สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓

พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องแม่น้ำโขงที่ลดระดับน้ำลงอย่างผิดปกติและผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดต่างๆ และขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อมูลและหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้โอกาสกระผมได้มี โอกาสได้อภิปรายในเรื่องของญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาระดับนํ้าในแม่นํ้าโขงลดลงเนื่องจากการสร้างเขื่อน ท่านประธานครับ กระผมต้องขออนุญาตให้เหตุผลประกอบในการเลื่อนญัตติด่วนขึ้นมา แล้วก็สาเหตุหลักว่าทําไมเราถึงต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ ท่านประธานครับ แม่นํ้าโขงผมนําเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นลํานํ้าที่สําคัญ ไม่ว่าจะเป็นของประเทศไทยเอง หรือของในภูมิภาคเอเชีย เพราะแม่นํ้าโขงนั้นมีความยาว ถึง ๔,๙๐๐ กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับ ๑๐ ของโลก ไหลผ่านประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศไทย ประเทศเขมร และประเทศเวียดนาม แต่ประเด็นปัญหา ที่เกิดขึ้นก็เนื่องจากว่าผมได้รับการร้องเรียนร้องขอ แล้วก็ความเห็นมากมายจาก พี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยกับแม่นํ้าโขง เนื่องจากว่าในรอบ ๓ เดือนที่ผ่านมาเกิด ความเปลี่ยนแปลงหรือเกิดผลกระทบอย่างยิ่งกับพี่น้องเหล่านั้น เนื่องจากว่าพี่น้อง ในจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอํานาจเจริญ ได้ร้องเรียนมาแล้วก็จังหวัดเชียงรายในภาคเหนืออีกจังหวัดหนึ่ง เนื่องจากว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ ระดับนํ้า ในแม่นํ้าโขงมีการลดระดับลงอย่างผิดปกติ ซึ่งข้อมูลที่กระผมได้มาเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ระดับนํ้าเฉลี่ยที่อําเภอเชียงแสน ค่าเฉลี่ยในรอบ ๓๐ ปีอยู่ที่ ๒ เมตร แต่ระดับนํ้า ณ วันที่ ๓ มีนาคม อยู่เพียง ๑.๑๘ เมตร ค่าเฉลี่ยที่อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ๓ เมตร แต่นํ้ามีอยู่จริง ๒.๑๐ เมตร และที่หนักที่สุดหนักไปกว่านั้น ค่าเฉลี่ย รอบ ๓๐ ปี จังหวัดหนองคายจะมีนํ้าอยู่ที่ประมาณ ๑ เมตร ๘๐ เซนติเมตร แต่วันที่ ๓ มีนาคมที่ผ่านมามีนํ้าอยู่เพียง ๓๓ เซนติเมตร ไปดูอีกจังหวัดหนึ่งที่จังหวัดนครพนม ค่าเฉลี่ยรอบ ๓๐ ปีจะมีนํ้าอยู่ประมาณ ๑ เมตร ๒๐ เซนติเมตร แต่ที่ท่าวัดนํ้าที่จังหวัดนครพนม วันที่ ๓ มีนาคมมีนํ้าอยู่เพียง ๒๔ เซนติเมตร นี่เป็นตัวอย่างบางตอนของความเดือดร้อน ของความผิดปกติของลุ่มนํ้าโขงที่ลดลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ในการที่จะนํานํ้าโขงมาเป็นนํ้ากินนํ้าใช้ หรือแม้แต่ กระทบกับอาชีพของเขา ไม่ว่าจะเป็นการทําไร่ทํานา ในช่วงฤดูแล้งก็มีการทํานาปรัง ปกติก็มีการสูบนํ้าจากแม่นํ้าโขงขึ้นมาทํานาหรือทําไร่ริมแม่นํ้าโขง แต่ปัจจุบันนี้ ทําไม่ได้แล้วครับเนื่องจากว่านํ้าแห้งจนไม่สามารถสูบขึ้นมาได้ นอกจากนั้นการลดลง ของแม่นํ้าโขงยังกระทบเรื่องของการสัญจรหรือการคมนาคมของพี่น้องในจังหวัด ที่กล่าวมาแล้ว และเพิ่มเติมไปกว่านั้นเมื่อแม่นํ้าโขงลดลงก็ส่งผลต่อการท่องเที่ยวของพี่น้อง ที่อยู่ชายแดนเลาะแม่นํ้าโขงเมื่อไม่มีนํ้าโขงต่อไป ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสไป ประเทศอินเดียไปเห็นแม่นํ้าเนรัญชรา ก่อนที่เครื่องบินจะร่อนลงที่ประเทศอินเดียผมเห็น ทรายมโหฬารเป็นทางยาวนึกว่าเป็นถนนไฮเวย์ (Highway) ที่ไหนได้คือแม่นํ้าเนรัญชรา เราคงไม่อยากจะให้แม่นํ้าโขงของเราเกิดแห้งแล้งถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเพื่ออาศัยเวที ของสภาแห่งนี้ ถ้าหากว่าทางสภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ ลงไปศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงว่า การลดลงอย่างปัจจุบันทันด่วนของแม่นํ้าโขงในรอบ ๓ เดือนที่เกิดมานั้นเกิดจากการสร้างเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ หรือเกิดจาก ความแห้งแล้งจริง ๆ หรือเกิดจากประเด็นอื่น เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าสภาแห่งนี้น่าจะใช้ บทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อที่จะ ตรวจสอบ แล้วก็พิจารณาหาข้อเท็จจริงว่าการลดลงของแม่นํ้าโขงในรอบ ๓ เดือนที่ผ่านมานั้น เกิดจากอะไร และจะมีวิธีการอย่างไรที่จะแก้ไขเพื่อที่จะนําเป็นแนวทางให้กับทางรัฐบาล หรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปหาแนวทางในการแก้ไขต่อไป จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อ พิจารณาให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ขอกราบขอบพระคุณครับ