สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓

สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการให้บัตรประจำตัวประชาชนแก่เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงหน้าตา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการออกบัตรให้กับเด็กอายุ 1 ขวบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มแถบแม่เหล็กเก็บข้อมูลบนบัตรประชาชน การแก้ไขปัญหาบัตรที่ยังไม่ได้ออก และการตรวจสอบบัตรเพื่อป้องกันการปลอมแปลง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบูรณาการหน่วยงานรัฐเพื่อใช้บัตรประชาชนเป็นเอกสารประจำตัวในการให้บริการรัฐ และการถ่ายบัตรให้กับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ขวบ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธาน คือดิฉันทราบค่ะว่า จะรัฐบาลชุดไหนเมื่อมาเปึนเสนอเข้ามาท่านก็ต้องมาเปึนคนที่แถลงก่อน คราวนี้ดิฉัน มีความเปึนห่วงในประเด็นดังต่อไปนี้ค่ะท่านประธานที่จะต้องนํามาพูดกล่าวกัน ในการที่จะให้สภาเราผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ การที่เด็กอายุ ๑ ขวบ ท่านประธาน เท่าที่ดิฉันสังเกตเด็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวดิฉัน ๑ ขวบหน้าก็เปลี่ยนไปถึง ๕ ขวบ เด็กก็หน้าเปลี่ยนไปอีกค่ะ ยิ่ง ๑๐ ป้ ท่านประธานคะ คนละเรื่องกันเลยค่ะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ๑๕ ป้นะคะท่านประธาน เริ่มเปึนสาวค่ะ ถ้าเด็กผู้หญิง หน้าตาเปลี่ยนจากแรกเกิดไป ค่อนข้างมาก ถ้าไม่เชื่อต้องลองไปดูลูก ๆ ของท่านว่าตอนอายุ ๑ ป้กับ ตอนอายุ ๑๐ ป้ หน้าต่างกันเยอะแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ถ้าเรามีการให้เด็กต้องมาถ่ายรูปทําบัตรประจําตัวประชาชน ดิฉันก็คิดว่ามันจะเปึนการใช้หลักฐานที่ต้องบอกว่าเมื่อไปเทียบกับตัวเจ้าของบัตร แล้วมันจะทําให้เกิดความสับสนหรือเปล่าว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า ตรงนี้คือประเด็นแรก ที่ดิฉันเปึนห่วง

แล้วประเด็นต่อมาที่เปึนห่วงเกี่ยวกับกรณีที่จะให้เด็กอายุ ๑ ป้ต้องไปทํา บัตรประจําตัวประชาชนนี้ก็คือตามต่างจังหวัดโดยเฉพาะที่จังหวัดดิฉัน บางแห่งเดินทาง ไปที่อําเภอก็ค่อนข้างจะลําบาก บัตรประจําตัวแม่ต้องไปแจ้งตั้งแต่ ๑๕ วันแรกที่เด็กเกิด อยู่แล้วรอบหนึ่งครบ ๑ ป้ต้องไปถ่ายรูปทําบัตรให้ลูก แล้วไม่แน่ว่ายิ่งปัจจุบันทําบัตรประจําตัว ประชาชนต้องได้รับใบเหลือง ๔ เดือนผ่านไปยังไม่ได้รับบัตรประจําตัวประชาชนเลยค่ะ แล้วกรณีอย่างนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการที่พาลูกมาถ่ายรูปทําบัตรประจําตัวประชาชน อีกเท่าไร เปึนการเพิ่มภาระให้กับพ่อแม่หรือเปล่าคะ และนอกจากนั้นเด็กเล็ก ๆ เก็บเอกสารเองไม่ได้ พ่อแม่ก็จะต้องเปึนคนที่ถือบัตรประจําตัวประชาชนแทนเด็ก เวลาเด็กไปที่ไหนถ้ามีปัญหาจะเอาอะไรมาแสดงก็ต้องตามพ่อแม่มาอยู่ดีค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นถามว่าดิฉันเห็นด้วยไหมกับการมีบัตรประจําตัวประชาชน ดิฉันเห็นด้วย แต่กําลังคิดว่าเราจะนํางบประมาณมาใช้โดยที่ไม่เกิดประโยชน์หรือเปล่า ในเมื่อเราก็มี สูติบัตรที่ออกรับรองแล้ว ถึงแม้เราจะบอกว่าเราอยากจะให้มีแค่บัตรเดียวแต่ใช้ได้ ในบริการสาธารณะของรัฐที่จะมอบให้ทุกอย่าง ตรงนี้ดิฉันเห็นด้วยแต่ว่ามันก็มีปัญหา เกิดขึ้นอย่างที่ดิฉันได้กล่าวมา ดิฉันเองก็ได้ลองถามประชาชนในเขตของดิฉันว่า คิดอย่างไรกับการที่จะให้เด็กอายุ ๑ ขวบต้องไปถ่ายรูปทําบัตรประจําตัวประชาชน กลายเปึนว่าพี่น้องในเขตเลือกตั้งของดิฉันบอกว่ามันน่าจะเปึนการเพิ่มภาระให้กับพ่อแม่ มากเกินไปหรือเปล่า ในขณะที่ปัจจุบันทํางานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองมาเลี้ยงลูกที่ยังเปึน เด็กเล็กก็ค่อนข้างจะลําบากอยู่แล้วนะคะ

ประเด็นต่อไปค่ะท่านประธาน ก็คือการที่ได้มีการบอกว่าอาจจะมีการนํา แถบแม่เหล็กเก็บข้อมูลมาใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เท่าที่ดิฉันทราบทุกวันนี้บัตรประจําตัวประชาชนของเรา ก็มีการใช้แถบเก็บข้อมูลอยู่แล้ว แต่ต้องเรียนถามว่าได้นําตรงนี้ไปใช้ให้สมกับงบประมาณ ที่เราตั้งในการออกบัตรที่มีแถบแม่เหล็กหรือสมาร์ทการ์ด หรือยังคะ ถ้ายังทําไมเราไม่มา พัฒนาตรงจุดนี้ให้มันดีก่อน ก่อนที่จะมากําหนด แล้วก็การที่จะบอกว่าอาจจะมีการนํา แถบแม่เหล็กมาไว้ได้ใช้หรือไม่ใช้ ท่านประธาน ดิฉันคิดว่ามันก็เปึนงบประมาณของประเทศ ที่จะต้องตั้งเพื่อจะมาจัดซื้อทําบัตรประจําตัวประชาชนอีก

ประเด็นต่อไปค่ะท่านประธาน คนที่เกิดมาเปึนคนไทยมีหลายคนปัจจุบัน อายุ ๕๐ ป้ ๖๐ ป้แล้วบัตรประจําตัวประชาชนยังไม่ได้เลยค่ะ ทําไมเราไม่ไปดูแลตรงจุดนี้ ก่อนที่จะมาเอาเด็กอายุตั้งแต่ ๑-๑๕ ป้ ดิฉันคิดว่าก็น่าจะประมาณ ๑๓-๑๔ ล้านคน ตรงนี้ทําไมเราไม่ไปดูถึงบุคคลที่เปึนคนไทยอยู่แล้วแต่ยังไม่มีบัตรประจําตัวประชาชน หรือว่าอาจจะกรณีที่มีบัตรประจําตัวประชาชนอยู่แล้ว แต่ว่าถูกเขาโกงบัตรประจําตัวประชาชน ไปสวมสิทธิอย่างนี้ค่ะ ทําไมเราไม่ไปแก้ปัญหาตรงนั้นก่อน ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็คิดว่าการที่จะ ทําให้ได้ประโยชน์ก็ควรจะไปดูตรงจุดนั้นด้วยนะคะ

ประเด็นต่อไป บอกว่าบัตรประจําตัวประชาชนรุ่นใหม่จะเก็บให้ถือเอาไว้ หรือว่าครอบครองไว้ได้ ๑๐ ป้แล้วก็ต้องไปถ่ายรูปทําใหม่ ประเด็นที่ดิฉันเปึนห่วงก็คือ ดูจากดิฉันเองค่ะท่านประธาน ๕ ป้ถ่ายรูปทําบัตรประจําตัวประชาชนทีหนึ่ง นับไป ๕ ป้ที่แล้ว ดิฉันลองเอาบัตรเก่าซึ่งได้ถ่ายเอกสารเก็บไว้มาเทียบดูกับหน้าปัจจุบัน หน้าก็เปลี่ยนไป เยอะแล้วค่ะท่านประธาน บอกไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้อันไหนมันจะดีกว่ากัน ตรงนี้มันก็ไม่เปึน การแสดงได้แล้วว่าใช่ตัวเจ้าของบัตรเองไหม แล้วอีกอย่างค่ะท่านประธานดูง่าย ๆ จาก บัตรที่เราใช้ลงคะแนนค่ะท่านประธาน บัตรนี้นะคะท่านประธานผ่านการใช้งานมา ๓ ป้ บัตรราคาประมาณเท่าที่ดิฉันทราบตกประมาณแผ่นละ ๘๐๐ บาท บัตรที่เราใช้ ลงคะแนนกันค่ะท่านประธาน ตอนนี้ดิฉันขอยืมของเพื่อนสมาชิกข้าง ๆ มาโชว์แล้วกันนะคะ ก็ปรากฏว่ามันก็มีสภาพเลอะ ๆ เลือน ๆ แล้วอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ถ้าเทียบกัน ดิฉันคิดว่าบัตรประจําตัวประชาชนต้นทุนน่าจะไม่ถึง ๘๐๐ บาท มันจะสามารถ เก็บไว้ได้นานถึง ๑๐ ป้ โดยที่ไม่เกิดปัญหาต้องไปถ่ายรูปทําใหม่เลยหรือคะตรงนี้ดิฉันก็เปึนห่วง ว่ามันจะเปึนการตั้งงบประมาณที่ไม่คุ้มค่าหรือเปล่า

ประเด็นต่อไปปัจจุบันบัตรที่เราไปถ่ายรูปทํากันอย่างที่บอกไปถ่ายก็ได้ บัตรเหลือง บัตรเหลืองก็ไม่ทราบว่าจะต้องผ่านไปอีกนานเท่าไรถึงจะได้เปึนบัตรประจําตัว ประชาชน ตรงนี้ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไป เด็กที่ออกมาใหม่จะต้องใช้ บัตรเหลืองต่อไปอีกหรือเปล่า ถ้าต้องใช้อย่างนั้นภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแน่นอน การปลอมแปลงหรือว่าเอาคนที่ไม่ใช่ตัวเด็กมาสวมสิทธิแทนเพราะว่าเด็กเล็ก ๆ อัตรา การตายของเด็กเล็กมีค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราไม่มีการตรวจสอบได้เลย ถ้าเปึนบัตรเหลืองเด็กมันหน้าเปลี่ยนไปทุกวันท่านประธาน ตรงนี้ก็เปึนจุดห่วงใย ของดิฉันว่าตรงนี้จะเปึนช่องว่างทําให้คนที่ไม่ใช่คนไทยเข้ามาสวมสิทธิหรือเปล่า

ประเด็นต่อไปที่ดิฉันเปึนห่วงก็คือหน่วยงานมีความพร้อมกันขนาดไหน ในการที่จะนําบัตรเพียงใบเดียว บัตรประจําตัวประชาชนมาครอบคลุมการให้บริการกับรัฐ ทุกอย่าง เราต้องยอมรับค่ะท่านประธานว่าประเทศของเรานี้ศักยภาพในการที่จะรวมกัน ของหน่วยราชการมาบูรณาการร่วมกันมันเปึนไปได้มากเพียงใด ตรงนี้เราก็คงจะทราบ ๆ กันดีว่าเปึนอย่างไร แต่การที่จะมาวางแผนล่วงหน้าก็เปึนการดีค่ะ แต่ว่าจะเปึนไปได้ไหม ที่จะค่อย ๆ ดําเนินการกันไป ซึ่งต้องเรียนว่าพอมาดูแล้วดิฉันก็คิดว่าประชาชนคนไทย คงดีใจที่จะมีบัตรตั้งแต่แรกเกิด แต่ประเด็นปัญหาคือประเทศไทยเราพร้อมแค่ไหน ที่จะต้องเริ่มถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนเด็กตั้งแต่อายุ ๑ ขวบเปึนต้นไป ตรงนี้ก็คือ ประเด็นที่ดิฉันห่วงใย แล้วก็ต้องฝากถ้าคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นให้ช่วยพิจารณา ดูแลในประเด็นที่ดิฉันได้กล่าวมาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ