สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓

รัฐบาลมีการดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลลัพธ์ที่ดี เช่น อัตราว่างงานต่ำกว่าประมาณการ การส่งออกมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และการลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดี และมีมาตรการประกันรายได้ของรัฐบาลที่ช่วยให้ชาวนาได้รับผลประโยชน์

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งกระทู้ถามสดที่ ๒ ต่อรัฐบาลซึ่งมีประเด็น ที่อาจจะก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในเรื่องของตัวเลขข้อมูล ทางด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นแนวทางการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งผมเข้าใจได้ว่าความเห็น ที่แตกต่างหรือมุมมองที่แตกต่างย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่ควรจะ แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านสมาชิกเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันนะครับว่า ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้อง เผชิญในปีที่ผ่านมาพร้อมกับการเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ซํ้าเติมลงไปด้วยนั้น ก็ได้ใช้ความพยายามในการฟื้นฟูด้วยมาตรการและนโยบายทั้งเศรษฐกิจภายใน และเศรษฐกิจระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนให้ประเทศนั้นได้พ้นจากภาวะชะลอตัว ทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุดนะครับ ตัวเลขที่ปรากฏออกมาอยากเรียนอย่างนี้ครับว่า ตัวเลข ของการว่างงานเมื่อสิ้นปี ๒๕๕๒ มีอัตราว่างงานเหลือเพียง ๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตํ่ากว่า ประมาณการคาดหมายเมื่อตอนเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน

๒. ตัวเลขการส่งออกตลอดทั้งปี นั้นคาดกันว่าอาจจะติดลบถึง ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าท้ายที่สุดตัวเลขทั้งปีมีการติดลบเพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ และก่อน สิ้นปีในเดือนพฤศจิกายน ตัวเลขการส่งออกได้เป็นบวก ๑๗ เปอร์เซ็นต์ เดือนธันวาคม ๒๖ เปอร์เซ็นต์ และเดือนมกราคมบวก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าทั้งปีนั้นเราจะสามารถ ส่งออกได้เป็นบวกถึง ๑๔ เปอร์เซ็นต์

๓. ตัวเลขในเรื่องของการลงทุน แม้ว่าจะเผชิญกับวิกฤตการณ์หลายด้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่พื้นฐานของประเทศไทยยังดีอยู่ในแง่ความเชื่อมั่น ของต่างประเทศ เพราะฉะนั้นในด้านการลงทุนจึงมีอัตราตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์

๔. ตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริโภค ปรากฏว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคนั้น ณ เดือนมกราคมปีนี้อยู่ที่ ๗๑.๙ สูงสุดในรอบ ๒๑ เดือน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี

๕. การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจนั้นในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในรอบอย่างน้อย ๒ ปีที่ผ่านมา

๖. ตัวเลขการใช้ไฟฟ้ำ ซึ่งตัวนี้เป็นการสะท้อนนะครับ เพราะว่าทั้งในส่วน ของครัวเรือน ทั้งในส่วนของภาคบริการ ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมนั้นปรากฏว่า ในเดือนมกราคมนั้นเพิ่มขึ้นถึง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ คือจาก ๑๘,๐๐๐ เมกะวัตต์ เป็น ๒๑,๐๐๐ เมกะวัตต์

สุดท้ายคือตัวเลขในเรื่องของยอดขายรถยนต์ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขของ ภาคเอกชน ซึ่งอยากจะเรียนว่า รถปิคอัพซึ่งเป็นรถที่ทราบดีว่าเป็นรถในชนบทใช้กันมาก แล้วสะท้อนในเรื่องของอํานาจการซื้อนั้น ในเดือนมกราคมตัวเลขเพิ่มขึ้นสูงถึง ๕๓ เปอร์เซ็นต์ รถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น ๕๓ เปอร์เซ็นต์ รถเพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้นถึง ๕๕ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยคือเพิ่มขึ้น ๕๔ เปอร์เซ็นต์ สรุปก็คือว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ในปีที่ผ่านมานั้นปรากฏว่าตัวเลขติดลบเพียงลบ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเปรียบเทียบ ในภูมิภาคนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ขณะเดียวกันการประมาณการปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีอัตรา การเติบโตระหว่าง ๓.๕-๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศก็ให้นํ้าหนัก มากกว่านั้นนะครับ คิดว่าเศรษฐกิจไทยนั้นจะขยายตัวได้ถึง ๔.๗ เปอร์เซ็นต์

ผมเรียนตรงนี้เพื่อให้เห็นว่าในภาวะที่เรามีปัจจัยเสี่ยงมาก ทั้งภาวะ เศรษฐกิจโลกที่มีการฟื้นตัวแต่ยังไม่แข็งแรงนัก โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา และยุโรปซึ่งก็เป็น ๑ ใน ๔ ตลาดหลักของเรา ขณะเดียวกันปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าทุกคนก็มีความรับผิดชอบต่ออนาคต ประเทศชาติร่วมกันนะครับ

สําหรับประเด็นข้าวนั้น ผมเรียนว่า ความจริงภาวะการค้าข้าวในตลาดโลก ขณะนี้อยู่ในภาวะชะลอตัวครับ กําลังซื้อนั้นไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร อาจจะเป็นช่วงต้นฤดู หรือว่าภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวนัก ที่เข้มแข็งในตลาดระหว่างประเทศ แต่ว่าอย่างไรก็ดีรัฐบาลได้ใช้มาตรการประกันรายได้ซึ่งท่านทราบดีอยู่แล้วว่าเราได้เปลี่ยน ระบบตรงนี้ขึ้นมา แล้วก็ยืนยันว่าชาวนาไม่ตํ่ากว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวที่ได้ประโยชน์ จากการประกันรายได้ โดยที่รัฐบาลได้ประกันไว้โดยคํานึงว่าต้นทุนของชาวนาบวกด้วย ค่าขนส่ง บวกด้วยกําไร ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จึงมาเป็นการประกันรายได้เช่นข้าวเปลือกอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน เป็นต้น อย่างไรก็ดีที่ท่านได้พูดถึงประเด็นของราคาข้าวตกตํ่านั้น เป็นความจริงส่วนหนึ่งครับว่าในช่วงต้นฤดูของข้าวนาปรังปีนี้