นพคุณ รัฐผไท เสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ. บัตรประจําตัวประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเก่า เพื่อให้บัตรประจําตัวประชาชนเป็นบัตรที่ทันสมัยและมีข้อมูลที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ไม่บังคับเด็กอายุ 1-10 ขวบในการทําบัตรประจําตัวประชาชน และขอให้พิจารณาให้ค่าธรรมเนียมไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวที่ยากจน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายที่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงข้อมูลในทะเบียนบ้าน และอาจนำไปสู่ปัญหาความมั่นคงของรัฐ และยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนสูงในการบันทึกข้อมูลในบัตรประจําตัวประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณา กฎหมายที่เปึนประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองอีกฉบับหนึ่ง นั่นก็คือร่าง พ.ร.บ. บัตรประจําตัว ประชาชน ขอเรียนว่าขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ถือเอา พ.ร.บ. บัตรประจําตัวประชาชน ป้ ๒๕๒๖ อยู่ แต่ว่ามีการแก้ไขปรับปรุงโดยมีเนื้อหาสาระสําคัญ ๆ อยู่ประมาณ ๒ ประการ ด้วยกัน เนื้อหาสาระสําคัญ
ประการแรกก็คือจากผู้ที่ต้องทําบัตรประจําตัวประชาชนอายุ ๑๕ ป้ แก้ไข มาเปึนตั้งแต่เกิด เพราะถือว่าคนมีสัญชาติไทยจะต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน แล้วก็ ยังอนุโลมว่าถ้าอายุครบ ๑ ขวบแล้ว ให้ไปทําบัตรประจําตัวประชาชนได้ อันนี้ถือเปึน การผ่อนปรนไม่สร้างความลําบากให้กับผู้ปกครอง แต่อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ผมก็มีความเปึนห่วงความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าเราพิจารณาถึงว่าเหตุใดทําไม เด็กอายุ ๑-๑๐ ขวบทําไมถึงต้องไปทําบัตรประจําตัวประชาชน เพราะว่าบัตรหมดอายุ ประมาณ ๑๐ ป้นี่นะครับ เรามาคํานึงถึงว่าบัตรนั้นจะเปึนบัตรที่ทันสมัย มีข้อมูล มีเทคโนโลยีใส่เข้าไปจะเปึนประโยชน์ในอนาคต อันนี้ยอมรับได้ครับ แต่ว่ามันมี ความจําเปึนไหมที่จะต้องเอาเด็ก ๑-๑๐ ป้มาทําบัตรประจําตัวประชาชน เพราะว่า มันจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครอง เพราะกฎหมายบังคับผู้ปกครองให้พาเด็ก ไปทําบัตรประจําตัวประชาชน การทําบัตรประจําตัวประชาชนแต่ละครั้งแต่ละพื้นที่ ที่ห่างไกลมันจะสิ้นเปลืองมาก อันนี้ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียม ๕๐๐ บาทด้วยนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีกฎกระทรวงก็ตาม ในทางกฎหมายเปึนการบังคับเด็ก บังคับคนไทย ให้มีบัตรประจําตัวประชาชน ในบัตรประจําตัวประชาชนผู้ที่ไปทําบัตรครั้งแรกไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมครับ ก็อยากจะให้ออกกฎกระทรวงหรือออกระเบียบว่าไม่ต้องสร้างความเดือดร้อน ให้กับประชาชน ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะให้เด็กอายุขวบสองขวบ ไปทําบัตรประจําตัว ประชาชน
ประการที่ ๒ นอกจากความเดือดร้อนของพ่อแม่ผู้ปกครองแล้วท่านประธาน วัยเจริญพันธุ์ของเด็กหน้าตาเปลี่ยนไปเร็วมากครับ ๓ เดือน ๖ เดือนมันเปึนคนละรูปร่างเลย อันนี้ไม่ทราบว่าจะใช้ได้หรือเปล่า
ประการที่ ๓ เด็กอายุประมาณนั้นไม่สามารถที่จะไปใช้ประโยชน์ ในการติดต่อราชการได้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอะไรก็ตาม เพราะว่าปัจจุบันนี้เราใช้ทะเบียนบ้านเปึนหลักอยู่แล้ว เราใช้มาตั้งแต่ผมยังไม่เกิดแล้ว ทร. ๑๔ ทะเบียนบ้าน ก็ยังถือว่ามีเลขประจําตัว ๑๓ หลักอยู่ ก็ไม่ได้สร้างปัญหาในเรื่อง ความมั่นคงหรืออะไรมากมายนะครับ ทําไมรัฐจําเปึนจะต้องเสียงบประมาณมากมาย ในการที่จะเอาเด็กอายุ ๑-๑๔ ป้มาทําบัตร ก็อยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ทบทวนดู ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีที่เราจะเอาใส่บันทึกลงในบัตรประจําตัวประชาชนก็ยังไม่พร้อม เพราะเห็นบอกว่าในระยะแรกจะเอาไปใช้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วในระยะที่สอง จะเอาไปใช้กับจังหวัดต่าง ๆ เปึนอันดับสองนะครับ ก็ไม่สามารถที่จะคํานวณว่าจะมี ความพร้อมอย่างที่ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ได้แสดงความเปึนห่วงว่าบัตรนี้จะมีความพร้อม ในเรื่องของการบันทึกข้อมูลมากน้อยแค่ไหน แล้วอีกกี่ป้ถึงจะได้รับความสําเร็จ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเปึนห่วงมากที่สุดมากกว่าว่าจะเอาเด็กอายุ ๑ ป้ไปทําบัตรประจําตัว ประชาชน ก็คือกฎหมายได้ตัดเนื้อหาสาระว่าการทําบัตรประจําตัวประชาชนไม่ต้องคํานึงถึง ชื่อของเด็กในทะเบียนบ้าน มันเปึนไปได้อย่างไรครับท่านประธาน เวลาที่จะเอาเด็กอายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปหรือใครก็ตาม เขาจะต้องเอาทะเบียนบ้านเปึนหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ของอําเภอหรือเขตได้แสดงตนว่ามีตัวตนจริง เกิดวันนั้นวันนี้ พ่อแม่ชื่ออะไร แต่กฎหมาย บอกว่าการทําบัตรอายุ ๑ ป้นี่นะครับ สมมุติว่าอายุ ๑ ป้พาไปไม่ต้องคํานึงถึงข้อมูล ในทะเบียนบ้านนะครับ ทุกวันนี้ก็มีการปลอมแปลง เจ้าหน้าที่ทะเบียนบัตรประจําตัว ประชาชนของอําเภอติดคุกกันมากมาย เสียอนาคตกันมากมาย ขนาดว่ามีทะเบียนบ้าน มาแสดงนะครับ แต่อันนี้กฎหมายบอกว่าไม่ต้องเอาข้อมูลจากทะเบียนบ้านมาแสดง อันนี้ก็เปึนห่วงครับ เปึนห่วงทั้งเจ้าหน้าที่ เปึนห่วงทั้งปัญหาในด้านความมั่นคงของรัฐด้วย เพราะว่าสมัยผมเปึนปลัดอําเภอมีหมอจีนจากต่างประเทศก็มาติดต่อว่าต้องการเงินทอง เท่าไรก็ขอให้บอก ขอให้เขามีบัตรประจําตัวประชาชน ขอให้เขามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ถ้าใครสามารถเอาชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้าน ทร. ๑๔ ก็แสดงว่าได้สัญชาติไทยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือเอาทะเบียนบ้านนั้นไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อําเภอก็สามารถจะทํา บัตรประจําตัวประชาชนได้ แต่กฎหมายฉบับนี้ได้ตัดเนื้อหาสาระที่บอกว่าการทํา บัตรประจําตัวประชาชนตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่จําเปึนต้องคํานึงถึงทะเบียนบ้านนี่ ผมก็อยากจะให้ฝากถึงคณะกรรมาธิการด้วยว่าเราควรจะรอบคอบ เพราะบัตรแต่ละบัตรนั้น ก็มีต้นทุนสูงนะครับ
ประการต่อมาก็คือค่าธรรมเนียมครับท่านประธาน ค่าธรรมเนียมในท้าย พระราชบัญญัติเขียนไว้ว่าการขอมีบัตรใหม่หรือการเปลี่ยนบัตรต้องเสียค่าธรรมเนียม ๕๐๐ บาท ท่านลองคิดดูว่าครอบครัวที่อยู่บนป์าบนเขา เงินค่าเดินทางมาที่อําเภอ ก็ไม่มีอยู่แล้วนะครับ ถึงแม้ว่าจะออกกฎกระทรวงมาช่วย ปัจจุบันการทําบัตรครั้งแรก ไม่เสียเงินเพราะว่าเปึนการบังคับโดยกฎหมาย เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ไม่ต้อง เสียเงิน ผมก็อยากจะใช้แนวทางนั้นในการทําบัตรครั้งแรก สําหรับในเรื่องของบทลงโทษนั้น ก็เปึนการสมควรแล้วที่จะต้องมีบทลงโทษบ้างนะครับ แต่การอภิปรายวันนี้ก็แสดง ความเปึนห่วงว่า ๑-๑๔ ป้นั้นมีความจําเปึนหรือไม่ ในขณะที่การบันทึกข้อมูลในเรื่องข้อมูล ของตัวบุคคลนั้นทางกระทรวงมหาดไทยก็อาจจะยังไม่พร้อม
ประการที่ ๒ ในเรื่องของค่าธรรมเนียม ถ้าจะออกกฎกระทรวงช่วยเหลือ พ่อแม่ผู้ปกครองที่เขามีฐานะยากจน ผมก็คิดว่ากฎหมายนี้ก็จะเปึนประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ต่อไปนะครับ ขอขอบพระคุณครับ