เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาระที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีรายได้น้อย และเสนอให้มีข้อยกเว้นสำหรับคนจน
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคงไม่ใช้เวลามากนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปราย ไปมากมายแล้ว เพียงแต่ผมอาจจะมีข้อแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยก็คืออยากจะชี้และย้ํา ให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ได้นําเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อ ๒ ป้เศษ แต่ในวันนี้เราได้เริ่ม พิจารณากัน และเมื่อดูตามที่เพื่อนสมาชิกพูดทั้งหมดแล้วนะครับก็เห็นว่าเรื่องที่สําคัญ ก็เปึนเรื่องที่สร้างความยากลําบากหรือเปึนภาระให้กับพี่น้องประชาชนของเราที่จะต้อง เสียค่าใช้จ่ายเปึนเงินจํานวนมากเมื่อเทียบกับในระบบเดิมนะครับ ประชาชนคนยากจน ทั่วไปนี้นะครับ โดยทั่วไปแล้วเขาก็คงจะไม่รู้ว่ามันมีความสําคัญเขาจะได้ประโยชน์ มากน้อยเพียงไร แต่เขารู้ว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปเราจะต้องเสียเงินประมาณ ๕๐๐ บาทต่อ ๑๐ ป้ ผมจะย้ําให้ท่านประธานเห็นว่าถ้าอายุขัยของคนไทยโดยเฉลี่ย ๗๐ ป้ ก็หมายถึงว่าคน คนหนึ่งจะต้องใช้จ่ายต่อการมีชีวิตอยู่ในผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ ก็ต้องต่อบัตรประจําตัวประชาชนอย่างน้อยประมาณ ๖-๗ ครั้ง ถ้าคิดเปึนเงินก็ ๓,๕๐๐ บาทต่อคน เพราะฉะนั้นถ้ายิ่งบังคับในเด็กตั้งแต่แรกเกิดด้วยโดยประมาณ ตีว่า ๑๔-๑๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นยอดเงินจํานวนนี้ก็นับจะสูงขึ้นเปึนหลายหมื่นล้านบาท อันนี้คือสิ่งที่เปึนกฎหมายที่ก่อนจะผ่านสภาแห่งนี้ไป ผมคิดว่าพวกเราก็มาจากประชาชน ผู้แทนราษฎรหลายท่านก็คงได้สัมผัสเห็นความยากลําบากของพี่น้องนะครับว่าแค่ปัญหา หนี้สิน หนี้นอกระบบ นี่แสดงให้เห็นถึงว่าสังคมไทยยังมีความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐสถานะ อย่างมากนะครับ ยิ่งมามีภาระที่ต้องทําบัตรประจําตัวประชาชนนี่นะครับ ซึ่งเรามองดู ในมุมหนึ่งแน่นอนครับมันมีประโยชน์ แต่ปัญหาก็คือว่ามันคุ้มค่ากันหรือเปล่ากับข้อมูล ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในช่วงที่บัตรประจําตัวประชาชน ในระบบเดิมยังใช้อยู่พี่น้องก็ไม่เคยบ่นนะครับ เพราะว่าการไปทําที่อําเภอต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ค่อนข้างสะดวก แล้วก็ไม่เสียเวลามากนะครับ ทุกอย่างไม่มีอุปสรรคมากมาย แต่ในกรณีที่เรามาเปลี่ยนเปึนระบบอย่างนี้ ผมยืนยันได้ว่า พี่น้องโดยเฉพาะที่อยู่ในถิ่นกันดาร ชาวเขา ชาวกะเหรี่ยงเกิดปัญหา เพราะรายได้ของเขา ขณะนี้ไม่เพียงพอจริง ๆ ข้าวนี่ไม่ได้กินกับปลาอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์นะครับ ก็คือว่า บางครั้งก็ต้องรับประทานกับน้ําตาล รับประทานกับพืชผักหรือเกลือในแต่ละมื้อ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าในกรณีที่กฎหมายถ้าจะต้องผ่านหรือมีขึ้นมา ผมว่าต้องมี ข้อยกเว้น ยกเว้นให้กับคนจนที่เรามีข้อมูลแล้วว่าคนไทยเรามีคนที่ยากจนที่อยู่ภายใต้ เส้นแบ่งเขตความยากจนเรามีอยู่เท่าไร ก็ต้องมีการลงทะเบียนกันเพื่อเปึนการช่วย สงเคราะห์ให้กับคนเหล่านั้นนะครับ ผมได้เคยคุยกับเพื่อนที่ประเทศอินเดีย ก็ได้ทราบมา ว่าเมื่อสัก ๒-๓ ป้ที่คุยกัน ประเทศอินเดียก็ยังไม่มีระบบที่ว่าจะต้องใช้บัตรประจําตัว ประชาชน เพราะเขาบอกว่ามันสิ้นเปลืองมากเหลือเกิน คนของเขา ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน ถ้าจะต้องทําแค่บัตรละ ๕๐๐ บาทอย่างเรา ผมก็ว่านับเปึนจํานวนหลายแสนล้านบาท ก็คงจะไม่เหมาะสมกับประเทศเขา อันนี้คือแนวความคิด ผมก็เลยเกิดความคิดมาว่า แล้วเราอยู่ในฐานะอย่างไร เรามีคนอยู่ประมาณ ๖๓ ล้านคน ฐานะเศรษฐกิจก็เปึน ประเทศที่จัดอยู่ว่ากําลังพัฒนา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๐) เรามีแผนพัฒนามากมายทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านสังคม แต่แผนนั้นก็บอกว่าให้อยู่ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมคิดว่า คงจะต้องมาดูในเรื่องของสิ่งที่จะสร้างภาระให้กับพี่น้องของเรา ซึ่งก็มีความแตกต่าง ทางฐานะอยู่อย่างมากมาย เพราะฉะนั้นผมก็จึงฝากเสนอไปยังทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นก็คือว่าคงต้องมีข้อยกเว้นในเรื่องของคนจน จําเปึนจะต้องเสียเงิน ตัวนี้ไหม จนขนาดไหนเราก็คงมีหลักเกณฑ์อยู่แล้วนะครับ นอกจากนี้ก็จะเปึนเรื่อง ของที่ว่าอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๑๕ ป้จําเปึนหรือไม่ ในความเห็นของผม ผมคิดว่า มีความจําเปึนน้อย เงินที่เสียไปกับความคุ้มค่าที่จะได้มันต้องชั่งน้ําหนักกันอยู่ตลอดเวลา ผมก็ยังยืนยันว่าในระบบเก่าที่เรามีอยู่แล้วมันก็พอเพียงที่จะไปได้ เรื่องระบบสาธารณสุข เรื่องอะไรเราสามารถใช้ระบบออนไลน์ในระบบอื่น ๆ ได้ ไม่จําเปึนต้องฝากความหวังไว้กับบัตรนี้ เพียงบัตรเดียว ก็ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ