สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๓

อาทิตย์ อิสโม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเพิ่มพนักงานตรวจแรงงาน และการสนับสนุนอาสาสมัครแรงงาน โดยมีแผนจะให้อาสาสมัครแรงงาน 16,216 คนเป็นผู้ช่วยพนักงานตรวจแรงงาน และเรียกร้องให้เพิ่มบทบาทของอาสาสมัครแรงงานในการคุ้มครองผู้รับงานที่ทำงานที่บ้าน

นายอาทิตย์ อิสโม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาทิตย์ อิสโม กรรมาธิการครับ ในส่วนที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายเรื่องของ อาสาสมัครแรงงานที่บัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ฉบับนี้ สืบเนื่องจากการที่รับงานไปทําที่บ้านนี่เป็นงานที่กระจัดกระจายอยู่ ตามหมู่บ้าน ซึ่งไม่มีสถานที่ที่ชัดเจนแบบโรงงาน เพราะฉะนั้นพนักงานตรวจแรงงาน ของกระทรวงแรงงานก็คือข้าราชการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งปัจจุบันนี้ มีอยู่ที่ทําหน้าที่พนักงานตรวจแรงงานจริงประมาณ ๖๐๐ กว่าคนนี่ครับ ก็เห็นว่า จํานวนน้อยเกินไป ในพระราชบัญญัตินี้ก็เลยบัญญัติให้มีพนักงานตรวจแรงงานเพิ่มขึ้น โดยรัฐมนตรีแต่งตั้งจากข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่น ซึ่งขยายจาก พนักงานตรวจแรงงานของส่วนกลางไปถึงส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นซึ่งเพิ่มขึ้น

แต่อีกส่วนหนึ่งเราเห็นว่า อาสาสมัครแรงงานเป็ นอาสาสมัคร ที่กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ ตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วย อาสาสมัครแรงงาน ซึ่งให้หมายถึงว่า ผู้ที่จะมาทําหน้าที่อาสาสมัครช่วยเหลือกิจการของ กระทรวงแรงงาน โดยมีคุณสมบัติตามข้อ ๗ ของระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วย อาสาสมัครแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๘ บัญญัติว่า อาสาสมัครแรงงานต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

๑. มีสัญชาติไทยและอายุไม่ตํ่ากว่า ๒๐ ปี

๒. มีความประพฤติเรียบร้อย ซื่อสัตย์สุจริต และมีมนุษยสัมพันธ์

๓. สมัครใจและเสียสละเพื่อช่วยเหลือการดําเนินงานของกระทรวงแรงงาน

ดังนั้น ณ วันนี้กระทรวงแรงงานเรามีอาสาสมัครแรงงานอยู่ทั่วประเทศ ๑๖,๒๑๖ คน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามหมู่บ้านทั่วประเทศ ในเมื่อคณะกรรมาธิการ เห็นว่าอาสาสมัครแรงงานซึ่งเป็นผู้เสียสละจะมาช่วยภารกิจของกระทรวงแรงงานแล้ว ก็เลยคิดว่าทางหนึ่งที่จะให้อาสาสมัครได้ช่วยให้ดีขึ้นก็คือทําหน้าที่ผู้ช่วยพนักงาน ตรวจแรงงาน ดังนั้นเวลาจะคัดเลือกอาสาสมัครแรงงานทั้ง ๑๖,๒๑๖ คนมาทําหน้าที่เป็น ผู้ช่วยพนักงานตรวจแรงงานก็จะมีระเบียบรองรับ เรียกว่า ระเบียบว่าด้วยคุณสมบัติ และอํานาจหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งออกโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะที่เป็นกรมที่ดูแลพระราชบัญญัตินี้

ดังนั้นก็คิดว่าจํานวนอาสาสมัครแรงงานที่มีอยู่ ๑๖,๒๑๖ คน เมื่อรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยพนักงานตรวจแรงงานก็ต้องร่อนกรองอีกชั้นหนึ่ง ตามระเบียบว่าด้วยพนักงานตรวจแรงงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมี คุณสมบัติที่ลงลึกกว่าอาสาสมัครแรงงานที่เขียนไว้กว้าง ๆ อาสาสมัครแรงงานที่จะให้มา ช่วยนี้ไม่ได้ทําหน้าที่เป็นพนักงานตรวจแรงงาน ไม่ได้มีอํานาจหน้าที่เหมือนพนักงาน ตรวจแรงงาน แต่มีอํานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ในมาตรา ๓๘ วรรคสุดท้าย ซึ่งบัญญัติว่า ในการตรวจสถานประกอบกิจการหรือสํานักงานของผู้จ้างงานหรือ สถานที่ทํางานของผู้รับงานไปทําที่บ้าน อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจจัดให้แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ขออภัยครับ หรือ นี่ตัดออกนะครับ อาจจัดให้แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรืออาสาสมัครแรงงาน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เข้าไปใน สถานที่ดังกล่าว เพื่อให้ความคิดเห็นหรือช่วยเหลือแก่พนักงานตรวจแรงงาน ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของอาสาสมัครแรงงาน เพียงให้ความคิดเห็นหรือช่วยเหลือ ไม่ได้มีหน้าที่ในการสั่งการ ไม่มีหน้าที่ในการที่จะ ดําเนินการอะไรกับผู้จ้างงานนะครับ เพราะฉะนั้นทําหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยของพนักงานตรวจแรงงาน คณะกรรมาธิการเห็นว่า ในเมื่อเราจะมีร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานซึ่งครอบคลุมไปทั่วประเทศและ สถานที่ทํางานของผู้รับงานไปทําที่บ้านก็กระจัดกระจายอยู่ตามหมู่บ้าน ในขณะที่เรา ไม่มีพนักงานตรวจแรงงานได้ครอบคลุมในพื้นที่ดังกล่าวก็อาจจะมีผู้ช่วยเพื่อเป็น ผู้ให้ความเห็น ผู้แจ้งเบาะแส เพื่อบอกกล่าวว่าลักษณะการทํางานที่บ้านที่หมู่บ้านนี้ ก็มีเหตุการณ์แบบนี้ ให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าไปตรวจเพื่อดําเนินการตาม พระราชบัญญัตินี้ เพราะฉะนั้นอํานาจหน้าที่ของผู้ช่วยพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งในที่นี้ ที่เขียนอาสาสมัครเป็นผู้ช่วยไว้ก็เพิ่มเติมในฉบับเดิม ซึ่งในฉบับเดิมเขียนให้แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทําหน้าที่เป็ นคนให้ความคิดเห็น เพราะบางประเด็นนี่จําเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้ สําหรับอาสาสมัครแรงงานอาจจะมีความรู้ ในฐานะที่เป็นคนในพื้นที่ อาจจะรู้ที่มาที่ไป อาจจะรู้รายละเอียดบางประการที่พนักงาน ตรวจแรงงานไม่รู้ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นประโยชน์ในการคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน กระผมขอนําเรียนว่าการบัญญัติให้มีอาสาสมัครแรงงานเพื่อมาเป็นผู้ช่วยพนักงานตรวจแรงงาน ตามพระราชบัญญัตินี้ก็จะเกิดประโยชน์ในการที่จะบริหารร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้รับงานไปทําที่บ้านให้เกิดประโยชน์สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ