ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย หารือเรื่องมาตรา 16 ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าตอบแทนกับลูกจ้าง และเสนอให้เน้นย้ำว่าค่าตอบแทนต้องจ่ายตามที่มีเอกสารตกลงรับรองไว้ และไม่ต้องกำหนดราคาชิ้นงานให้เฉพาะเจาะจง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมดูแล้วมาตรา ๑๖ ถือเป็ นมาตราที่สําคัญเพราะเป็ นการจ่ายค่าตอบแทนกัน แต่ผมดูในวรรคสองก่อน ขอที่วรรคสองก่อนนะครับ คือผมเห็นว่าการที่จะต้องเขียนระบุว่าการจ่ายค่าตอบแทน ต้องเป็นเงินตราไทย หรือว่าต้องได้รับการยินยอมถ้ามีการจ่ายเงินเป็นตั๋วเงินหรือเป็น เงินตราต่างประเทศ กระผมเข้าใจว่ามันจะฟุ่มเฟือยมากไปหน่อยนะครับ มันไม่มี ความจําเป็นใด ๆ ที่จะต้องมาเขียนอย่างนี้เลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันเป็นความกังวลใจ และเป็นความคิดมากไปมากกว่า วันนี้บนแผ่นดินไทย บนประเทศไทยอย่างไรก็ซื้อขาย ก็จ่ายด้วยเงินไทยอยู่แล้วละครับ แต่ว่าถ้าจะมีการจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศหรือ จ่ายเป็นตั๋วเงิน กระผมเข้าใจว่าคงจะมีการตกลงกันระหว่างผู้จ้างกับผู้รับจ้าง ลักษณะอย่างนี้ คือมันเป็นการฟุ่มเฟือยเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นในวรรคสองตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะตัดทิ้งไปเลย ส่วนว่าในวรรคแรกนะครับ เข้าใจว่าวันนี้พยายามให้เน้นคุณภาพกับปริมาณเทียบกับ ราคาที่ได้ ตรงนี้คือพยายามดูนะครับว่ามีการรับงานไปทําต่อที่บ้าน เข้าใจว่า ในชีวิตความเป็นจริงถ้าโรงงานให้ชาวบ้านมารับงานไป ชาวบ้านแต่ละคนถ้ามีสัก ๕๐ คน หรือ ๑๐๐ คนวิ่งเข้าหาโรงงานเลย แล้วมารับงานจากโรงงานไป หรือไม่โรงงานก็ส่งกับ ผู้จัดการงานเกี่ยวกับด้านนั้นไปแล้วไปหาแรงงานทําโดยตัวแทนจากโรงงานเลย ก็คงไม่มีปัญหาใด ๆ น่าจะว่าได้ว่าเป็นขั้นตอนระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ๒ ขั้นตอน เท่านั้นเองครับ คู่กรณี ๒ ฝ่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีอีกว่าทางโรงงานบางที หาผู้รับงานอย่างนี้ไม่ได้ก็ต้องหาตัวกลาง เพราะฉะนั้นถ้ามีตัวกลางขึ้นมาช่วงที่ ๑ ช่วงที่ ๒ เราจะทําอย่างไรถึงจะให้กฎหมายฉบับนี้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างนี้ ผมว่ามันก็ก่อปัญหาขึ้นมา ก็เพราะว่าท่านบังคับเป็นครั้งสุดท้ายบอกว่า การจ้างงานตรงนี้ผู้รับจ้างรับงานไปทําที่บ้าน จะต้องได้รับค่าตอบแทนไม่น้อยกว่างานที่ทําได้ตามปกติ ถ้าตีเป็นรายวันเป็นค่าแรง ขั้นตํ่าหรือว่าเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ที่มีการทํางานตามปกติ แล้วจะได้จํานวนตามที่ คณะกรรมการได้ยกตัวอย่างขึ้นมา หรือไม่ก็ทําตามที่คณะกรรมการกําหนด กระผมว่า มันเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ถ้าทําอย่างนั้นแล้วก็หมายความว่าค่าใช้จ่ายในการทําต่อชิ้นหรือ ต่อหน่วย ผมว่ามันจะมีค่าการจ้างงานที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเกิดจากกระบวนการ ในการที่จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดการลงมา ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วนี่ไม่เข้าใจ ว่าโรงงานจะปล่อยงานมาให้ชาวบ้าน หรือแม่บ้าน พ่อบ้าน ที่อยู่ที่บ้านทําอย่างนี้ อีกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าทําอย่างนี้กระบวนการก็เท่ากับไปขัดขวางกระบวนการ ความอะลุ้มอล่วยความเหมาะสมในการที่จะทําให้โรงงานนี่สามารถที่จะผลิตได้ แล้วก็ สามารถให้ชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้าน ตามบ้านสามารถที่จะทํางานได้ แล้วก็สามารถ ช่วยงานโรงงานได้ด้วย ถ้าท่านเขียนอย่างนี้กระผมเข้าใจว่าขั้นตอนพวกนี้ให้เป็นขั้นตอนที่ บล็อกทุกอย่างเลย แล้วจะทําให้ทางโรงงานไม่อยากที่จะปล่อยงานออกมาให้ชาวบ้าน เขาทําอีก อาจจะมีอุปสรรค ผมกราบเรียนแล้วว่าปริมาณเนื้องานและคุณภาพของเนื้องาน ท่านบังคับ เป็ นแค่ผู้จ้างงานกับผู้รับจ้างงานเท่านั้นเอง ยังมีในช่วงตรงกลางอีก แล้วโดยเฉพาะในประเด็นของคณะกรรมการที่กําหนด คณะกรรมการวันนี้เรากําหนด ค่าแรงขั้นตํ่าไว้อย่างเดียว เราไม่กําหนดอย่างอื่นเลย เรากําหนดค่าแรงขั้นตํ่า นี่ก็เป็นเรื่อง ที่สาหัสอยู่แล้ว ในแต่ละปีมีการเรียกร้องค่าแรงขั้นตํ่าอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เป็นปัญหา อยู่แล้ว แต่วันนี้กลับเพิ่มประเด็นของคณะกรรมการกําหนดว่าชิ้นงานแต่ละชิ้นงานจะมี ราคาเท่าไร อย่างไร กระผมเข้าใจว่ายังไม่ทันจ้างแล้วมานั่งถกเถียงกัน ไม่มีประโยชน์เลย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๖ ผมอยากจะให้เน้นยํ้า คําว่า ถ้าค่าตอบแทนนี่ขอให้ง่าย ๆ เลยไม่ต้องคิดมาก ถ้ามีการตกลงกันแล้วว่าชิ้นงาน ชิ้นเท่าไร แล้วเหมางานไปเท่าไร มีแค่เอกสารเขียนรับรอง แล้วไม่ต้องไปยุ่งยากเหมือนกับ มาตรา ๙ ที่ว่าเอกสารต่าง ๆ จะต้องมีรายละเอียดอย่างนี้ ๆ ถ้าอย่างนี้รายละเอียด มันแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าเขียนกันง่าย ๆ กระดาษแผ่นเดียวนี่รับจ้างไปทํางานแล้วไม่จ่าย ตามนี้ ยืนยันได้ว่าฉันเป็นคนทํา เธอเป็ นคนจ้าง ราคาเท่านี้สามารถฟ้ องศาลได้ สามารถให้กฎหมายกําหนดได้ น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า มากกว่าที่จะมานั่ง กําหนดว่าราคาต้องเป็นเท่านี้ เท่านั้น เท่าโน้น ตรงนี้ครับที่กระผมคิดว่ามาตรา ๑๖ คณะกรรมการที่กําหนดควรจะตัดออกไปครับ วรรคสองตัดทิ้งไปเลยครับ แต่ส่วนปริมาณ คุณภาพ ราคา ปล่อยให้มันลอยตัว แต่ว่าเน้นยํ้าว่าค่าตอบแทนต้องจ่ายตามที่มีเอกสาร ในการตกลงรับรองกันไว้ เมื่อจะเขียนด้วยเป็นลายมือจะมีหลักฐานครบหรือไม่ครบ แต่ขอให้รู้ว่ามีการทํากันจริง ๆ ตรงนี้เป็นข้อสังเกตที่ควรจะเขียนเพื่อให้มีการบังคับใช้ได้ ตามกฎหมายด้วย ขอบคุณครับ