ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ..... โดยชี้ว่า พระราชบัญญัตินี้อาจจะทำให้ผู้ประกอบการยากในการประกอบธุรกิจ และอาจจะส่งผลให้ประเทศไม่มีผู้ลงทุน นอกจากนี้ยังชี้ว่าระบบกฎเกณฑ์ของประเทศไทยอาจจะไม่เหมาะสมในการใช้กับธุรกิจที่มีการใช้เครดิตและความเชื่อถือไว้วางใจ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังทางกรรมาธิการ ในเรื่องการจัดทําแล้วก็การแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ต้องถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งหรือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ ทางภาครัฐมองเห็นว่าจะทําให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้รับจ้าง และผู้ประกอบการ แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า พระราชบัญญัติใดก็ตามแต่ถ้ามีมากมันคงจะ แสวงหาความเป็นธรรมและเที่ยงธรรมนั้นอาจจะเป็นไปได้ แต่เราก็คงต้องดูประเทศอื่น ชาติอื่นด้วยครับท่านประธานว่า ประเทศอื่นชาติอื่นเขามีมากน้อยขนาดไหนแล้วก็ เขาสามารถบังคับ แล้วก็บ้านเราจะนํามาบังคับ แล้วเป็นไปได้อย่างไร แน่นอนที่สุด การบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวก็คงต้องบอกว่าถ้าเราไปแก้ไขมากแล้วทําจนกระทั่ง เรียกว่าผู้ประกอบการก็ทํายาก ผู้รับจ้างก็ทํายาก ท้ายที่สุดประเทศเราจะไม่มีใครมา ลงทุนนะ พี่น้องประชาชนก็จะตกงานไปตาม ๆ กัน เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามแต่บนพื้นฐาน ของธุรกิจนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่า ความเชื่อถือ ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่สําคัญ อย่างยิ่งกว่าใด ๆ เครดิตครับ เครดิตของผู้ประกอบการ เครดิตของผู้รับจ้างงานเป็น ส่วนหนึ่งในการใช้ร่วมกันในการทําธุรกิจในการประกอบผลการดําเนินการ อยู่ ๆ มาเขียน สัญญากันโดยที่เรียกว่า สัญญา ต่อไปในมาตรา ๙ ท่านประธานครับ ละเอียดยิบ ผลของ สัญญาจะต้องมีองค์ประกอบใดบ้าง จะต้องมีเพศ ต้องมีอายุ ชื่อ นามสกุล ก็โอเค (OK) แต่ปรากฏว่าอย่างไรท่านประธานมีทั้งเพศ อายุ ที่อยู่ แล้วก็บอกว่าวันเริ่มดําเนินการและ วันจะสิ้นสุด สิ่งเหล่านี้ไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดออกมาแล้วจะเป็นผลดีกับผู้รับจ้างหรือเปล่า ผมมองดูจะเป็นผลร้ายต่อผู้รับจ้าง เพราะว่าสิ่งหนึ่งของผู้รับจ้างก็คือการที่จะต่อรองกับ ผู้ประกอบการหรือนายทุนนั้นย่อมยากอยู่แล้ว คุณจะเอาหรือไม่งานนี้ เอาไป งานนี้คุณไปทํา ผมให้คุณทําในระยะเวลา ๑๕ วัน แล้วคุณเอางานมาส่ง แต่แน่นอนที่สุดงานนั้นมันเยอะ ก็ดูอยู่แล้วว่าน่าจะไม่เสร็จ ๑๕ วัน ก็ขอขยายเวลาไปสัก ๒๐ วัน หรือ ๒๕ วัน หรือ ๓๐ วัน เสียด้วยซํ้า แต่ปรากฏว่าท้ายที่สุดก็เอามาทํา นี่ผมยกตัวอย่างนะท่านประธาน แล้วก็ ปรากฏว่าทําไม่สําเร็จหรอกครับ ผิดสัญญาไหม ผิดสัญญา สัญญาที่ ๑ ผิดไว้ก็โอเค ตกลงก็พับกันไว้เฉย ๆ ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรครับ ปล่อยไปเรื่อย ๆ แต่วันใดก็ตามแต่สัญญา มันครบแล้ว สัญญาอันเก่าก็ส่งไปเรื่อย ๆ ทบไปเรื่อย ๆ สัญญาก็ทบไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุด สัญญาใบสุดท้ายครับท่านประธาน เพราะการทํามันไม่ใช่ว่าทําใบต่อใบ ท้ายที่สุดสัญญา มันต้องทบกัน ไม่ทราบผมกล่าวไปนี่เข้าใจไหม ใบสุดท้ายมันก็จะผิดสัญญา ยาวมหาศาล ระยะเวลามันก็ไม่ได้ ท้ายที่สุดก็บอกว่าเสมือนหนึ่งดินพอกหางหมู ท้ายที่สุดในสัญญาที่ไปเขียนผูกมัดทั้งหมด ท้ายที่สุดก็บอกได้เลยว่าคนที่ได้ประโยชน์ มากที่สุดก็คือผู้ประกอบการ ผมในฐานะที่ทางบ้าน ท่านประธานก็คงทราบ กรรมาธิการ ก็คงทราบ แม้ผมจะเป็นส่วนหนึ่งเป็นตระกูลมาจากผู้ประกอบการ ก็ต้องเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ เราไม่เคยจะใช้ เรียกว่าเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ในสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าผู้ประกอบการในประเทศอาจจะมีความเข้าใจ แล้วก็ยืดหยุ่นกัน แต่ความยืดหยุ่นมันจะไม่เกิดเลยกับผู้ประกอบการต่างชาติที่เขาใช้ ในลักษณะของบัญชีที่เป็นรายรับ รายจ่าย แล้วมีความสูญเสีย ในเมื่อบริษัทเขาเกิด ความสูญเสีย ผิดสัญญา การทํางานไม่ได้ตามคิว ตามระเบียบ ตามวิธีการที่จ้างกัน ท้ายที่สุดเขาโดนค่าปรับ หรือโดนในเรื่องของออร์เดอร์ (Order) สั่งไปแล้วไม่สามารถส่งได้ ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดมันจะเกิดอะไรขึ้น ผู้รับจ้างงานโดนทั้งหมด และสําคัญก็คือ ตอนที่งานเข้ามาแล้วคนที่ไปตรวจงาน รับงาน ปรากฏว่ามันไม่ผ่าน ก็เอางานกลับมาแก้ ทีหลัง ตอนรับงานกลับไปก็บริษัทรับไป รับไปปรากฏว่าไม่ไปส่งให้ผู้ประกอบการที่เขาจ้าง มาอีกทีหนึ่ง ปรากฏว่ามันไม่ผ่าน เอากลับมาให้ ตรงนี้ปัญหามันเกิดเลย ท้ายที่สุดก็คือ ผู้รับจ้างผิดทั้งหมด สิ่งที่สําคัญก็คือแล้วผู้รับจ้างจะทําอย่างไร นี่คือความเป็นห่วงใย ในสังคมเราเรามีระเบียบและกฎเกณฑ์ ผมอยากกราบเรียนว่าท่านได้ศึกษาวิเคราะห์ หรือยังว่าระบบกฎเกณฑ์ที่เรามีอยู่ในสังคมที่เราพูดกัน หรือเราใช้กันในประเทศตรงไหน มันใช้ไม่ได้ท่านถึงจะแก้ ตรงไหนมันดีงามก็คงไว้ ประเทศเราที่แน่ ๆ ก็คือเราใช้วิธีการ แล้วต่างชาติเขาก็มาใช้กับเรา ความเชื่อถือไว้วางใจ เราใช้ระบบเครดิต แล้วต่างชาติ เขามาทํามาหากินกับเรา ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นทางยุโรป ทางอเมริกา เขามาเขาจะใช้วัฒนธรรมไทย จนกระทั่งไหลหลั่งธุรกิจเข้ามาในประเทศเรา มา มา มา แต่ปรากฏวันนี้ท่านกําลังจะไปเอาวิธีการของเขามาขีดเส้นให้บ้านเรา ท่านลองคิด วันนี้ บอกได้นะท่านกําลังจะทําลายวิธีการทางวัฒนธรรมและระเบียบแบบแผนทางประเทศ ของเรา สิ่งเหล่านี้ไม่เป็ นผลดีต่อพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานเลย เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในมาตรา ๙ ต่อไปมันจะเป็นส่วนหนึ่งของ มาตรา ๘/๑ ที่สําคัญอย่างยิ่งที่ผมเห็นว่าผมเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งเหล่านี้ขอฝากท่านกรรมาธิการไว้ว่า ช่วยกลั่นกรอง แก้ไขให้เป็นผลประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง เพราะเขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสที่จะต่อรองกับผู้ประกอบการอยู่แล้ว กราบขอบคุณครับท่านประธาน