สุชาติ ลายนํ้าเงิน ระบุว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมาไม่มีความรู้และไม่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ สุชาติจึงโต้แย้งว่าไม่ควรให้พวกเขามีบทบาทในการตัดสินใจ และควรให้คนอื่นที่มีความรู้และประสบการณ์มาสนับสนุนแทน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ขอฝากอุทาหรณ์ไว้ ในสภาเกษตรกรแห่งชาตินี้ เพราะผมต้องบอกก่อนว่าผมเป็นใคร หลายคนเป็นคน ร่างกฎหมาย วันนี้กฎหมายต้องเอากลับไปให้กับชาวไร่ชาวนาใช้ ผมลูกชาวบ้านครับ พ่อแม่พาทํานามาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้มาอ่านแล้ววันนี้ยืนอยู่ฝ่ายค้านแล้วตกใจ ทําไมผม พูดอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังเพื่อนลุกขึ้นค้านหลายคนว่ามันไม่ถูกต้อง มันไม่ชอบธรรม คนร่างไม่มีอํานาจ คนใช้ก็ไม่มีอํานาจอีกเหมือนกัน ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานนิดเดียว ท่านประธานไปดูมหาวิทยาลัยรามคําแหงเมื่อวานนี้นะครับ ให้ดุษฎีบัณฑิตยายไฮ ถามว่ายายไฮจบ ป. ๔ ได้ปริญญาโท ท่านประธานครับ นี่สภาเกษตรกรแห่งชาติกําลังจะดูถูกคนยากคนจนที่เลือกเข้ามา ๑ คน ๗๖ คน นี่เป็น การวางแผนสอดไส้เหมือนท่านสุนัยพูดเมื่อกี้นี้ ผมค่อนข้างไม่เห็นด้วย แล้วให้ข้อสังเกต ของกรรมาธิการที่นั่งจากข้างบนนะครับว่า ถ้าท่านให้เขาเลือกมาแล้วลูกชาวบ้านตาสี ตาสาไม่มีความรู้ ยกตัวอย่างยายไฮ ป. ๔ ได้ปริญญาโท ยายไฮอาจจะนําได้ มันก็ เช่นเดียวกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ท่านประธานครับ เพราะวันนี้ฝ่ายค้านพูดแล้วว่า การแต่งตั้งเป็นการสอดไส้ อาศัยเอาอํานาจหลักอะไรไปแต่งตั้ง ถ้าในเมื่อคุณเลือกมา ๗๖ คนแล้วทําไมเอาคน ๗๖ คนนี้มาบริหารสภาเกษตรกรแห่งชาติ แต่คุณมาสอดไส้ ตรงนี้ใน (๒) นี่นะครับ ที่เป็นข้อสังเกตจากผมไป ถ้า ๑๖ คนกับ ๗ คนมาอยู่ (๒) ๗๖ คน ไม่มีความหมาย ยกตัวอย่างเหมือนท่านสุนัยพูดเมื่อกี้นี้ ไม้หนึ่งขึ้น ไม้สองขึ้น ในสภาเป็นแถว เพราะเป็นการแต่งตั้งมา คนที่แต่งตั้งมานี่มันก็ต้องตั้งใจมาแล้วแหละ ถ้าไม่ตั้งใจ จะมาแต่งตั้งกันได้อย่างไร ท่านประธานคิดหลักคําว่า แต่งตั้ง กับ ตั้งใจ มันคล้าย ๆ กันนะ ทําไมคุณไม่ให้สิทธิพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกกันมา ๗๖ จังหวัดให้เขาบริหารกัน เขาอาจจะยอมรับยายไฮก็ได้ ความรู้ ป. ๔ เขาถึงให้ประโยชน์ว่าคุณมีความสามารถ ยกตัวอย่างเหมือนพระอีกท่านประธานครับผมวนไปไกลเลย พระเกจิพระดัง ๆ เลยครับ เขาให้เกียรติซึ่งกันและกัน สมมุติว่าอยู่จังหวัดนี้ อย่างจังหวัดเชียงใหม่ดังอย่างนี้ นั่งม้าบิณฑบาตคนกําลังฮิตเขาก็ให้ความศรัทธา เขาอาจจะตั้งเป็นประธานก็ได้ ทําไม ท่านประธานต้องให้เขามาร่างมาตรา ๕ (๒) เอาคนสรรหาเข้ามาได้ด้วย ทั้ง ๖ คน กับ ๗ คน บวกกันเป็น ๑๓ คน ๗๖ คน บวกเป็น ๙๙ คน ผมจึงให้ข้อสังเกตตรงนี้ครับว่าพี่น้อง ประชาชนคนไทยฟังอยู่ ผมยกตัวอย่างจังหวัดลพบุรีของผมนี่ครับ ตอนเลือกประชาชน ก็ออกมาเลือกตัวแทนจังหวัดตัวเอง ก็อยากจะให้จังหวัดตัวเองมานําเพื่อจะได้ให้แก้ไข ปัญหาเรื่องเกษตรกร ผมยกตัวอย่างลพบุรีเรื่องข้าวมีปัญหามาก วันนี้สภาก็เหมือนกับ เอาคนที่มีอํานาจไปนั่ง ถามว่าคนที่มีอํานาจไปนั่งเขาจะรักษาผลประโยชน์ของเขาไหม เขาก็ต้องรักษาผลประโยชน์ ผมวนกลับมาถึงมาตรานี้เผื่อเชื่อมโยงไปถึงการเมือง ท่านประธานเคยเห็นสมัยก่อนไหม ก่อนผมมาเป็นผู้แทนราษฎรนี่นะครับ นายห้าง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ที่รํ่ารวยใหญ่ ๆ จะส่งญาติหรือลูกหลานมาเล่นการเมือง เพราะส่งทุนผ่านการเมืองครับท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้วครับ มันไม่ได้ส่งทุน ผ่านการเมือง มันส่งทุนผ่านเหมือนที่เสื้อแดงเขาบอก สภาก็ไม่ค่อยมีความหมาย การเมือง ก็ไม่ค่อยมีความหมาย มีความหมายอยู่ ๒ ที่ ไม่ต้องมาบอกว่าที่ไหนผมบอกเลยครับ มันก็เช่นกับคุณที่จะออกกฎหมายไปให้อํานาจเขาไว้นี่นะครับ พอนายทุนมีอํานาจ พ่อค้ามีอํานาจ ผมถามประชาชนจะไปเอาอํานาจคืนได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ ผมเลยเชื่อมโยงให้เห็นว่า สมัยก่อนเป็นเด็กก็อยากเล่นการเมืองเพื่อจะมาออกกฎหมาย มาอยู่ในสภาเห็นการเมืองดูแลธุรกิจของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ มันก็ไปตรงกับ ที่ทักษิณเป็นคนบอกว่า ใครจะมาเล่นการเมืองต้องขายธุรกิจก่อนแล้วค่อยมาเล่น นี่ก็คือ การเขียนกฎหมายฉบับนี้เหมือนกัน ถ้ายังมีนายทุนมาจากการสรรหานี่ครับ ผมขอใช้คําว่า นายทุน เลยก็แล้วกัน อีก ๑๖ คน บวก ๗ คน แล้วคนที่ ๗๖ จะไปมีความหมายหรือ คนที่ ๗๖ เขาก็ยกตัวอย่างเหมือนผู้แทนราษฎรเขตหนึ่ง ผมยกตัวอย่างผมนะครับ อยู่จังหวัดลพบุรีผมได้ ๘๙,๐๐๐ กว่าคะแนน ประชาชนเลือกผมมาแล้ว ผมมาอยู่ในสภา ท่านประธาน ผมอาจจะไปนั่งเป็นประธานบ้างก็ได้ รองประธานบ้างก็ได้ ถ้าผู้แทนราษฎรเลือก มันก็เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ นี่คือเหตุอย่างไรครับ นี่คือเหตุที่ฝ่ายค้านขัดแย้ง โต้แย้งถกเถียงเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ไปถึงพี่น้องประชาชน ไปถึงเกษตรกรที่สามารถ จะเอามาพัฒนาของตัวเองได้ ผมก็ยกตัวอย่างแต่ละจังหวัดอีกเช่นกันว่าถ้าเกิดคนนั้น ได้เลือกจากจังหวัดขอนแก่น เขาบอกจังหวัดขอนแก่นข้าวหอมมะลิดี เขามาเป็ น ประธานสภาจะพัฒนาข้าวหอมมะลินี่จะทําอย่างไร เขาก็ต้องมีนักวิชาการ มีที่ปรึกษา มาปรึกษาเขาได้ ไม่ต้องไปเอาจาก ๑๖ คนที่เลือกมานี่หรอกครับ ที่สรรหามานี่หรอก มันไม่ใช่คนสรรหาจะเก่งเสมอไปนะครับ ถ้าท่านคิดว่าคนสรรหาเก่งเสมอไป มหาวิทยาลัยรามคําแหงเขาคงไม่ให้ดุษฎีบัณฑิตปริญญาโทยายไฮ นี่ครับผมขอข้อสังเกต เมื่อกี้ท่านสุนัย ท่านชัยวัฒน์ หลายท่านได้พูดไปล่วงหน้าผมแล้ว ก็เลยให้ข้อสังเกต ท่านกรรมาธิการที่ว่า ๑. พี่น้องประชาชนท่านให้เขาเลือกมาแล้ว ให้เขามีอํานาจมาอยู่ในสภา ไม่ใช่คุณไปดึงมาตรานี้มาสอดแทรกไว้ใน (๒) นี่นะครับ ผมถามว่าคน ๗๖ คนมาสู้กับ ๑๖ คน ให้ตายอย่างไรก็สู้วิธีการจัดการของคน ๑๖ คนไม่ได้ เพราะคน ๑๖ คนมันมีนายทุนครับ ท่านประธานครับ คน ๗๖ คนมันไม่มีนายทุน มันมาจากมือประชาชน แต่คน ๑๖ คน มันมาจากนายทุน ถามว่านายทุนมันก็เหมือนกับเลือกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอีกเหมือนกัน ผู้ใหญ่บ้านคนไหนชนะ ซื้อมากชนะมากมันก็จะเช่นเดียวกันครับ ๑๖ คนถ้ามีสตางค์ ไปซื้อเป็นประธานแน่นอน ท่านประธานครับฝากข้อสังเกต ขอบคุณมากครับ