สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการป้องกันเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยนำเสนอแผนการป้องกัน 4 ขั้นตอนของศูนย์อํานวยการรักษาความสงบ และเรียกร้องการใช้กำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบประชาชน ทะเบียนรถ และอาวุธที่เข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย และเตรียมความพร้อมในการป้องกันเหตุการณ์ไม่ปกติในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการตรวจสอบรถยนต์ที่เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการเตรียมการป้องกันการก่อวินาศกรรมหรือก่อการจลาจล
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงแล้วกระทู้ถามสดนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ต้องการที่จะมาตอบด้วยตัวท่านเอง แต่เนื่องจากว่าเช้านี้เรามีการประชุมของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในศูนย์อํานวยการรักษาความสงบก็คือ ศอ.รส. ซึ่งกําลังมีการประชุม อยู่ในขณะนี้ อันเนื่องมาจากความประสงค์ที่จะป้ องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ที่จะลุกลาม บานปลาย แล้วก็สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนอย่างที่ท่าน ส.ส. จาก กรุงเทพมหานครของพรรคประชาธิปัตย์ได้สอบถามกระทู้ถามสดอยู่ในขณะนี้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมได้ตอบในส่วนของมาตรการที่เกี่ยวข้อง ผมก็เรียน เพื่อนสมาชิกได้อย่างนี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นอยู่ภายใต้ ความห่วงใยของรัฐบาล หลักการข้อสําคัญที่สุดก็คือรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องป้ องกันรักษา ไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครหรือที่ใดก็ตาม ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการ ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง หรือ คตม. ซึ่งลงนามโดยท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะกรรมการชุดนั้นได้ทําหน้าที่ในการติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องด้วยความเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจาก ได้ติดตามสถานการณ์แล้วก็มีความเห็นว่าเนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะเกิด ความรุนแรงขึ้น มีการใช้กลุ่มผู้ชุมนุมจํานวนมาก รวมทั้งมีกลุ่มซึ่งไม่หวังดี และมีแนวโน้ม ที่จะใช้ความรุนแรงในการทําให้สถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น จึงได้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีให้มีการประกาศใช้อํานาจตามพระราชบัญญัติความมั่นคง เหตุที่ต้อง ประกาศเขตพื้นที่ความมั่นคงเกิดขึ้น ผมต้องเรียนครับว่า เป้ำหมายของการประกาศใช้ พระราชบัญญัติความมั่นคงนั้นก็มีเป้ำหมายเพื่อป้ องกันระงับเหตุไม่ให้มีความรุนแรง เกิดขึ้น แล้วนี่จะเป็นคําถามที่ท่านถามแล้วผมก็ตอบว่า การใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงนั้น ก็เป็นการป้ องกัน คําถามถึงมาตรการว่า จะป้ องกันไม่ให้เหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างไร ก็ได้มี การเตรียมแนวทางไว้ในคณะกรรมการ ศอ.รส. ๔ ขั้นตอนครับ ใน ๔ ขั้นตอนที่เกิดขึ้น ก็จะมีมาตรการในการป้ องกันเหตุการณ์รุนแรง มาตรการป้ องกันมี ๔ ประการคือ
ประการที่ ๑ จะมีการปฏิบัติงานด้านการข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน รวมทั้งกลุ่มบุคคลที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ ความวุ่นวายในห้วงเวลาตั้งแต่ระยะเวลาบัดนี้เป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงการประกาศ พระราชบัญญัติความมั่นคงแล้ว หน่วยงานการข่าวนั้นจะมีการประสานกันทั้งหน่วยงาน ข่าวภายในประเทศของทหาร ตํารวจ พลเรือน และหน่วยงานซึ่งมีการส่งข่าวเข้ามา รวมถึงประชาคมข่าวกรองระหว่างประเทศซึ่งมีการส่งความเห็น หรือข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนตลอดเวลาด้วย
ประการที่ ๒ ปฏิบัติการข่าวสารรวมทั้งปฏิบัติการในการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าใจถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ และป้ องกันไม่ให้มีการปลุกระดม มวลชนเข้ามาร่วมชุมนุม ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงผลเสียหายและความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งตรงกับความกังวลใจของท่านสมาชิกที่ได้สอบถามรัฐบาล
ประการที่ ๓ คือการใช้กําลัง แต่การใช้กําลังในที่นี้หมายความว่า ใช้กําลัง ผสมทั้งพลเรือน ตํารวจ ทหาร เข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. ตามภารกิจที่กําหนด ความจริงในรายละเอียดนั้นทาง ศอ.รส. ก็จะมีการแถลงให้ทราบ เป็นระยะตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้วว่าในแต่ละส่วนจะมีภารกิจในการดูแลสถานการณ์ อย่างไร
ผมเรียนเพิ่มเติมว่ามาตรการที่เพื่อนสมาชิกได้ถามเป็นความกังวล ๒ เรื่อง สําคัญ คือ ๑. จะมีการนําอาวุธโดยฝ่ำยใดฝ่ำยหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ดีเข้ามาหรือไม่ กับ ๒. มีข่าวปรากฏว่าอาจจะมีบุคคลซึ่งไม่ใช่เป็นคนไทยแปลกปลอมเข้ามาจะโดย ทางใดทางหนึ่งก็ตาม และ ๓. อาจจะมีการนํายานพาหนะเข้ามาเป็นจํานวนมาก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตปกติของพี่น้องทั้งในเขตปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร
ใน ๓ ข้อนี้ทาง ศอ.รส. ก็กําหนดมาตรการว่าจะมีด่านที่เรียกว่า ด่านตรวจ รอบเส้นทางในทุกเส้นทางที่เข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยด่านตรวจนั้นมีจุดมุ่งหมายมิใช่ เป็นการสกัดผู้มาร่วมชุมนุม แต่เป็นจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะดูแลให้เกิดความปลอดภัยโดยเรา ได้มีการแจ้งเตือนว่าประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางทั้งมาร่วมชุมนุมและเข้าสู่ กรุงเทพมหานครจะต้องมีการพกพาบัตรประจําตัวประชาชน จะมีการตรวจสอบ บัตรประจําตัวประชาชนในทุกด่านอย่างเคร่งครัดเพื่อป้ องกันเหตุกรณีที่มีการพูดถึงคน ที่มิใช่คนไทย อาจจะแปลกปลอมเข้ามาและอาจจะนําไปสู่การก่อเหตุ
ประการถัดมาก็คือจะมีการตรวจสอบทะเบียนรถ เนื่องจากในช่วงหลัง การก่อเหตุหลายครั้งมีการใช้รถที่มีการปลอมแปลงป้ำยทะเบียน จึงจะต้องมีการตรวจสอบ ป้ำยทะเบียน รวมถึงเอกสารที่ประกอบอย่างเคร่งครัดด้วยในเวลาเดียวกัน
อีกประการก็คือจะมีการตรวจสอบอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธชนิดใดก็ตาม ที่อาจจะติดมา โดยด่านตรวจทุกแห่งที่อยู่ตลอดระยะรายทางตั้งแต่ถนนทุกเส้นที่เข้าสู่ กรุงเทพมหานคร
ในประการถัดมาก็คือว่าเมื่อมีการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ในพื้นที่ที่มี การประกาศเขตความมั่นคงนั้นจะมีการห้ามรถที่เป็นรถขนาดเล็ก เช่น รถบรรทุก รถปิคอัพ (Pickup) ที่เป็นป้ำยทะเบียนกรุงเทพมหานครที่เข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร ประเด็นในขณะนี้ ก็จะเกิดการสอบถามมากว่ากรณีของคนที่นํารถเข้ามาทําธุระต่าง ๆ ไม่ได้มาร่วมชุมนุม จะทําอย่างไร ศอ.รส. ได้กําหนดเบื้องต้นว่าสําหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดนั้นก็ขอให้ไปแจ้งทาง ที่ว่าการอําเภอให้ทราบว่าท่านจะเข้ามา และเมื่อท่านเข้ามาแล้วก็สามารถนําเอกสาร ที่ออกรับรองนั้นแสดงต่อด่านได้ ที่ด่านตรวจทุกแห่งจะอํานวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ในการที่ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการหรือแก้ไขปัญหาใด ๆ ก็ตามในเขตกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันรถที่เข้ามาร่วมชุมนุมนั้น ในวันนี้ทางกองทัพภาคที่ ๑ ตํารวจนครบาลและ กรุงเทพมหานครจะร่วมกันกําหนดเขตพื้นที่ที่จะให้รถดังกล่าวที่ห้ามนั้นมายังจุดที่จอดไว้ ในบริเวณรอบ ๆ กรุงเทพมหานคร เพราะปัจจุบันนี้เราก็ทราบว่ากรุงเทพมหานครปกติรถ ก็ติดมากอยู่แล้ว ถ้ามีรถกระบะเข้ามาอีกเป็ นหมื่นหรือเป็ นแสนคัน การจราจร ในกรุงเทพมหานครจะเป็นอัมพาต จะส่งผลกระทบต่อคนที่ต้องใช้ชีวิตปกติประจําวัน ผู้ป่วยที่ต้องไปโรงพยาบาล หรือเด็กนักเรียน หรือผู้ที่ต้องทํางานหาเช้ากินคํ่า การกําหนดจุดที่จะจอดรถนี้ก็จะมีการประกาศในช่วงหลังเที่ยงของวันนี้ โดยทาง สถานีโทรทัศน์ก็จะได้รับการขอความร่วมมือจากรัฐบาลในการช่วยเผยแพร่ข่าวสารนี้ รวมถึงแจ้งไปยังพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้รถที่เข้ามาทําธุระนั้นได้ทราบว่าท่านควร ปฏิบัติอย่างไร แต่ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินจําเป็น เช่นนําผู้ป่วยเข้ามาไม่ได้ขออนุญาตก่อน ทาง ศอ.รส. ก็มีมาตรการในการที่จะกําหนดให้ด่านแต่ละด่านนั้นดูแลในเรื่องนี้เป็นกรณี พิเศษด้วยเพื่อมิให้ประชาชนนั้นจะต้องได้รับผลกระทบอันเกิดจากความเข้มงวด ที่เจ้าหน้าที่จําเป็นจะต้องตรวจสอบ อันนี้ก็เป็นมาตรการเบื้องต้นในการที่จะป้ องกันเหตุ มิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นในกรุงเทพมหานคร ในกรณีที่ท่านได้สอบถามว่ามีข่าวคราวเรื่อง การก่อวินาศกรรมหรือก่อการจลาจลนั้นก็เป็นเหตุหนึ่งครับที่ทาง ศอ.รส. รวมทั้ง หน่วยต่าง ๆ ได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ ในการดูแลเพื่อป้ องกันมิให้เกิดปัญหาเช่นจะมี การตั้งจุดตรวจร่วมที่เรียกว่า จุดตรวจร่วมแข็งแรง ๒๔ ชั่วโมง ครอบคลุมสถานที่สําคัญ ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. หมายความว่าทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในพื้นที่ ที่ประกาศเขตเป็นพื้นที่ความมั่นคงก็จะมีการจัดจุดตรวจร่วมแข็งแรงตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยใช้กําลังในการที่จะดูแลพร้อมทั้งมีเครื่องมือที่จําเป็นและรวมพลเพื่อเตรียมระงับ เหตุฉุกเฉินด้วย มีการจัดชุดเฝ้ำตรวจแหล่งเศรษฐกิจและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งพื้นที่สัญลักษณ์ที่สําคัญในเขตพื้นที่รับผิดชอบในเวลา ที่เรียกว่า เวลาล่อแหลม คือเวลาที่อาจจะเกิดเหตุได้ อย่างเช่นกรณีวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาที่มีคนร้ายปาระเบิด ซึ่งขณะนี้ก็มีการจับกุมไปแล้วนั้น ก็จะใช้ประสบการณ์ ในกรณีดังกล่าวมาจัดชุดเฝ้ำตรวจ แหล่งเศรษฐกิจ ได้แก่ แหล่งเศรษฐกิจที่อาจจะเป็น สถานที่ทํางานสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นสายเศรษฐกิจ บริษัทใหญ่ ๆ ธนาคาร ห้าง ร้านต่าง ๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไฟฟ้ำ นํ้าประปาหรือระบบอื่นที่จําเป็น มีการจัด สายตรวจเคลื่อนที่เข้าไปลาดตระเวนในพื้นที่ล่อแหลม และจะจัดจุดตรวจชั่วคราว ตามความจําเป็ นของสถานการณ์ด้วย นอกจากนั้นยังมีการประสานเครือข่าย ภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้ำระวังการเปิ ดสายด่วน ๑๕๕๕ ของ กรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งเหตุและจะให้เจ้าหน้าที่ไประงับเหตุ นอกจากนั้นยังมีการใช้ กล้องวงจรปิดทั้งของส่วนราชการและของภาคเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ถ้าที่ตรงไหนเกิดเหตุในลักษณะที่คล้าย ๆ กับครั้งที่แล้วซึ่งท่านพูดถึงรถแก็สก็ดี เรื่องพื้นที่ บางที่ เช่น ชุมชน อย่างนางเลิ้งครั้งที่แล้ว เที่ยวนี้ทาง ศอ.รส. ก็มีการจัดกําลังเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งพร้อมจะเข้าไประงับเหตุที่เกิดขึ้นตลอดเวลาอีกด้วย ผมจึงเรียนชี้แจงเพื่อที่จะให้เข้าใจ ในขั้นตอนเบื้องต้นว่าในการป้ องกันนั้นก็เตรียมมาตรการต่าง ๆ ไว้อย่างเต็มที่เพื่อให้ความมั่นใจ กับพี่น้องประชาชนว่าจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขครับ