สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๓

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องมาตรา 8/1 ที่แก้ไขในกฎหมายแรงงาน โดยมีใจความหลักว่า การควบคุมแรงงานในกฎหมายนี้จะทำให้เกิดความตึงเครียดในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก และจะไม่ช่วยเหลือให้คนได้งานพิเศษ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตนําเสนอความเห็นในมาตรา ๘/๑ ที่แก้ไขนี้สักนิดเถอะครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวอ้างถึงเรื่อง คําพิพากษาว่าเนื่องจากว่าจะมีคนไม่เคารพคําพิพากษา พาดพิงมาในมาตรานี้ ท่านประธานครับ ศาลแรงงานกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนี้คนละเรื่องเลยครับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนั้นมันศาลเดียว และมีลักษณะเป็นตุลาการภิวัตน์ หรือที่เรียกว่า ตุลาการปฏิวัติ คือเห็นชอบตั้งแต่การยึดอํานาจชอบธรรม การยึดอํานาจ เมื่อ ๑๙ กันยายนนี่ชอบธรรม ศาลฎีกาเขาว่าอย่างนั้น ดังนั้นมันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกครับ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของศาลแรงงาน ซึ่งศาลแรงงานนั้นคือศาลของการประนีประนอม มีตัวแทนฝ่ำยนายจ้างและมีตัวแทนฝ่ำยลูกจ้าง ซึ่งไม่ต้องจบกฎหมายก็ได้ครับ ไม่ต้องจบเนติบัณฑิตละครับ แต่ว่าศาลราชการจบเนติบัณฑิตมีความรู้เรื่องกฎหมาย ลักษณะนี้คือศาลมวลชน ท่านประธานครับผมเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นทางรัฐบาล เสนอมาในภาวะที่คงจะรู้สถานการณ์ว่ามันเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ คนก็ไม่มีงานทํากัน ผมก็เห็นครับบ้านนอกก็มี ในกรุงเทพฯ ก็มี ซื้อพวกยี่ห้อกางเกงยีน ไปตัดได้สิบสตางค์ แต่ท่านต้องเข้าใจว่าในภาวการณ์อย่างนี้รัฐบาลจะต้องรู้ว่ากฎหมายนี้ออกไป แล้วให้นายจ้างเขาอยากจ้างงาน ไม่ใช่คุมกันจนเข้มไปหมด แล้วใครจะไปจ้างล่ะครับ มันเกี่ยวโยงมาตั้งแต่มาตรา ๔ ซึ่งผมจะไม่เท้าความกลับไปละครับเรื่องอาสาสมัคร แรงงาน ท่านจัดระบบอย่างกับเกสตาโป (Gestapo) เชียว ท่านต้องเข้าใจก่อนนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ระบบกฎหมายศาลแรงงานนี้มันไปโยงกับระบบ อุตสาหกรรม แล้วอุตสาหกรรมนี้มันอยู่ภายใต้กรอบระบบราชการที่เราเรียกว่า ระบบขุนนาง ท่านไม่แปลกใจหรือครับ อุตสาหกรรมจังหวัดแทนที่จะไปสนับสนุนให้อุตสาหกรรม เจริญเติบโตขยายตัวกลับไปควบคุมเสียเป็นหลัก ดังนั้นวันนี้ท่านเขียนกฎหมายเข้มงวด อย่างนี้มันก็ไปทําให้กระบวนการผลิตตึงเครียดหมด ในเมื่ออาสาสมัครมีอํานาจอย่างนี้ เข้าไปเป็นผู้ช่วยก็มีลักษณะเป็นขุนนางน้อย แล้วในที่สุดก็จะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ ต้องมีการตั้งงบประมาณจ่ายเงินเดือนให้ แต่นั่นผ่านไปแล้ว แต่ท่านประธานครับ ผมเองอยากให้กฎหมายฉบับนี้ได้ใช้งานได้สมประโยชน์รัฐบาลนี้จะได้ประโยชน์ ประชาชนจะได้มีการจ้างงานกันมากขึ้น ท่านรู้ไหมครับเช้าวันนี้ หนังสือพิมพ์ลงหน้า ๑ หราเลยครับ หนังสือพิมพ์ที่ชอบเชียร์ รัฐบาล หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ลงข่าวเรื่องเงินเฟ้ อ ๓๗ เปอร์เซ็นต์แล้ว มันจึงไม่แปลก เลยครับที่เราไปซื้อ เดี๋ยวนี้ซื้อส้มราคากิโลกรัมละเกือบร้อยครับ ผลไม้เกือบ ๑๐๐ บาทแล้ว เพราะเงิน ๑๐๐ บาท มันหายไป ๓๗ บาทแล้ว เพราะเงินเฟ้ อ คุณกรณ์อยู่ไหน เห็นว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจดีนักนี่ แล้วทําไมเงินเฟ้ อขนาดนี้ ท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่าข้าว ของชาวนาราคาตํ่ามาก เหลือ ๖,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง เหลือ ๖,๐๐๐ กว่าบาท เงินก็เฟ้ อ ข้าวของก็แพง ข้าวสารราคาแพงมาก แต่ข้าวเปลือกราคาถูกเหลือกําลัง ท่านจําได้ไหมครับท่านประธาน เมื่อรัฐบาลท่านสมัครอยู่หลัด ๆ ข้าวราคาเกวียนละ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท แต่ราคาทองคํา ๘,๐๐๐ บาท สมัยคุณอภิสิทธิ์บอกเศรษฐกิจ ดีเหลือเกิน ข้าวเหลือ ๖,๐๐๐ บาท แต่ว่าราคาทองคํา ๑๘,๐๐๐ บาทครับ อันนี้สะท้อน ให้เห็นเลยว่าค่าเงินบาทตกตํ่าอย่างหนักแล้ว มีภาวะเงินเฟ้ อ ดังนั้นคนก็จะยากลําบากขึ้น ท่านประธานครับ เมื่อยากลําบากขึ้นก็ต้องหางานพิเศษ ปรากฏว่างานพิเศษนี่ก็ โอ้โฮ ละเอียดยิบเลยครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้แทนที่จะไปช่วยเหลือผมว่าใครเขาจะจ้างงาน นี่จะลําบากมากขึ้น ดังนั้นในมาตรา ๘/๑ นี้ ผมเองคิดว่าท่านไปจํากัดสิทธิของศาล เขามากไป โดยพื้นฐานศาลแรงงานเป็นศาลแห่งการประนีประนอมอยู่แล้ว ถ้ามีปัญหา ก็ไปขึ้น จริง ๆ ผมยังอยากจะแก้มาตรา ๘ เสียด้วยซํ้าไปว่าอย่าเอาอะไรที่มันมีลักษณะ ทําให้ผู้จ้างงานและแรงงานเกิดความตึงเครียดในภาวการณ์ที่ไม่มีงานทํากันอย่างนี้ วันนี้ทุนต่างประเทศก็ออกนอกกันไปหมด ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท วันนี้ชาวนากําลังลําบากมาก ซึ่งพรุ่งนี้พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเรื่องข้าวราคาตกตํ่า ถ้ารัฐบาลกลัวจะเสียหน้ารีบยื่นเสียนะครับ แต่พรรคฝ่ายค้านยื่นแน่นอน เมื่อวานนี้ จังหวัดนครสรรค์บ้านผม ประชาชนก็ออกมาชุมนุมกันเรื่องข้าวราคาตกจนทนไม่ไหวแล้ว เมื่อภาวะอย่างนี้เองครับทําให้ลูกหลานเขาต้องหางานพิเศษเพิ่ม ด้วยเหตุนี้เองที่ผม เห็นว่าในมาตรา ๘/๑ นี้ถ้าเป็นไปได้เราตัดทิ้งเสีย แล้วก็ให้สิทธิแก่ศาล และถ้าให้ดีในทาง บริหารจัดการ พี่ไพฑูรย์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะต้องเอากฎหมายฉบับนี้ ไปใช้อย่างยืดหยุ่นเพื่อให้เกิดการจ้างงานให้มาก วันนี้เรากําลังมองด้านเดียวว่าจะต้อง คุ้มครองสิทธิแรงงานอันนี้ผมเห็นด้วย แต่ภาวการณ์คุ้มครองสิทธิแรงงานในขณะนี้ ไม่มีใครอยากมาลงทุนประเทศนี้หรอกครับ การควบคุมตึงเครียดไปหมด มาบตาพุด เป็นอย่างล่ะครับ เจ๊งไป ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมยังมองไม่ออกเลยว่า นายอภิสิทธิ์คนนี้จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร แทนที่จะไปหาเงินหาทองจาก ต่างประเทศ ทูตก็ไม่ทํางานครับทุกวันนี้ มัวแต่จะไปไล่จับทักษิณ แล้วพูดออกมาได้ อย่างไรว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการยึดเงินของทักษิณมาทําแทน ผมฟังแล้ว มันขายขี้หน้าที่สุด ไม่ใช่ว่ามาเชียร์ทักษิณเขาหรอกครับ นี่ตกลงรัฐบาลเตรียมปล้น ประชาชนเป็นหลักนะครับ เดี๋ยวนี้รัฐบาลเก็บภาษีประชาชนอย่างหนักเลยนะครับ