สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๓

อภิมุข สุขประสิทธิ์ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา ๘/๑ และอธิบายว่าเลขมาตราใหม่ถูกใช้เพื่อความชัดเจนและความสะดวกในการติดตาม จากนั้นเรียกร้องการสนับสนุนให้ใช้บทบัญญัตินี้ในการเยียวยาในเรื่องของความไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับสัญญาจ้างหรือข้อกำหนดตามกลไก และหารือเรื่องการคุ้มครองผู้รับงานที่ไปทำงานที่บ้าน โดยเรียกร้องให้เพิ่มความชัดเจนในมาตรา 8/1 โดยให้เพิ่มคำว่า "ศาลแรงงาน" เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อภิมุข สุขประสิทธิ์ กรรมาธิการครับ ประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กรุณาแสดงความห่วงใย กระผมขออนุญาตตอบเรียนตามประเด็นนะครับ ประเด็นทั้งหมดทางท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการได้ตรวจสอบ แล้วก็ได้พิจารณาโดยรอบคอบนะครับ ในประเด็นแรก ขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้นว่า ในร่างมาตรา ๘/๑ จริง ๆ แล้ว ไม่ได้ เขียนขึ้นใหม่ เป็ นการปรับที่อยู่ จากมาตรา ๓๘ ในหมวด ๖ มาไว้ ในหมวดทั่วไปตรงนี้ เพราะว่ากรรมาธิการบางท่านมีข้อสังเกตว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นบททั่วไป เพราะฉะนั้นในใจความตามร่างมาตรา ๓๗ นี่ก็ย้ายมาเป็นมาตรา ๘/๑ แต่ด้วยเหตุที่ ระบบการเรียงเลขมาตราในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สอง วาระที่สามนี่จําเป็นจะต้องเรียงมาตราตามเดิมไว้ก่อนเพื่อไม่ให้มีความสับสนแล้วก็ สะดวกต่อการติดตามจึงได้ใส่มาตรา ๘/๑ ไว้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วคือมาตรา ๓๗ เดิม

ในประเด็นที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า หากดูบทบัญญัติ ในมาตรา ๘/๑ ผมขออนุญาตใช้เลขมาตราใหม่ที่ทางฝ่ำยเลขานุการได้กราบเรียน ต่อท่านประธานหากดูบทบัญญัติในมาตรา ๘/๑ ศาลที่หมายความในมาตรา ๘/๑ ก็คือ ศาลตามมาตรา ๘ นั่นเอง เพราะฉะนั้นในกรณีตามบทบัญญัติตั้งแต่มาตรา ๗ เป็นต้นไป ในกรณีที่มีข้อพิพาทระหว่างผู้จ้างงานกับผู้รับงานไปทําที่บ้านหรือทายาทหรือเกี่ยวกับ สิทธิหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทุกเรื่องต้องขึ้นสู่ศาลแรงงานทั้งหมด เพราะฉะนั้น ตรงนั้นขออนุญาตกราบเรียนอธิบายเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า บทบัญญัติในมาตรา ๘/๑ หรือ มาตรา ๓๗ เดิมเป็นบทบัญญัติเช่นเดียวกันที่เขียนในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นบทบัญญัติอยู่ในมาตรา ๑๔/๑ ลักษณะของบทบัญญัติมาตรานี้เขียนไว้ชัดเจน ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ทางท่านคณะกรรมการมองว่า การจะเยียวยาในเรื่องของความไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับสัญญาจ้างหรือข้อกําหนดตามกลไก ของมาตรา ๑๔/๑ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเป็นกลไกที่ดี และปรากฏว่าตั้งแต่ ประกาศใช้เป็นต้นมา ปรากฏว่าบทบัญญัติในส่วนนี้ก็สามารถใช้ในลักษณะการเยียวยา กับผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับความเป็นธรรมในสังคม มากกว่า เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการจึงได้เติมในส่วนนี้เข้ามา

ประเด็นที่ ๔ หากไม่มีบทบัญญัติในมาตรา ๘/๑ อาจจะไปใช้ ในพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ตามพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กระบวนการก็จะต้องเป็นกระบวนการใหม่ ต่างหากไปจากกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ และกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ ก็อย่างที่กราบเรียนแล้วว่ามีบทบัญญัติในมาตรา ๘ ได้เขียนว่าในเรื่องศาลก็เป็นในส่วน ของศาลแรงงาน เพราะฉะนั้นข้อกําหนดตามมาตรา ๘/๑ ในกรณีที่มีสัญญาจ้าง หรือข้อกําหนดที่ไม่เป็นธรรม ก็สามารถจะนําคดีขึ้นสู่ศาลแรงงานพิจารณาได้ทันที โดยไม่จําเป็ นจะต้องไปใช้กฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติข้อกําหนดสัญญา ที่ไม่เป็ นธรรม ซึ่งจะเป็ นการที่นําคดีออกนอกกรอบของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นระบบเยียวยาหากบัญญัติไว้ในมาตรา ๘/๑ ก็จะชัดเจน

ในประเด็นถัดไปครับ ถามว่าในกรณีที่มีสัญญาจ้างหรือข้อกําหนด ในสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กระบวนการจะเริ่มต้นอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า กระบวนการก็จะเริ่มตามมาตรา ๗ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้ อภิปรายว่ากระบวนการนี้นอกจากทางผู้รับงานไปทําที่บ้านจะเริ่มกระบวนการเอง ทางกรมโดยอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็จะเปิ ดช่องทางใน ๒ ช่องทาง คือช่องทางหนึ่งก็คือว่าจะจัดให้พนักงานอัยการดําเนินคดีให้ในกรณีที่มองว่า เป็นประโยชน์กับส่วนรวม หรือในกรณีที่ไม่ว่าผู้รับงานไปทําที่บ้านจะเป็นโจทย์หรือ เป็นจําเลยแล้วก็จําเป็นที่จะต้องได้รับการดูแล ทางอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานเขาจะจัดเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการดําเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นโจทย์หรือเป็นจําเลย ในคดีนั้น ๆ

ประเด็นถัดไปครับ ก็คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการที่จะคุ้มครองผู้รับงาน ไปทําที่บ้าน ในภาพรวมทั้งหมดผมจะขออนุญาตกราบเรียนว่า ในลักษณะของสัญญา ที่ไม่เป็นธรรมหรือข้อจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม บางครั้งตัวพนักงานตรวจแรงงานหรือ ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่ทราบ ในเบื้องต้น จนกระทั่งความปรากฏ เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะเขียนบทบัญญัติไว้ในมาตรา ๙ ว่าในเรื่องของเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทําที่บ้านจะต้องประกอบด้วยข้อความ อะไรบ้าง หรือกรณีมีคณะกรรมการที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๒๘ ว่าให้คณะกรรมการ มีอํานาจหน้าที่ในเรื่องให้มีการจัดทํานโยบาย การส่งเสริม การสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ แต่ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องนั้นคงจะไม่พอเพราะว่าอันนั้นคงจะเป็นลักษณะของ มาตรฐานการดูแลโดยทั่วไป การที่คณะกรรมการจะไปกําหนดในเรื่องของการชี้ ในรายละเอียดแต่ละเรื่องเฉพาะเรื่อง เกรงว่าในกรณีที่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน แล้วก็รอคณะกรรมการที่จะวินิจฉัยในเรื่องต่าง ๆ การเยียวยา อาจจะไม่ทันกาล เพราะฉะนั้นบทบัญญัติในมาตรา ๘/๑ ก็จะเป็นบทบัญญัติในเรื่องของ การช่วยผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ด้อยกว่าอย่างที่กระผมได้กราบเรียนแล้ว แล้วก็ กรรมาธิการทั้งหมดได้พิจารณาตรงนี้แล้ว เราพิจารณาแล้วเห็นว่าในรายละเอียดตรงนี้ ก็มีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ทั้งนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการอนุญาตให้กระผม กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานว่าถ้ำหากความใน มาตรา ๘/๑ ที่ได้กราบเรียนแล้วว่า คําว่า ศาล หมายถึง ศาลแรงงาน ตามมาตรา ๘ อาจจะไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นในทุก ๆ ที่ตั้งแต่มาตรา ๘/๑ เป็นต้นไป ถ้ากล่าวถึงศาล ทางกรรมาธิการก็ไม่ขัดข้องที่จะให้เติมคําว่า ศาลแรงงาน อันนี้ขออนุญาตกราบเรียน ขอบพระคุณครับ