สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หารือเรื่องการรับคำถามจากท่านประธาน และตอบคำถามของคุณสุวรรณคีรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล โดยขอให้รีบระบายข้าว ๕.๖ ล้านตันเพื่อไม่ให้ราคาข้าวตกต่ำ และเสนอแผนการระบายข้าว ๔-๕ วิธี รวมทั้งการเปิดประมูลทั่วไป จีทูจี และการเชิญพ่อค้าจากต่างประเทศมาประมูล

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ผมขอตอบคําถามท่าน ดอกเตอร์ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สั้น ๆ นะครับ สั้น ๆ แต่ก็เปึนความจริงทั้งหมดเลยครับ

ประเด็นแรก ที่ท่านถามผมจับประเด็นว่าด้วยความโปร่งใสหรือไม่ อันนี้สําคัญ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าข้าวในสต็อกของรัฐบาลที่สะสมกันมาจากรัฐบาลก่อน ๆ ด้วยวิธีจํานําอะไรต่าง ๆ นี่มีถึง ๕.๖ ล้านตัน อันนี้เปึนตัวถ่วงราคามาก เพราะ ๕.๖ ล้านตัน ซื้อขายกันทั่วโลกประมาณ ๓๐ ล้านตัน แต่ละป้เรามีอยู่ ๕.๖ ล้านตัน ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั่วโลกรู้หมด เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเราระบายข้าว ๕.๖ ล้านตันทันที ราคาตลาดโลกจะลด เมื่อราคาตลาดโลกลดมันก็จะต้องมีผลทําให้ชาวนาเราขายข้าว ได้ต่ําลง เพราะฉะนั้นเราจําเปึนต้องรีบระบายข้าวจํานวนนี้ ไม่เช่นนั้นชาวนาที่ข้าวกําลัง จะออกเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมจะขายข้าวได้ราคาต่ํามาก ถ้าข้าว ๕.๖ ล้านตันนี้ ยังถ่วงอยู่ ฉะนั้นต้องรีบระบาย ระยะเวลาระบายที่ดีที่สุดก็คือช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายนช่วงนี้ข้าวใหม่ของเราโดยเฉพาะข้าวนาป้ยังออกมาน้อยมาก ไม่กระทบกระเทือน แต่วิธีระบายต้องค่อย ๆ ระบายอย่าระบายทีเดียว นี่คือยุทธศาสตร์ ในการระบาย เพราะฉะนั้นวิธีระบายในยุทธศาสตร์การระบายอยู่ ๔-๕ วิธีการ ซึ่งได้รับอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี เช่นว่า ๑. เป่ดประมูลทั่วไป แต่เป่ดประมูลทั่วไปเคยทดลองแล้วปรากฏว่า เป่ดประมูลทั่วไปนี่เขาจะฮั้วกันราคาจะตกต่ํา ก็มีวิธีที่ ๒ คือจีทูจี (G to G) ติดต่อกับรัฐบาล ต่างประเทศขายกันจีทูจี อันที่ ๓ ที่ศึกษากันอยู่นี่ก็คือเชิญพ่อค้าที่มีสัญญาสั่งซื้อแล้ว จากต่างประเทศ มีสัญญาแน่นอนว่าเขาสั่งซื้อจากต่างประเทศมาติดต่อ เขาก็มาติดต่อ หลาย ๆ บริษัท เราก็จะมีคณะกรรมการ คณะกรรมการจะมี ๓ ระดับ ดังต่อไปนี้ ระดับแรก เรียกว่าคณะทํางาน ซึ่งมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปึนประธานเขาจะตรวจสอบ คุณสมบัติก่อน เช่นว่าเสนอมา ๘ บริษัทดูว่า ๑. บริษัทนี้เปึนบริษัทที่จดทะเบียนกับ กระทรวงพาณิชย์อย่างน้อย ๑ ป้ ต้องจดทะเบียนเปึนผู้ส่งออก ๒. มีคําสั่งซื้อข้าวจาก ต่างประเทศที่จะต้องส่งมอบแน่นอนหรือเปล่า ต้องตรวจสอบเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว สมมุติว่าเหลือ ๖ บริษัท ๖ บริษัทนี้ก็ดูว่าเขาจะซื้อข้าวอะไรข้าวแต่ละชนิดคณะกรรมการ จะมีกําหนดราคาไว้หมด เขาเรียก เอกซ์ แวร์เฮาส์ (ex-warehouse) เปึนราคาที่โกดัง วิธีคํานวณ เขาจะมีสูตร เราจะมีคณะกรรมการเปึนพวกดอกเตอร์พวกอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ในการมาคํานวณ โดยคํานวณเอาราคากลางจากกรุงเทพฯ ราคาขายส่งจากกรุงเทพฯ แล้วก็หักลดตอนจากค่าขนส่งและค่าปรับปรุงข้าวก็จะเปึนราคาขั้นต่ํา ถ้าบริษัท ๖ บริษัท ที่มีคุณภาพถูกต้องแล้วบริษัทไหนเสนอซื้อข้าว สมมุติว่าข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์เขาตั้งไว้เปึนราคา ขั้นต่ํา ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตัน ถ้าเสนอต่ํากว่า ๑๒,๐๐๐ บาท ดิสควอลิฟาย (Disqualify) ไม่เอา สมมุติเหลือ ๕ บริษัทที่เสนอราคามากกว่า ๑๒,๐๐๐ บาท ๕ บริษัทนี้เขาจะเรียกมาต่อรอง ปรับราคาขึ้นไปอีก เพราะราคาเอกซ์ แวร์เฮาส์ที่ว่ามันต่ํากว่าราคาเอฟโอบี (FOB) พ่อค้า มันก็ต้องมีกําไร แต่ว่าพยายามให้มีกําไรให้น้อยเขาก็จะเรียกมาต่อรองราคา วิธีต่อรองราคา เขาทําอย่างนี้ครับ เรามีกรรมการอยู่ประมาณ ๖ ท่านจาก ๖ กลุ่ม มีจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จากกระทรวงการคลัง จาก ธ.ก.ส. จากเกษตร เขาจะมีโทรศัพท์ไว้ที่ตรงกลาง สมมุติว่าโทรศัพท์ไปถึงบริษัท ก ว่าที่คุณเสนอมา ๑๒,๐๐๐ บาทต่ําไปขอเปึน ๑๓,๐๐๐ บาท ได้ไหม เขาจะต่อรอง แต่ว่าเขาจะเป่ดโทรศัพท์กรรมการนั่งรอบโต๊ะก็ได้ยินหมด ต่อรองกันไป ต่อรองกันมาอาจจะตกลงที่ ๑๒,๕๐๐ บาท สุดแล้วโอเคของคุณ ๑๒,๕๐๐ บาทนะ จบแค่นี้ มากกว่านี้ไม่ให้แล้วนะ ไม่ยอมใช่ไหม เขาบอกเขาไม่ไหวแล้วไม่ไหวแล้วก็จบไป ๑ บริษัท ก็เรียกบริษัทที่ ๒ มาก็เจรจาอย่างนี้จนได้ราคาเปึนที่พอใจถึงจะเสนอคณะกรรมการ อันนี้คือ การทํางานของคณะทํางานที่มีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปึนประธานต้องเสนอ คณะอนุกรรมการการระบายสินค้าสต็อก ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พิจารณา อีกครั้งหนึ่งพิจารณาตรวจสอบกระบวนการเหล่านี้ เมื่อเห็นชอบแล้วรัฐมนตรีว่าการ ถึงจะทําหนังสือมาถึงผมและนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีให้อํานาจไว้ ๒ คนคือ ไม่ท่านอภิสิทธิ์ซึ่งเปึนนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็ผมว่าเห็นชอบไหม ถ้าให้เห็นชอบ เขาถึงจะไปทําสัญญาได้ เมื่อทําสัญญาได้ก็จะส่งข้าวออก การส่งข้าวออกนั้นจะต้อง ส่งออกตามกฎของกระทรวงพาณิชย์เช่นถ้าเผื่อข้าวไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ตันต้องส่งออก ภายใน ๓๐ วัน ถ้าเกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ตันจะต้องส่งออกภายใน ๖๐ วันก็แล้วแต่ ตัวเลขนี้อาจจะไม่ตรงแต่ก็จะมีระเบียบอยู่เพื่อผลักดันข้าวให้ออกก่อน ที่ข้าวใหม่จะมา