ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระบุว่า กองทัพไทยจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ตามงบประมาณที่ได้รับ และตามความต้องการของหน่วยใช้ ไม่ใช่ความจำเป็นของกองทัพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณท่านผู้ที่ตั้งกระทู้ถามนะครับว่า เกี่ยวกับในเรื่องของการดําเนินการ จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ และการดําเนินการของกองทัพเกี่ยวกับในเรื่องของ งบประมาณต่าง ๆ นั้น ผมอยากเรียนให้ท่านทราบอย่างสั้น ๆ ก่อนนะครับว่า งบประมาณ ของกองทัพในการดําเนินการนั้นก็เป็นไปตามจีดีพี (GDP) ของทางรัฐบาลที่ได้ให้กับ ทางกองทัพ ซึ่งผมเรียนว่าตลอดระยะเวลา ผมเคยดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการทหารบก มานะครับ แล้วก็ในช่วงที่ผมดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการทหารบกผมก็มีงบประมาณของ กองทัพบกอยู่ประมาณสัก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในช่วงนั้นต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่เป็น วิกฤติทางด้านงบประมาณ เพราะว่าในเรื่องของการดําเนินการต่าง ๆ นั้น แม้แต่ในเรื่อง ของ สป. ๓ คือนํ้ามันเชื้อเพลิงที่จะเติมเครื่องบิน ในเรื่องของการฝึกการหัดนั้นก็ต้องลดไป เนื่องจากว่าในช่วงนั้นงบประมาณเราน้อยมาก เกือบจะไม่มีเลย ซึ่งปัจจุบันนี้กองทัพบก ก็ได้ประมาณสัก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แล้วงบประมาณส่วนใหญ่นั้นมันไม่ใช่เป็น งบประมาณที่มาพัฒนากองทัพหรอกครับ ผมอยากเรียนว่า มันเป็นงบประมาณกําลังพล ส่วนใหญ่ ถึงประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ งบประมาณพัฒนากองทัพแต่ละปีมีประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นละครับ ไม่ได้มากมายอะไรหรอกครับ เพราะฉะนั้นในการใช้ งบประมาณของกองทัพนั้นเราใช้อย่างประหยัด แล้วเราใช้ตามที่ทางท่านผู้ตั้งกระทู้ถามสด ได้ถามนะครับว่าเราใช้อย่างประหยัดที่สุด แล้วตอบคําถามได้ทุกเรื่องถ้าในเรื่องของ รายละเอียด ซึ่งทุกวันนี้ทางคณะกรรมาธิการการทหารก็เรียกทางฝ่ายทหาร ทางหน่วย กองทัพตอบในทุก ๆ เรื่องอยู่แล้ว แล้วก็ตอบทุกวันในทุก ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นการ ดําเนินการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมนี่เราไม่ได้ทําแบบส่งเดช หรืออยากจะ เอางบประมาณ อยากเอาภาษีของราษฎรไปทําอะไร ก็ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ คือเราก็ต้อง ดูว่าเรามีอาวุธนี่เราก็จะต้องมีการจัดหายุทโธปกรณ์เป็ นไปตามยุทธศาสตร์ ในการป้ องกัน เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณของแต่ละกองทัพแล้วเราก็จะต้อง ดําเนินการ จะต้องมีการทดสอบยุทโธปกรณ์ มีการคัดเลือกแบบโดยคณะกรรมการ การคัดเลือกแบบแต่ละเหล่าทัพ เพื่อให้เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนดและ ความต้องการของหน่วยใช้ หลังจากนั้นก็จะได้เริ่มดําเนินกรรมวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง โดยการจัดซื้อจัดจ้างการปฏิบัตินั้นเราจะใช้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมติของคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เหตุผล ที่กระทรวงกลาโหมมีความจําเป็นที่จะต้องจัดซื้อยุทโธปกรณ์ด้วยวิธีการต่าง ๆ นั้น เนื่องมาจากยุทโธปกรณ์เป็นพัสดุที่มีคุณลักษณะเฉพาะที่ไม่สามารถที่จะจัดหาทั่วไปได้ เป็นพัสดุโดยลักษณะการใช้งานมีข้อจํากัด มีทางเทคนิค จําเป็นต้องจัดซื้อโดยตรงจาก ต่างประเทศ ทางกระทรวงกลาโหมก็มีภารกิจในการรักษาความมั่นคงภายใน บางครั้งก็มี ความจําเป็นที่จะต้องจัดซื้อกรณีเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นผมอยากเรียนว่าเราก็ทําทุกอย่างนั้นเป็นไปตามระเบียบ เพราะฉะนั้น การจัดซื้อนั้นเราจัดซื้อตามอํานาจกําลังรบเปรียบเทียบ แล้วก็ตามอารยประเทศที่มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบของอาเซียน (ASEAN) แล้วเรียนว่า กองทัพไทยนี่ไม่มีอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ที่แปลกประหลาดหรือว่าดีไปกว่าในอาเซียนเลย ถึงแม้ว่าเราจะเป็นประเทศที่มีประชาชนมาก แต่เราก็ใช้ยุทโธปกรณ์ที่สามารถที่จะรักษา อธิปไตยของเราเท่านั้นเพื่อให้เกิดความสงบ ให้เกิดความเรียบร้อยขึ้นภายในประเทศ และสามารถที่จะดํารงในเรื่องของการดูแลรักษาทรัพยากรของประเทศไม่ว่าทางทะเล หรือทางบกให้ได้ แล้วก็ดูแลรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนทุกเรื่องซึ่งขณะนี้ทางกองทัพ เราก็ดําเนินการในทุก ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ นั้นผมอยากเรียน ว่าเราซื้อด้วยความจําเป็น และเราซื้อด้วยความต้องการของหน่วยใช้ ไม่ใช่ความจําเป็น ของกองทัพ ไม่ใช่ความจําเป็นหรือโดยการสั่งการของผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาไม่มี สิทธิในการที่จะสั่งการในการที่จะใช้ยุทโธปกรณ์ในทุก ๆ เรื่อง เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ ในการซื้อ แล้วเป็นเรื่องของความต้องการของหน่วยใช้เป็นหลัก ผมอยากเรียนอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นในการจัดซื้อของจีที ๒๐๐ นั้น เราก็เริ่มมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๗ ซึ่งจริง ๆ แล้วเครื่องนี้มันก็เริ่มต้นจากกองทัพอากาศซึ่งมี ๒ เครื่อง เขาบอกไม่มียุทโธปกรณ์ใดเลย ที่สามารถที่จะตรวจสอบในเรื่องของการตรวจค้น ในเรื่องของการค้นหาวัตถุระเบิด ค้นหา ยาเสพติดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละเครื่องที่เราซื้อนั้นมันมีออพชัน (Option) แตกต่างกันไม่ใช่ว่า เครื่องหนึ่งราคา ๙๐,๐๐๐ บาท อีกเครื่องหนึ่งราคา ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมเรียนว่าไม่ใช่ เครื่องเหมือนกัน และไม่ใช่เครื่องที่มีออพชันเท่ากัน มันแตกต่างกัน เราสามารถที่จะให้ การตรวจสอบได้ แต่ถามว่าทําไมเราถึงซื้อในตอนนั้น กองทัพอากาศได้เอาเครื่องมือ อันนี้ไปใช้งาน แล้วก็มีผลงานในการที่จะชี้ แล้วก็ตรวจสอบได้ว่าเครื่องมือนี้ได้ชี้ไปนั้น แล้วเรามีรายงานทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงกลาโหมก็ได้ให้กองทัพรวบรวม แล้วก็รายงานเสนอท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งการว่าให้ทุกหน่วยที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นจีที ๒๐๐ ไม่ว่าจะเป็นเป็นอัลฟา ๖ ที่จัดซื้อจัดหา ให้รายงานเกี่ยวกับในเรื่อง ของการจัดซื้อจัดหา ให้รายงานเกี่ยวกับผลงานของเครื่องมือที่ใช้อยู่ขณะนี้ ที่ใช้อยู่เขาใช้ อย่างไร แล้วใช้ได้ผลอะไร ใช้ได้ผลเมื่อไร เราก็ทํารายงาน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น เจ้าหน้าที่เขาเป็นคนดําเนินการ และเป็นคนอยู่กับเครื่องมือในเรื่องของจีที ๒๐๐ ผมอยากเรียนให้ทราบ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการจัดซื้อจัดหานั้น เราดําเนินการ อย่างโปร่งใสนะครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ดําเนินการในลักษณะว่าเราอยากจะซื้ออะไร เราก็ไปซื้อ ไม่ใช่ซื้อขนม เป็นเรื่องของการซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีคณะกรรมการทุกขั้นตอน ตั้งแต่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ในการป้ องกันประเทศ แล้วก็มีคณะกรรมการกําหนด ความต้องการการใช้ แล้วในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเราก็ได้จากรัฐบาล ซึ่งรัฐบาล เป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้ แล้วมีการทดสอบ มีคณะกรรมการรับของ จะต้องมี ทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้นการดําเนินการจัดซื้อนั้นดําเนินการไปตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี พุทธศักราช ๒๕๓๕ อย่างชัดเจนนะครับ ก็อยากเรียนให้ท่านทราบว่า เรือเหาะก็เหมือนกันครับ ที่เราซื้อเรือเหาะเราก็ไม่ได้ซื้อในราคาที่แพง เราซื้อเรือเหาะ ตัวหนึ่งแล้วก็เรามีกล้องที่ประกอบเรือเหาะ มีกล้องทั้งหมด ๕ เครื่อง ที่แพงนี่แพงตัวกล้อง เพราะว่าเราใช้ในการที่จะ เข้ามาตรวจสอบ ที่ถามว่าเอามาตรวจสอบอะไร ทหารเรา ยานพาหนะของทางราชการเรา เราถูกระเบิด เราถูกซุ่ม เพราะฉะนั้นเรือเหาะนี้ เราก็สามารถที่จะตรวจตามเส้นทางต่าง ๆ จากเครื่องมือเธอร์โมไซฟอน (Thermosyphon) จากกล้องนี้นะครับให้ความร้อน แล้วกล้องนี้ก็จะตรวจสอบว่าตรงนี้มีระเบิด ตรงนี้มีการขุด เมื่อคืนนี้ ตรงนี้มีทหารอยู่ สามารถที่จะควบคุมพื้นที่ได้จํานวนมาก ไม่ใช่เราซื้อเรือเหาะมา เพื่อทําอะไรนะครับ มาเพื่อที่จะช่วยชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่ทํางาน อยากเรียนให้ทราบอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ