สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓

ธีระ วงศ์สมุทร หารือเรื่องการเตรียมการและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติด้านธรรมชาติ รวมถึงการตรวจสอบขั้นตอนการช่วยเหลือ และการดำเนินการดูแลผู้ประสบภัยที่เป็นหนี้ธนาคารหรือสถาบันเกษตรกร

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ร่วมเปึนผู้ชี้แจงกระทู้ถามสดของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครสวรรค์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างสูงที่ท่านมีความกังวลห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบปัญหาในเรื่องของเกิดน้ําท่วมหรืออุทกภัยในครั้งนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า โดยหลักการแล้วในเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องเกษตรกร หรือประชาชน เราได้เห็นความสัมพันธ์ จะเห็นได้ว่าในเรื่องของการเตรียมการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งคณะกรรมการปัองกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ด้านการเกษตร ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง ได้มีการดําเนินการ เตรียมการเปึนขั้นเปึนตอนตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัยนะครับ

สําหรับในเรื่องพี่น้องเกษตรกรที่ประสบภัยนั้น ในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้น เราได้เตรียมการในเรื่องตั้งแต่การบริหารจัดการน้ําไม่ว่าด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ ในเรื่องด้านปศุสัตว์นั้นเราก็มีการเตรียมการในเรื่องของเสบียงอาหารสัตว์ เอาไว้นะครับ ในด้านพืชนั้นก็ได้มีการเตรียมการที่จะสํารวจความเสียหายต่าง ๆ หลังจาก พี่น้องเกษตรกรได้ประสบภัยเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อข้อห่วงใยของท่านสมาชิกกรณีที่ พี่น้องเกษตรกรที่ได้ประสบภัยอย่างที่ได้ยกตัวอย่างขึ้นมาเมื่อสักครู่นั้น ต้องเรียนว่า เรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะดําเนินการตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่า ด้วยการใช้เงินทดรองราชการ ซึ่งอยู่ในอํานาจของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ๕๐ ล้านบาท ถ้าตรงนี้ดําเนินการไม่ทันก็จะขอมาในเรื่องของส่วนกลางดําเนินการต่อไป

สําหรับเรื่องนี้อาจจะเชื่อมโยงกับโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลด้วย เพราะว่าในเรื่องของโครงการประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกรที่รัฐบาลดําเนินการนั้น เราได้กล่าวไว้ชัดเจนว่าถึงแม้พี่น้องเกษตรกรจะประสบปัญหาภัยพิบัติด้านธรรมชาติ ก็ยังสามารถได้รับการปฏิบัติตามโครงการประกันรายได้ด้วย ก็แปลว่าพี่น้องเกษตรกร ได้รับทั้ง ๒ เรื่อง คือในเรื่องของการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาการเยียวยาเบื้องต้นก็คือ ใช้ตามระเบียบของเงินทดรองราชการที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่นข้าวได้กําหนดให้ช่วยเหลือ ในเรื่องของข้าวในราคาอัตราไร่ละ ๖๐๖ บาท อย่างนี้เปึนต้น

ส่วนในเรื่องของโครงการประกันรายได้นั้น พี่น้องเกษตรกรเมื่อได้ขึ้นทะเบียน แล้วผ่านการประชาคมแล้วก็ไปสู่กระบวนการทําสัญญากับ ธ.ก.ส. ก็สามารถใช้สิทธิ ตรงนั้นได้ตามปกติ แล้วกรณีที่ท่านยกตัวอย่างมาเช่นนี้ ถ้าสมมุติว่าตรงนี้พี่น้องเกษตรกร ได้ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้วแต่ยังขาดขั้นตอนการประชาคม ผมว่าเรื่องนี้เปึนข้อเท็จจริง ที่จะต้องไปดูในรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อว่าประชาคมหรือสังคมตรงนั้นคงจะไม่ ทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกร เพราะข้อเท็จจริงอย่างที่เห็นอยู่ตามสื่อว่าพี่น้องเกษตรกรตรงนี้ ปลูกข้าวจริง มีปัญหาจริง แต่อาจจะขาดขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะดูแลกันนะครับ

สําหรับในเรื่องการช่วยเหลือที่เรากําหนดไว้อัตรา ๖๐๖ บาทนั้นนะครับ เปึนการช่วยเหลือให้เปึนไปในเรื่องของปัจจัยการผลิตที่จะมาดูแล เช่น เรื่องปุิย เรื่องอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งอัตราการช่วยเหลือนี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพข้อเท็จจริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในอดีตเรื่องนี้เราเคยช่วยเหลือเพียงอัตราละ ๒๔๓ บาทเท่านั้นแต่เมื่อ ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ สูงขึ้นก็ได้มีการปรับกัน ซึ่งขณะนี้ผมก็ได้สั่งให้มีการทบทวนเรื่องนี้ว่า อัตราปัจจุบันนั้นเหมาะสมกับภาวะปัจจุบันหรือเปล่าที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกรต่อไป

นอกจากจะช่วยเหลือแล้ว สิ่งที่ดําเนินการมาในเรื่องของกรณีพี่น้อง ที่ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรง มาตรการที่ช่วยเหลือผ่านมาที่ทํามาก็แปลว่า กรณีพี่น้องเกษตรกรเปึนหนี้ ธ.ก.ส. หรือเปึนหนี้สถาบันเกษตรกร เราก็เข้าไปดูแลในเรื่องนี้ ถ้าสมมุติว่าเขาประสบปัญหาภัยพิบัติที่น้ําท่วมรุนแรงเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กําหนดไว้ ก็จะดูแลในเรื่องนี้ด้วยครับ ในคําถามแรกขออนุญาตตอบเท่านี้ครับ