สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓

บรรจบ รุ่งโรจน์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน โดยเสนอให้คงไว้คำว่า "มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน" ในมาตรา 5 และเสนอให้ทําบัตรประจําตัวประชาชนให้เด็กแรกเกิดพร้อมกันเมื่อแจ้งเกิดและเพิ่มชื่อในทะเบียน นอกจากนี้ยังเสนอให้ถ่ายบัตรประจําตัวเด็กแรกเกิดพร้อมกับมารดา และลดอายุการเปลี่ยนแปลงบัตรประจําตัวจาก 10 ปี เป็น 7 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเด็กในการทําบัตรประจําตัวรอบที่ 2 นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางการจัดการการทําบัตรประจำตัวเด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ปีให้สะดวกขึ้น

นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม บรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ โดยหลักการ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่มีข้อสังเกตฝากท่านประธานไว้ดังนี้ ในมาตรา ๕ ผู้มีสัญชาติไทยตามที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้ ได้ตัดคําว่า ผู้มีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้าน ออก ผมขอเสนอให้คงอยู่เหมือนเดิมเพื่อไม่ให้เข้าใจผิด เพราะในขั้นตอนการทําบัตรตามมาตรา ๗ ก็ได้กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติชัดเจนว่า ต้องมีชื่อตัว ชื่อสกุล วัน เดือน ป้เกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน รูปถ่ายและเลขบัตรประจําตัว ประชาชนผู้ถือบัตร โดยสรุปก็คือการที่จะทําบัตรได้นั้นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ทะเบียนราษฎร ก็หมายความว่าจะต้องมีการแจ้งเกิดแล้วก็มีการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้เขียนตรงนี้ไว้ประชาชนอาจจะสับสนว่าสามารถที่จะอุ้มเด็กไปทํา บัตรประจําตัวประชาชนได้เลย กระบวนการในการแจ้งเกิดการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรนั้น ก็จะต้องทําอยู่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้สับสนในมาตรา ๕ ก็อยากจะให้คงไว้ว่า ผู้มีสัญชาติไทยตามที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ประการที่ ๒ ในมาตรา ๖ เห็นด้วยที่จะให้เด็กแรกเกิดทําบัตรใน ๑ ป้ เพราะจะเปึนประโยชน์กับเด็ก เนื่องจากพ่อแม่ในบางส่วนไม่ค่อยให้ความสําคัญในเรื่องนี้ ผมเองมีประสบการณ์ตรงว่าเด็กบางคนอายุเกิน ๑๕ ป้หรือพี่น้องประชาชนบางคน ที่มีอายุเกินหรือว่ามีอายุถึง ๕๐ ป้ แต่ก็ยังไม่มีบัตรประจําตัวประชาชน ก็มาให้เหตุผล เพราะว่าพ่อแม่ไม่ได้สนใจ ไม่มีใบเกิด ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ก็ไม่สามารถที่จะทํา บัตรประจําตัวประชาชนได้ ก็เปึนเรื่องที่ลําบากสําหรับเจ้าหน้าที่แล้วก็เปึนช่องทางที่จะทํา ให้เจ้าหน้าที่หาประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กแรกเกิดมีการแจ้งเกิดแล้วก็มีการเพิ่มชื่อ ในทะเบียนบ้านก็ควรที่จะทําบัตรประจําตัวของเด็กแรกเกิดพร้อมกันไปในคราวเดียวกัน มันก็จะเปึนประโยชน์กับเด็กเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าคงจะไม่ต้องมีการมาเพิ่มชื่อหรือมาขอ ทําบัตรในเมื่อตัวอายุเกิน ๑๕ ป้ไปแล้ว

อีกประการหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าวิธีการทําบัตรในกรณีของเด็ก แรกเกิดนี้นะครับ ผมมีความเห็นว่าควรที่จะถ่ายบัตรของเด็กกับมารดาคู่กัน เหตุผลก็คือ ว่ามันจะเปึนการพิสูจน์ให้ได้ว่าเด็กนั้นมีแม่คนไหน ผมมีบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเปึนเด็กแรกเกิดถ่ายคู่กับมารดาซึ่งเปึนคนต่างด้าว ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทย ก็เปึนผู้ออกบัตรประจําตัวให้กับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย แล้วก็มีเด็กแล้วก็ผู้ปกครองอยู่ด้วย บางท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยนั้นไม่มีบัตร ความจริงนั้นกระทรวงมหาดไทย ก็ทําบัตรให้ เพราะฉะนั้นในส่วนของเด็กนี้นะครับ ถ้าเปึนเด็กแรกเกิดน่าจะให้ผู้ปกครอง เปึนผู้อุ้มแล้วก็ถ่ายคู่กันไป อันนี้ก็เปึนข้อเสนออีกประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง เรื่องอายุของบัตรซึ่งกําหนดไว้ ๑๐ ป้ ด้วยความคิดเห็น ของผมคิดว่า ๑๐ ป้นั้นมันเปึนเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสม เนื่องจากว่าเด็กจะต้องเข้าเรียน อายุ ๗-๘ ป้แล้วก็จะต้องทําบัตรอายุ ๑๕ ป้ เปึนนาย เปึนนางสาว มันก็จะไม่สอดคล้อง กัน ไม่พอดีกันนะครับ เพราะว่า ๑๐ ป้จะทําให้ใบหน้าเด็กมันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ แล้วก็ช่วงอายุ ๑๕-๒๑ ป้หน้าเด็กก็จะเปลี่ยนแปลงไปไม่ตรงกับความเปึนจริง เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเสนอให้ควรกําหนดให้บัตรมีอายุแค่ ๗ ป้เพื่อให้มันสอดคล้องกับคํานําหน้า ชื่อเด็กในการทําบัตรรอบที่ ๒ อันนี้ก็เปึนข้อเสนอแล้วก็เทคโนโลยีต่าง ๆ มันก็อาจจะ เปลี่ยนแปลงไปนะครับ ถ้า ๑๐ ป้เราอาจจะไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่าง ๆ

สําหรับประการสุดท้าย เรื่องค่าธรรมเนียมที่บอกว่าบัตรหายจะต้อง เสียค่าธรรมเนียม ๕๐๐ บาท ผมคิดว่าโดยความรู้สึกส่วนตัวก็อาจจะมากไป แต่เมื่อดู จากสถิติแล้วบัตรหาย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของการทําบัตร ๑๐๐ ใบแจ้งหาย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือหาย ๑๐ ใบ เพราะฉะนั้นการที่เราทําบัตรง่ายก็ดี ทําสะดวกมากเกินไปมันก็จะทําให้คนจงใจที่จะทํา บัตรหาย และที่กําหนดไว้ ๕๐๐ บาทนี่ความจริงแล้วผมว่ามันอาจจะแพงเกินไป แต่ความรู้สึกมันก็อาจจะเปึนการปัองกันไม่ให้คนจงใจทําบัตรหาย แต่ถ้าคิดว่ามันมากไป ก็ควรที่จะกําหนดลดลงมา ความเห็นคิดว่ากฎกระทรวงก็น่าจะสัก ๓๐๐ บาท แต่ถ้า ๕๐ บาทหรือ ๑๐๐ บาทนี่หายกันทุกเดือน ปรากฏว่าอําเภอต่าง ๆ จะมีบัตรหายกันมาก โดยจงใจหายหรือว่าเอาบัตรไปทําอะไรที่มันไม่สามารถที่จะเอาคืนมาได้ก็ไปแจ้งบัตรหาย เพราะว่าทําง่าย แล้วก็ค่าธรรมเนียมหรือว่าค่าปรับนี่นะครับมันถูกก็จะทําให้เปึนภาระ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานนะครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือต้องประชาสัมพันธ์ เรื่องนี้ให้ทราบแล้วก็ผ่านนายทะเบียนอําเภอ นายทะเบียนท้องถิ่นให้ประชาชนได้รับทราบ แล้วก็จะต้องวางรูปแบบในเชิงปฏิบัติว่าในส่วนของนายทะเบียนอําเภอควรที่จะทําอย่างไร เด็กที่อายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ผมคิดว่าควรที่จะกําหนดตารางกําหนดเปึนรายตําบลว่าในแต่ละ ตําบลกําหนดให้โรงเรียนอะไรที่จะทําบัตรในวันไหน ช่วงไหน แล้วก็นัดผู้ปกครองเพื่อให้ ความสะดวกในการที่จะทําบัตรในช่วง ๒ ป้ที่กําหนดว่าจะต้องทําบัตรให้เสร็จนี่นะครับ เพราะว่าถ้าให้มาตามอัธยาศัยมันอาจจะทําให้ภาระของเจ้าหน้าที่แล้วก็เปึนการไม่สะดวก กับผู้ปกครอง ถ้าเรากําหนดตารางให้เปึนตําบลต่าง ๆ ไป เพราะส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน วัยเรียนประสานงานกับทางโรงเรียน ผมว่าจะทําให้การบริหารจัดการในเรื่องการทําบัตร เด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ก็จะสะดวกขึ้น และคิดว่ามันมีความจําเปึนเนื่องจากว่ามันก็คง จะต้องใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้ด้วยตามเจตนารมณ์ว่าที่จะใช้กับทุกส่วนราชการ แล้วก็ขอให้ทุกส่วนราชการได้ปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัตินี้มีความประสงค์ที่จะต้องให้ ใช้ประโยชน์ได้หลาย ๆ ทาง ขอขอบพระคุณครับ