สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓

ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องการคัดเลือกประธานและรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยกล่าวอ้างว่าไม่มีการสอดไส้หรือหมกเม็ด และยืนยันว่าตัวแทนเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้งและคัดเลือกมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรจริง และไม่ควรตัดสมาชิกที่มาจากองค์กรเกษตรกรออก

นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานคณะกรรมาธิการ

ฉะนั้นยืนยันว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัว ความเป็นพี่เป็นน้องผมยังเหมือนเดิมครับ แต่ในฐานะที่เป็น ประธานคณะกรรมาธิการ ผมเอาข้อเท็จจริงมาชี้แจงให้ท่านทราบ เรื่องนี้ไม่มีใครสอดไส้ ทั้งนั้นนะครับ ยืนยันผมไม่ได้ปกป้ องใคร ไม่มีใครสอดไส้เพราะในวรรคท้ายของ มาตรา ๑๒ ร่างเดิมของคณะรัฐมนตรีบอกว่าในการประชุมครั้งแรกให้ที่ประชุม สภาเกษตรกรแห่งชาติมอบหมายผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นประธาน เพื่อดําเนินการเลือกประธาน และรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยให้ถือเสียงข้างมากของสมาชิกเป็นการชี้ขาด ท่านที่เคารพครับ ยืนยันว่าในร่างของรัฐมนตรีร่างแรกร่างเดิมคือให้สมาชิกสภาเกษตรกร แห่งชาติทั้ง ๙๙ คน ที่มาจากทั้ง (๑) ๗๖ คนเลือกตั้งมาแต่ละจังหวัด (๒) ๑๖ คน ที่คัดเลือกมาจากตัวแทนเกษตรกร และ (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๗ คน รวมแล้ว ๙๙ คน มีสิทธิที่จะได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานและรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติทุกคน แต่ในที่ประชุมกรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นว่าการที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ๗ คนมามีสิทธิ มีโอกาส ที่จะเป็นประธาน รองประธานด้วย มันคล้าย ๆ กับเป็นการเอาเปรียบเกินไป แล้วก็อาจจะ ไม่ใช่เกษตรกรที่แท้จริง เราก็กลัวถูกครหานินทา เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรจะตัดสมาชิก ที่มาจาก (๓) คือผู้ทรงคุณวุฒิ ๗ ท่านออก ไม่ให้มีสิทธิที่จะมาเป็นประธาน รองประธาน แต่ทีนี้ความเห็นของกรรมาธิการส่วนใหญ่ที่เห็นว่า ทําไมล่ะสมาชิกสภาเกษตรกรที่มาจาก (๒) ถึงให้มีสิทธิด้วย ท่านครับต้องดูที่มา ที่มาของ (๒) สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ (๒) มาจากการคัดเลือกหรือเลือกสรรจากตัวแทนองค์กรเกษตรกร เช่น จากสหกรณ์ จากวิสาหกิจ จากกลุ่มเกษตรกรอะไรต่าง ๆ ใครเป็นคนเลือกสรร ก็สมาชิกที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน ๗๖ คน ที่มาจากทุกจังหวัดนั่นแหละเป็ นผู้เลือกสรร ด่านแรก เขาได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกของกลุ่มเกษตรกรเขามาเป็นตัวแทน มาจาก การคัดเลือก ด่านที่สอง ๗๖ คนคัดกรองอีกครั้งหนึ่งว่า ๑. เป็นเกษตรกรจริงไหม ถ้ามาเป็นประธาน รองประธาน แล้วจะสามารถทําประโยชน์ให้กับสภาเกษตรกรหรือไม่ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ มันก็ผ่านการกลั่นกรอง ผ่านการคัดเลือก พวกผมมองเห็นว่าถ้า ๗๖ คนมาจากตัวแทนเกษตรกร ๗๖ จังหวัด ๗๖ คน และมาคัดเลือกเอา ๑๖ คน ก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของ ๗๖ คน และ ๑๖ คนก็ไม่ใช่ว่า เอามาจากไหนก็ได้ ระบุชัดเจนว่ามาจากองค์กรเกษตรกรที่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร คุณสมบัติข้อแรก คือเป็นเกษตรกรก่อน คุณสมบัติข้อที่สอง คือต้องผ่านการคัดเลือก มาจากองค์กร นี่คือสิ่งที่ได้มาพิจารณากันอย่างรอบคอบนะครับ โดยไม่ได้คิดถึงว่า เอาผลประโยชน์ของใคร ตัวแทนของใคร ผมยืนยันครับว่าถ้าผมจะไม่รู้ ไม่เข้าใจว่า ประเด็นนี้จะมีการหมกเม็ด มีการสอดไส้อะไรต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็ นความโง่ของผม เป็นความโง่ของตัวแทนเกษตรกร แต่ยืนยันว่า ๑๖ คนนี้มาจากการกลั่นกรองของ ๗๖ คน มาจากการคัดสรรที่มีคุณสมบัติของความเป็นเกษตรกรครอบอยู่ ฉะนั้นเราจึงบอกว่าเมื่อ ๗๖ คนมาจากการเลือกตั้งหลายระดับ และ ๑๖ คนนี่ก็มาจาก การคัดเลือกของ ๗๖ คนด้วย และมั่นใจว่าเขาก็คือตัวแทนเกษตรกร คุณสมบัติสมาชิก สภาเกษตรกรแห่งชาติ (๑) (๒) เป็นเกษตรกรจริง ๆ ผ่านการคัดเลือกหลายขั้นตอน ฉะนั้น เราจึงคิดว่าเมื่อเขาเป็นตัวแทนเกษตรกรเหมือนกันก็ควรจะให้สิทธิในการที่จะเป็น ประธาน รองประธานได้ นี่คือที่มาเบื้องต้น อยากจะเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติเข้าใจนะครับ ไม่อยากจะให้ต้องมาชี้หน้ากันว่ามีอะไรแอบแฝง ผมด้วยความบริสุทธิ์ครับ ผมสาบานเลย ผมนี่เกษตรกรตัวจริงครับ ทํานา ทําไร่ ทําสวน มาตลอดแล้วเรื่องอะไรผมจะทรยศต่อ ญาติพี่น้องเกษตรกรของผม แต่เรียนอย่างนี้ครับกรรมาธิการก็ได้มีการหารือกันนะครับ ถ้าสมมุติว่าเสียงสะท้อนของเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่เป็นห่วง เป็นกังวลว่า ตัวแทนจาก องค์กรเกษตรกรที่คัดเลือกมา ๗๖ คน คัดมา ๑๖ คน ยังไม่สบายใจ ยังไม่มั่นใจว่า จะถูกสอดไส้มาหรือเปล่า จะมีลูกน้อง นักธุรกิจ นายทุนอะไรมาหรือเปล่า ตรงนี้ คณะกรรมาธิการเราก็ใช้สมองคิดพิจารณา ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าการที่จะเลือก ประธาน รองประธาน จาก (๒) เป็นเรื่องที่เสียงส่วนใหญ่อยู่ที่นี่คิดว่าไม่สบายใจ คณะกรรมาธิการยินดีรับฟังครับ ฉะนั้นอย่าได้ไปชี้หน้าประณามอะไรกัน เราพูดกัน ด้วยเหตุด้วยผล เอาเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อกี้ได้หารือกับคณะกรรมาธิการแล้ว ไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องอภิปรายต่อก็ได้ คณะกรรมาธิการยินดีตัดคนที่จะเป็นประธาน รองประธาน ใน (๒) ออก ท่านพอใจไหมครับ เพราะเราไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวอะไร ฉะนั้นยินดีตัด โดยที่ไม่ต้องโหวตกันอีกครับท่านประธาน