สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เสนอแนะการแก้ไขพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน โดยพิจารณาค่าทำบัตรประชาชนที่เหมาะสม และใช้เทคโนโลยีในการบริการประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากบัตรประชาชน

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ เขต ๘ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอใช้เวลาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งแก้ไขมาเปึนครั้งที่ ๓ ดิฉันเห็นด้วยว่า ตั้งแต่มีครั้งแรกป้ ๒๕๒๖ แล้วก็มาแก้ไขอีกครั้งหนึ่งป้ ๒๕๔๒ ก็น่าจะได้มีการแก้ไข อันนี้ไม่มีปัญหานะคะ เห็นด้วย แต่หลักการในการแก้ไขครั้งนี้มี ๒-๓ ประเด็น ที่ดิฉัน คงจะต้องขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็ฝากความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ ให้กับทางรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปนะคะ หลักการข้อที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาขอบัตร อายุบัตร แล้วก็ข้อที่ ๓ กับข้อที่ ๔ เกี่ยวกับหน่วยความจําบันทึกของผู้ถือบัตร เงื่อนไขในการเป่ดเผยข้อมูล แล้วก็กําหนดเงื่อนไขในการขอตรวจสอบหลักฐาน รายการและข้อมูลเกี่ยวกับบัตรของ ผู้ที่มีส่วนได้เสีย คงจะเปึนหลักใหญ่ ๆ ๓ ประการนี้ เนื่องจากว่าในป้ ๒๕๔๗ ต่อป้ ๒๕๔๘ เปึนการใช้บัตรสมาร์ทการ์ด หรือว่าบัตรอเนกประสงค์เปึนครั้งแรกของประเทศไทย ดิฉันเปึนกรรมาธิการคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในตอนนั้นก็ได้ตั้งคณะขึ้นมาศึกษา พิจารณาตรวจสอบเกี่ยวกับการทําบัตรในครั้งนั้นเปึนครั้งแรกทํา ๑๒ ล้านบัตร เราก็พบว่าจากการตรวจสอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนคเทค (NECTEC) ก็พบว่าชิพที่ใช้ โปรแกรมที่ใช้และหน่วยความจําที่ใช้ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ แต่แรก ดิฉันทราบว่าเราต้องการมีความเจริญก้าวหน้าอยากจะใช้บัตรใบเดียวที่เรียกว่า สมาร์ท (Smart) แต่จริง ๆ มันไม่ค่อยสมาร์ทเท่าไร เพราะว่าการที่จะสมาร์ทจริง ๆ มันต้อง เกี่ยวข้องกับทั้งบุคลากร ทั้งผู้ปฏิบัติ แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ดิฉันทราบว่าจะมีบัตร จากแถบแม่เหล็กมาให้มีชิพนี้ก็เพื่อที่จะบรรจุข้อมูลเข้าไปของทุก ๆ หน่วยงาน ของทุก ๆ กระทรวงที่จําเปึนที่จะต้องใช้ ในเบื้องต้นเข้าใจว่ามีหน่วยความจําไม่เพียงพอที่จะให้ กระทรวงอื่นมาใช้ร่วมกัน ถ้าเราจะถือหลักตามนโยบายของรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี ที่อยากจะให้เด็กไทยฉลาดและแข็งแรง เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดนอกจาก กระทรวงมหาดไทยที่ให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วก็จําเปึนจะต้องมีข้อมูลทางด้านการศึกษา มีข้อมูลทางด้านสาธารณสุข ซึ่งดิฉันก็ดีใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้อาศัยตรงนี้เพื่อเปลี่ยนจากบัตรทองให้สามารถใช้บัตรประจําตัวประชาชน เพื่อที่จะรักษาฟรีได้ทั้งหมด แม้บางจังหวัดหรือบางแห่งไม่มีคอมพิวเตอร์ก็ใช้ซีดี (CD) อัดข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยไปแล้วก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยที่ไม่มีการเชื่อมโยง เปึนออนไลน์เหมือนกับบางจังหวัดที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ออนไลน์ เพราะฉะนั้นทั้งหมด ที่พูดมานี้ก็เกี่ยวข้องกับซอฟท์แวร์ (Soft ware) ที่จะใช้ การที่จะบรรจุข้อมูลเข้าไปในบัตร ตรงนี้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมาก แล้วก็ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็มีเพิ่มขึ้น ตลอดเวลา สิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่าถ้าเราจะให้บัตรใบนี้มีประโยชน์จริง ๆ สิ่งแรกที่สุด ฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยจะต้องมีครบทุกส่วนใครเชื่อมต่อเข้ามาก็สามารถที่จะหา ข้อมูลของบุคคลคนไทยคนใดคนหนึ่งได้ อันนั้นคือคิดแบบที่ว่าทางด้านเทคโนโลยีทําได้ แต่ในทางปฏิบัติยังทําไม่ได้ แม้บัตรที่เราทํากันในสภาแห่งนี้ก็ไม่ได้เปึนบัตรที่สมบูรณ์ แบบอย่างที่เราตั้งใจไว้ เราเพิ่มหน่วยความจําเข้ามา พอเกิดใหม่ ๆ ก็จะมีความจําเล็กน้อย เท่านั้นเอง คงใช้ไม่กี่หน่วยของหน่วยความจํา เพราะฉะนั้น ๖๔ กิกะไบต์ (Gigabyte) มันมโหฬารก็ใช้นิดเดียว ๑๐ ป้ก็ทิ้งไป เพราะฉะนั้นก็ไม่มี ดิฉันขอเสนอว่าถ้าคิดว่า การมีบัตรตั้งแต่แรกเกิดจะมีบัตรน่าจะสามารถที่จะเพิ่มรูปของคุณพ่อคุณแม่ลงไปได้ด้วย เพราะว่าพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมีมากมายนอกจากลายมือ ลายตีน ลายอะไรแล้วก็ตาม เราก็จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องว่าหน้าเปลี่ยนไปเท่านั้นเท่านี้ ถ้าจะมีเรามีเนื้อที่ตั้งเยอะแยะ ก็ใส่มันเข้าไปเลย แล้วก็พอขึ้นไม่ต้องทําบัตรยังใช้ได้เลยนะคะ ดิฉันไปโคราชบ้านเกิดก็ใส่ชื่อ เข้าไปก็ขึ้นมาเลย คุณหญิงกัลยาเกิดที่ไหน พ่อแม่เปึนใคร แล้วขณะนี้เราใส่หน้าตาของ พ่อแม่เข้าไปได้ รูปเด็กก็ได้ รูปของพ่อแม่ด้วยก็ได้ ข้อมูลของพ่อแม่ก็มาเกี่ยวโยงกัน เปึนเครือข่ายได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องนําบัตร ดิฉันไปหาหมอหรือไปหาใครก็สามารถที่จะกด คอมพิวเตอร์ข้อมูลก็ขึ้นหมดแล้ว อันนี้ถ้าจะทําได้คือฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ต้องสมบูรณ์แบบ แล้วจะมีบัตรหรือไม่มีบัตรก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทางกระทรวงสาธารณสุข เขาก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้ ทีนี้ปัญหาก็คือว่าแล้วใครจะเปึนคนใส่ข้อมูลเพิ่มเติม คงจะต้องมี ๒ ส่วน ส่วนที่แก้ไขไม่ได้เลย ส่วนที่แก้ไขได้ เรายังกําลังรอกระทรวงอื่น มาใส่เข้าไปถูกไหมคะ ถ้ากระทรวงศึกษาธิการจะใช้เขาก็ต้องมีเครื่องอินิเชียลไลซ์ (Initialize) ข้อมูลเข้าไป หมายความว่าใส่ข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงศึกษาธิการ ของกระทรวงสาธารณสุข ก็ใส่เข้าไปอันนี้สิคะไม่มีใครพูดถึงว่ามีพื้นที่เยอะมหาศาลใช้ไปนิดเดียว ส่วนที่เหลือใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร หรือว่า ๑๐ ป้แรกไม่ต้อง ใช้จริง ๆ หน่วยความจํา ก็ไม่แพงแล้วสมัยนี้ ก็ใส่ให้มันเกิดประโยชน์แม้กระทั่งการเสียภาษีของบุคคลก็น่าจะใช้ บัตรใบนี้ได้ถ้าทําได้เต็มที่ หมายถึงว่าเราจะต้องประสานบูรณาการกับกระทรวงอื่น ๆ เครื่องไม้เครื่องมือมีให้ใช้หมด เทคโนโลยีมีหมด ปัญหาคือเครื่องมือที่ใช้ บุคคลที่จะใช้ กระทรวงอื่นที่จะมาใช้ร่วมกันเมื่อไรจะเกิด เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ยังไม่จําเปึน ทําศูนย์ข้อมูล ของกระทรวงมหาดไทยให้เต็มที่ แล้วใครกดได้ก็กดขึ้นเลย ไม่ต้องมีบัตรก็น่าจะยังใช้ ประโยชน์ได้มากเต็มที่ อันนี้คือด้านของเทคนิค

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ดิฉันก็เห็นด้วยกับหลายท่านว่ามันเปึนภาระของพ่อแม่ ที่จะต้องพาลูกไปทําบัตรแล้วพออายุ ๑๐ ป้ก็ต้องมาทําใหม่ แล้วถ้าคนที่ใช้บัตร โดยเฉพาะผู้หญิงเขาจะเอาบัตรประจําตัวประชาชนใส่กระเปิา ถ้ากระเปิาหาย หมายความว่าซ้ําร้ายสองไปเลยจะต้องเสียเงินเสียทองแล้วยังต้องมาเสียค่าบัตรอีก มีหลายคนฝากไว้แล้วว่าให้ไปพิจารณาค่าทําบัตร เพราะว่าจริง ๆ แล้วบัตรใบหนึ่ง มันไม่กี่สตางค์ แล้วก็เปึนการบริการประชาชนให้ได้รับประโยชน์จากบัตรใบนี้ที่เทคโนโลยี เอื้ออํานวยถึงปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ ๒-๓ ประเด็นว่าทําบัตรเมื่อไร อายุเท่าไร ฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยต้องดีมาก ประสานกับหน่วยงานอื่นให้ดี ฝ๊กคนให้ดี แล้วก็ใช้ประโยชน์จากหน่วยความจําที่เพิ่มขึ้นในบัตรสมาร์ทการ์ดหรือบัตรอเนกประสงค์นี้ แล้วค่อย ๆ ทําไปกับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป ก็ขอฝากเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไว้ด้วย ขอบคุณค่ะ