ธนา ชีรวินิจ หารือเจตนารมณ์ร่างกฎหมายที่ตัดหน่วยงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓

ธนา ชีรวินิจ หารือเจตนารมณ์ร่างกฎหมายที่ตัดหน่วยงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ออกเพื่อตั้งสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นนิติบุคคล โดยชี้ว่าประเด็นนี้เกี่ยวด้วยการเงินจึงต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลก่อน พร้อมกล่าวถึงความขัดแย้งของอำนาจหน้าที่ในร่างกฎหมายและเสนอให้แก้ไขโครงสร้างเพื่อลดความซ้ำซ้อน ธนา ชีรวินิจ หารือภารกิจหลักของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และชี้แจงความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายเพื่อระบุอำนาจการจัดทำงบประมาณ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเป็ นห่วงในการทํางานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญจริง ๆ นะครับ เพราะว่าดูจากการแก้ไขร่างอย่างที่ผมได้ กราบเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่าได้มีการเข้าไปแก้ไขร่างนี่แทบจะเรียกว่าทุกบรรทัด ทุกมาตรา และด้วยวิธีที่การแก้ไขร่างละเอียดอย่างนี้นี่ละครับ ท้ายที่สุดมันจะเกิดการบัญญัติ กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการ ไม่เป็นไปตามหมวดหมู่ แล้วก็เป็นเรื่องที่ทํา ความเข้าใจได้ยาก สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนประเด็นแรก เพื่อตอบสนองกับข้อเสนอ ของท่านสมาชิกคือท่านถวิล ไพรสณฑ์ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ครับว่า

จากร่างเดิมมาตรา ๑๗ ระบุไว้ชัดครับว่า ให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ปฏิบัติงานธุรการของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ติดตามและประสานงานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทํางบประมาณรายจ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของ สภาเกษตรกรแห่งชาติ และปฏิบัติงานอื่นตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติมอบหมาย เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งข้าราชการของสํานักงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําหน้าที่เลขานุการสภาเกษตรกรแห่งชาติ

ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือเจตนารมณ์ในร่างนี้นั้นมุ่งเน้น ที่จะให้ข้าราชการในหน่วยงานของสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําหน้าที่ งานธุรการ แล้วก็ดําเนินการเพื่อให้เป็นไปตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ดําเนินการ ประเด็นที่ตรงกับท่านถวิลก็คือว่าหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของสํานักงานปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นั้นเป็นหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว รัฐไม่ต้องตั้งค่าใช้จ่ายขึ้นมาใหม่ แต่การที่คณะกรรมาธิการวิสามัญไปเพิ่มเติมโดยตัดหน่วยงานของปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ออก และให้มีการตั้งสํานักงานขึ้นมาใหม่เรียกว่า สํานักงานสภาเกษตรกร แห่งชาติ ขึ้นมามีฐานะเป็นนิติบุคคลแล้วก็ให้ปฏิบัติงานตามที่เคยจะให้กับสํานักงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาปฏิบัติงานแทนทั้งหมด ถือว่าเป็นการตั้งหน่วยงาน ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องถกเถียงกันต่อไปว่ากรณีนี้จะต้องขอความเห็นชอบ จากรัฐบาลก่อนหรือไม่ เพราะเป็นการตั้งค่าใช้จ่ายที่จะผูกพันงบประมาณรายจ่าย ประจําปีของรัฐบาล หากรัฐบาลไม่ได้มีความเห็นชอบด้วยก็คงจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ นั่นประเด็นที่ ๑ ซึ่งในประเด็นที่ ๑ นั้น เมื่อเป็นข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาต่อไป จําเป็นหรือไม่ที่สภาแห่งนี้จะต้องถอนร่างนี้กลับไปเพื่อให้คณะกรรมาธิการสามัญ ทั้ง ๓๕ คณะ วินิจฉัยเสียก่อนว่าสิ่งที่ได้มีการแก้ไขในขณะนี้นั้นทําให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงิน นั่นผมจะกราบเรียนท่านประธานในอันดับแรก สอดคล้องกับข้อเสนอของท่านถวิล ไพรสณฑ์

แต่ว่าประเด็นที่ ๒ พอเวลาที่ท่านไปแก้ไขข้อความตามมาตราต่าง ๆ ท่านไปแก้ไขแต่ละมาตรา ๆ ไป แล้วพอท่านไปแก้ไขมาตรา ๑๗ โดยท่านไม่ต้องการให้มี สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําหน้าที่งานธุรการ อันนี้พอท่านไม่ต้องการให้ ท่านก็เลยไปตั้งหน่วยงานขึ้นมาอีกหน่วยงานหนึ่งในหมวด ๑/๑ สํานักงานสภาเกษตรกร แห่งชาติ โดยท่านไปกําหนดในมาตรา ๑๗/๑ มาตรา ๑๗/๒ มาตรา ๑๗/๓ มาตรา ๑๗/๔ มาตรา ๑๗/๕ มาตรา ๑๗/๖ มาตรา ๑๗/๗ มาตรา ๑๗/๘ มาตรา ๑๗/๙ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า เมื่อท่านมีเจตนารมณ์ที่จะใช้งานโดยการตั้ง สํานักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้นมาใหม่ตามเจตนารมณ์ในมาตรา ๑๗/๑ ความจริง ท่านต้องตัดเอามาตรา ๑๗ ไปก่อน เพราะไม่มีที่ไหนหรอกที่ระบุว่า ให้หน่วยงานหนึ่ง ปฏิบัติงานอย่างไรโดยที่ยังไม่ได้กําหนดเลยว่าหน่วยงานนี้มีที่มาจากกฎหมายอย่างไร ในทางปฏิบัติกฎหมายเขาไม่ทํากัน สิ่งที่ท่านจะทํา สมมุติว่าเจตนารมณ์แห่งกฎหมายนี้ ต้องการตั้งสํานักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติตามมาตรา ๑๗/๑ ท่านก็เอารายการของ มาตรา ๑๗ ที่มีอยู่เดิมที่ท่านแก้ไขก็ใส่ไปในรายการมาตรา ๑๗/๑ ว่าจะให้สํานักงานนี้ มีอํานาจหน้าที่อย่างไร กลายเป็นว่าในมาตรา ๑๗ กับมาตรา ๑๗/๑ มีข้อความที่ลักลั่นกันอยู่ เป็นการใส่อํานาจมาตราถึง ๒ มาตรา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ให้สํานักงานปฏิบัติงาน ธุรการ ติดตามและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทํางบประมาณรายจ่ายเพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ และปฏิบัติงานอื่นตามที่สภา เกษตรกรแห่งชาติมอบหมาย เพื่อเป็นไปตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ และในมาตรา ๑๗/๑ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มันมีความจําเป็นที่ผมจะต้องขอก้าวล่วงไปในมาตรา ๑๗/๑ และมาตรา ๑๗/๒ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องสอดคล้องกัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า

ในมาตรา ๑๗/๑ ระบุว่า ให้จัดตั้งสํานักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้น มีฐานะเป็นนิติบุคคล เรียกโดยย่อว่า “สกช.” โดยมีสํานักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครหรือ ปริมณฑล มีอํานาจหน้าที่ดังนี้

(๑) รับผิดชอบงานด้านธุรการ เห็นไหมครับ เหมือนกับในมาตรา ๑๗ และ ทําหน้าที่เลขานุการของสภาเกษตรกรแห่งชาติ

(๒) ท่านก็มีระบุว่ามีการ รวบรวม ศึกษา วิจัย พัฒนา และวิเคราะห์ข้อมูล ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาเกษตรกรจังหวัด สํานักงาน และสํานักงานจังหวัด

(๓) ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร ได้ทราบถึงนโยบาย แผนแม่บท และการดําเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ

(๔) จัดให้มีระบบข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเกษตร และกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการวิจัย การผลิต การแปรรูป การตลาด และราคา ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

(๕) ประสานการดําเนินงานกับสภาเกษตรกรจังหวัด และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง

(๖) จัดทํารายงานประจําปีของสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ

(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติมอบหมาย

ท่านประธานเห็นไหมครับ ในมาตรา ๑๗ มันมีหลายภารกิจที่ไม่ได้ระบุไว้ ให้เป็นอํานาจของสํานักงาน ที่อยู่ในมาตรา ๑๗ ก็คือการจัดทํางบประมาณรายจ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจที่สําคัญ แต่ท่านไม่ได้ใส่ไว้ในภารกิจหลักของสํานักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ แต่ไปอยู่ในมาตรา ที่เกิดขึ้นก่อนการตั้งสํานักงาน ซึ่งในทางปฏิบัติไม่มีใครเขาทํากัน นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมกราบเรียนท่านว่า เวลาท่านไปแก้ไขกฎหมายเรียงตามมาตราและท่านแก้ทุกมาตรา ท่านก็จะเจอเรื่องอย่างนี้ละว่า ความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันมันไม่เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผม จะกราบเรียนว่า พอท่านไม่ระบุไว้ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญ เพราะการจัดทํางบประมาณ รายจ่ายนั้นเป็นภารกิจหลักของสํานักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ

ประเด็นต่อมา ก็คือ ให้ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติแต่งตั้งเลขาธิการ ซึ่งมีคุณสมบัติอย่างไร แต่ว่าในมาตรา ๑๗ ไปเขียนไว้ก่อนเลยว่า ให้เลขาธิการทําหน้าที่ เลขานุการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เห็นไหมครับอยู่ ๆ ก็ไปบัญญัติเลยว่าให้ใครทําอะไร แต่ว่าที่มาอย่างไรไม่ปรากฏ แต่พอมาอ่านต่อไปถึงจะปรากฏว่ามีที่มาของเลขาธิการ เกิดขึ้นอย่างไร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรานี้ทั้งหมด ผมก็พยายามที่จะอ่านแล้วก็ใช้เวลาของสภาแห่งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการทํางานที่มีการซํ้าซ้อนกัน ผมเลยกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะสอบถามกรรมาธิการว่าการที่ท่านไปบัญญัติอย่างนี้ ท่านได้พิจารณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมของท่านนั้น เป็นการสร้างภาระให้กับงบประมาณรายจ่ายประจําปีของรัฐบาลและท่านได้รับความเห็นชอบ จากรัฐบาลแล้วหรือไม่ อย่างไร ประเด็นที่ ๒ ก็คือ การบัญญัติลักษณะกฎหมายของท่านนั้น ไม่ใช่การบัญญัติกฎหมายที่จะทําให้มีการทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนหรือผู้ปฏิบัติ ตามกฎหมายให้เกิดความเข้าใจในการที่จะปฏิบัติตามกฎหมายของท่านได้อย่างครบถ้วน แล้วก็ถูกต้อง ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ในชั้นต้นผมอยากจะฟังความเห็นของ กรรมาธิการในส่วนที่ผมได้อภิปรายในส่วนนี้ว่าท่านมีข้อที่จะชี้แจงอย่างไร ขอบคุณครับ