึงจําเปึนที่จะต้องฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและดูแลกฎหมายฉบับนี้ว่าฝากท่านมีส่วนในการแปรญัตติ หรือออกกฎระเบียบข้อบังคับที่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับนี้ในข้อสังเกตอยู่ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ก็คือการตรวจสอบคุณสมบัติขององค์การคุ้มครองผู้บริโภค ที่ทําหน้าที่มา ๒ ป้ ตรงนี้สําคัญครับ เพราะเราต้องยอมรับว่าอันนี้คือภาคประชาชน การตรวจสอบภาคประชาชนวันนี้ยังไม่ค่อยมีความเข้มข้นเท่าไร ไม่เหมือนการตรวจสอบ นักการเมืองหรือการตรวจสอบข้าราชการ พวกเรานักการเมือง เราถูกตรวจสอบจากสื่อมวลชน เราถูกตรวจสอบจากประชาชนโดยตรงหรือถูกตรวจสอบจากนักการเมืองด้วยกัน แม้แต่ องค์กรอิสระก็เข้ามาตรวจสอบนักการเมือง แต่วันนี้ภาคประชาชนซึ่งถือว่าเปึนองค์กรใหม่ ที่สอดคล้องกับทิศทางของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ได้ให้โอกาสภาคประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการทําหน้าที่ในหลาย ๆ ส่วนที่เปึนองค์กรอิสระ ดังนั้นอยากจะฝากกับ ท่านรัฐมนตรีว่าทําอย่างไรที่จะต้องมีการตรวจสอบถึงการทํางานของภาคประชาชน อย่างแท้จริงให้เห็นว่า เช่น องค์การนี้ได้ทําหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ป้ตามข้อบังคับที่กําหนดไว้จริง หรือ ๓ ป้ถ้าจะมีการแปรญัตติ ไม่ใช่ว่าเอาคนมารวมตัวกัน ๑๐-๒๐ คนแล้วจัดตั้งเปึนองค์กรแล้วบอกว่าอยู่มาแล้ว ๒ ป้เพื่อจะเข้ามาทําหน้าที่ในฐานะ เสนอชื่อคนเข้ามาเปึคณะกรรมการ อันนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้โอกาสภาคประชาชน ค่อนข้างจะเยอะ แล้วกฎหมายหลาย ๆ ฉบับก็ได้ให้โอกาสภาคประชาชนเข้าไปเปึน คณะกรรมการ ดังนั้นโดยความเห็นส่วนตัวผมแล้วอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่า ระเบียบที่สอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้น่าจะกําหนดไว้ชัดเจนว่าองค์กรภาคประชาชน ที่เสนอคนเข้ามาเปึนคณะกรรมการไม่ควรจะให้คนคนนั้นเข้ามาเปึนคณะกรรมการ ที่ซ้ําซ้อน เพราะว่าภาคประชาชนที่เข้ามาทํางานในหน้าที่ตรงนี้ต้องทุ่มเท อย่างเช่น คนที่จะมาเปึนคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ควรจะไปเปึน คณะกรรมการองค์กรอื่น ๆ ที่รัฐธรรมนูญให้โอกาสหรือว่า พ.ร.บ. อื่นให้โอกาส ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่นคนที่เข้ามาเปึนคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคคนนี้ก็ไม่ควรจะเข้าไปเปึนคณะกรรมการใน สปสช. ไม่ควรจะเข้าไปนั่งเปึน คณะกรรมการในองค์กรอื่น ๆ ที่กําหนดให้โอกาสภาคประชาชนเข้ามา เราจะได้ให้โอกาส คนหลาย ๆ ส่วนเข้ามาทําหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และผมก็ถือว่าการเข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ จะได้ทุ่มเทในการดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่ฝากให้ออกระเบียบครอบคลุมเข้าไว้
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าผมเชื่อว่าองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ อนาคตจะเปึนยักษ์ตนหนึ่งท่านประธานครับ คําว่าเปึนยักษ์ ก็คือว่าจะมีอํานาจเยอะ และผมก็เข้าใจดีว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญถึงย้ําไว้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ วรรคสอง ที่กําหนดไว้ว่าจะต้องมีองค์กรนี้ที่เปึนองค์กรอิสระ เพราะถ้าให้เปึนองค์กรภาครัฐเองอาจจะถูกแทรกแซงจากอํานาจทางการเมืองโดยตรง และองค์กรอิสระมีอํานาจ อย่างที่ผมย้ําไปแล้วว่าถ้ากลั่นแกล้งใครก็ได้ครับ กลั่นแกล้ง บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ผมยกตัวอย่างบริษัทขายเครื่องดื่มชูกําลังผลประโยชน์มหาศาล คนทําธุรกิจนี้ก็ผลประโยชน์ร่ํารวยเปึนหมื่นล้านบาทเปึนแสนล้านบาท แต่ถ้าบังเอิญ มีคนที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการตรงนี้ต้องการจะเข้าไปกลั่นแกล้งบริษัทคู่แข่งด้วยการไป ตรวจสอบโน่นตรวจสอบนี่หาว่ามีผลกระทบต่อผู้บริโภค มันมีผลครับ มันมีความเปึนไปได้ ผมพูดในภาพรวมครับ ดังนั้นการควบคุมกํากับการทําหน้าที่แม้แต่การถอดถอนของผู้เปึน คณะกรรมการ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเปึนไปได้ไหมว่าที่จะเพิ่มบทบัญญัติ เพราะว่าในส่วนของผมเองก็ไม่ได้เขียนไว้ คิดไม่ถึง ณ วันนั้น แล้วก็ดูร่างพระราชบัญญัติ ของรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีการเชื่อมโยงไปยังส่วนของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ซึ่งเปึน ตัวแทนโดยตรง อันชอบธรรมที่พี่น้องประชาชนเลือกเข้ามาทําหน้าที่ อยากจะให้เชื่อมโยงกัน อย่างนี้ครับ เท่าที่ตรวจสอบคร่าว ๆ จะมีร่างพระราชบัญญัติของภาคประชาชนที่ใช้ คณะกรรมการ ๒ ใน ๓ ในการถอดถอนซึ่งกันและกัน แต่ผมก็ยังเชื่อว่าบางครั้งคนเห็นหน้ากันทุกวัน ท่านประธาน กรรมการ ๑๕ คนเวลาประชุมเจอหน้ากันมีความผูกพันกันอยู่ การที่จะลงทุน ถอดถอนกันเอง มันยังไม่เชื่อมั่นว่าจะทําหน้าที่ตรงนี้ได้ แต่ถ้าสามารถเชื่อมโยงกับวุฒิสภา หรือเชื่อมโยงกับสภาผู้แทนราษฎรโดยให้สิทธิพี่น้องประชาชน เพราะอย่าลืมนะครับว่า ภาคประชาชนมาจากประชาชนเหมือนกัน ดังนั้นในเมื่อภาคประชาชนมาจากประชาชน เหมือนกัน ถ้าเชื่อมโยงกับตัวแทนประชาชนคือ ส.ส. หรือ ส.ว. สามารถถอดถอน คณะกรรมการองค์การอิสระนี้ได้ ผมว่าจะเปึนประโยชน์ และอย่างน้อยถ้าเชื่อมโยง เช่นมีประชาชนสัก ๓,๐๐๐ คนหรือ ๕,๐๐๐ คน คงไม่ต้องเอา ๒๐,๐๐๐ คน เหมือนกับ ถอดถอน ส.ส. ส.ว. ถ้าเขาสัมผัสได้ว่า ผมเท้าความนิดหนึ่งให้เห็นภาพเนื่องจากว่า องค์การอิสระนี้ส่วนหนึ่งเปึนองค์กรที่เลือกตั้งในภาพรวมของประเทศคือส่วนกลาง และอีกส่วนหนึ่งเปึนส่วนเขต มาจากเขตต่าง ๆ ดังนั้นถ้าให้ประชาชนในเขตและแต่ละพื้นที่ สามารถถอดถอนตัวแทนอาจจะใช้ ๓,๐๐๐ คนหรือ ๕,๐๐๐ คน ถอดถอนตัวแทนโดยผ่านมา ที่สภาผู้แทนราษฎรหรือผ่านมาที่วุฒิสภา ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์
และสุดท้ายครับท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกก็เปึนห่วงเหมือนกันก็คือว่า ค่าตอบแทนของคณะกรรมการตลอดจนบุคลากรในองค์การอิสระ เรากังวลว่าช่วงหลัง มีการจัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเยอะตลอดจนมีการจัดตั้งองค์การมหาชน แล้วพวกนี้เปึน หน่วยงานที่ใช้เงินของรัฐเยอะมาก เราเห็นบัญชีเงินเดือนของ ก.พ.ร. ทําออกมา ที่บอกว่า การประชุมครั้งหนึ่งเบี้ยประชุม ๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งดูแล้วมันเยอะ แล้วก็แม้แต่ ตําแหน่งเงินเดือนของท่านผู้อํานวยการประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มันเยอะมาก ดังนั้น การเข้ามาทํางานเพื่อประชาชนผมว่ารูปแบบรัฐในรูปแบบใหม่ จริงอยู่ให้มีความอิสระ ก็จริงอยู่ แต่เงินเดือนไม่ควรจะสูงมากจนแตกต่างจากในระบบราชการปกติ จึงฝากเปึน ข้อสังเกตไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อทําบัญชีเงินเดือนแนบท้ายเพื่อประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ