สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว สอบถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมาตรา ๕ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงจากร่างของสภาผู้แทนราษฎร และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากการเลือกตั้งโดยตรงให้เป็นการแต่งตั้ง และการกระจายสัดส่วนในการเลือกตั้ง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิก ในการที่จะสอบถามในการอภิปรายไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ ในมาตรา ๕ โดยเฉพาะในประเด็นที่กรรมาธิการได้ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขจากร่างของ สภาผู้แทนราษฎรที่เรารับหลักการและท่านเองได้รับมอบหมายให้ไปทําหน้าที่ ในการพิจารณารายมาตรา

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการไปเปลี่ยนแนวคิด ของที่มาของสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ต้องยอมรับว่าท่านไปเปลี่ยนแนวจากร่างเดิม ของเรา โดยเฉพาะใน (๑) ท่านให้โอกาสประธานสภาเกษตรกรจังหวัดซึ่งเขาได้รับเลือก จากสภาเกษตรกรจังหวัดให้เป็ นประธานมาเป็ นสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยตําแหน่งถามว่าตัวผมเองมีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ หลังจากฟังกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยฟังสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย ได้สอบถามถึงที่มาของสมาชิก จากเดิม ๙๙ คน ความห่วงใยของคนที่จะมาเป็นสมาชิกของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ตามนัยของ (๒) แล้วก็ (๓) หลายท่านมีข้อห่วงใย ผมเองก็พยายามที่จะไปดูอํานาจหน้าที่ กรณี ถ้ากรรมาธิการไปเปลี่ยนที่มาอย่างนี้ สามารถจะตอบสนองต่องานของสภาเกษตรกร แห่งชาติได้หรือไม่ ผมไปดูอํานาจหน้าที่ ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านนิดเดียว ในอํานาจหน้าที่ ใน (๘) ผมคิดว่าแนวคิดของการที่จะให้สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง โดยตรงอาจจะเป็นแนวคิดที่ดีแล้วก็สามารถตอบสนองต่ออํานาจหน้าที่ได้ เพราะว่ามี (๘) เข้ามาช่วยก็คือแต่งตั้งกรรมการ อนุกรรมการ คณะทํางานหรือที่ปรึกษาตามความจําเป็น เดิมผมเองก็ห่วงใยนะครับว่าสภาแห่งนี้เมื่อมาจากการเลือกตั้งโดยตรง การกระจาย ตามสัดส่วนของสาขาอาชีพเกษตรที่ท่านเขียนไว้ทั้ง ๔ ด้าน มันอาจจะไม่กระจายพอ ก็มีความเป็นห่วง เห็นด้วยในชั้นรับหลักการว่าน่าจะมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามา แต่ฟังแล้ว ผู้ทรงคุณวุฒิอาจจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสายที่ถึงแม้จะมาจากการเลือกจาก ๗๖ คน ก็แล้วแต่ก็เชื่อว่าอาจจะไม่มีความสบายใจ เพราะฉะนั้นผมเองก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการกับกรรมาธิการ จริง ๆ ถ้าท่านคิดอย่างนี้นะครับ เอาเสียงข้างน้อยว่า ก็ให้ ๙๙ คนไป ผมไม่ว่านะครับ ๙๙ คน แต่ถ้าไม่เอา (๒) (๓) (๑) ก็ต้องมีที่มาที่สามารถกระจายไปตามสัดส่วนได้ด้วย ความเห็นผมคิดว่าเป็นอย่างนั้น น่าจะดีกว่า ถ้ากรรมาธิการเปลี่ยนอย่างนี้แล้วคง (๒) (๓) ไว้ท่านเองบอกว่า มีความมั่นใจว่า ไม่น่าจะมีผู้ที่มีผลประโยชน์ โดยเฉพาะในเชิงธุรกิจของการเกษตรขนาดใหญ่เข้ามา มีส่วนพัวพันและเกี่ยวข้องแล้ว ท่านอ้างมาตราอื่น ๆ ว่าน่าจะป้ องกันได้ ท่านประธานครับ ไม่มีความเชื่อหรอกครับ ไม่มีความเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่าในยุคนี้อิทธิพล โดยเฉพาะกลไกของการใช้ตัวเงินเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องค่อนข้างจะมีอํานาจมหาศาล มีบารมีอย่างมหาศาล ผูกขาดตัดตอน เลี้ยงหมูก็เลี้ยงไม่ใช่เลี้ยงหมูตัวเองครับ ข้าวโพด ที่ปลูกก็ไม่ใช่ข้าวโพดตัวเอง สภาเกษตรกรแห่งชาติจะเป็ นความหวัง ไม่ใช่ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านแก้ แต่ว่าแก้ให้เป็น ๙๙ คน แล้วก็มาจากสัดส่วนไปเลยสิครับ เลือกตั้งแบบสัดส่วนก็ได้ เพื่อกระจายตัดผู้ทรงคุณวุฒิออกเสียไม่ว่าจะระดับไหนนะครับ แล้วไปเขียนอํานาจหน้าที่ให้รองรับให้สอดคล้อง ท่านไม่ต้องห่วงว่าเขาจะทํางานไม่ได้ หรอกครับ ไม่ต้องห่วงครับ เมื่อเขามาเป็นตัวแทนอยู่ในสภาแล้ว เขาไม่มีปัญญาสภานั้น ก็ล้มไปสิ แต่ผมเชื่อว่าเขามีปัญญาที่จะทําได้ด้วยกลไกที่เราเขียนในอํานาจหน้าที่ ท่านจะตั้งนักวิชาการ ตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีประพัฒน์เข้ามาเป็น ที่ปรึกษาใหญ่ก็ยังได้ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านเพราะท่านมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทางด้านนี้ นี่คืออํานาจหน้าที่ของกรรมการที่ทําได้ครับ สมาชิกทําได้ เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ให้สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติมาจาก การเลือกตั้งโดยตรง แล้วทําอย่างไรที่คณะกรรมาธิการจะไปเปลี่ยนให้มันมีครบตาม จํานวนที่ท่านต้องการ ๙๙ คนหรือท่านจะใช้แค่ ๗๖ คนก็แล้วแต่ ถ้าไม่อย่างนั้นกฎหมาย ฉบับนี้ผ่านลําบากมาก ผมว่าผ่านลําบากครับ พวกผมเองก็ค่อนข้างจะอีหลักอีเหลื่อ ที่จะให้ความเห็น แล้วผมเชื่อว่าไปชั้นวุฒิสภาถ้าแก้แบบนี้ผมไม่รู้หัวมังกุท้ายมังกรอย่างไร แต่ผมฝากคําอภิปรายของผมไว้ว่าถ้าวุฒิสภาจะไปแก้นะครับ ถ้ามีการแก้ไขเพิ่มเติมนี่ ผมเสนอให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แล้วทําอย่างไรให้การเลือกตั้งมีสัดส่วนเข้าไปด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ