สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๓

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการเพิ่มบทนิยามในพระราชบัญญัติอาสาสมัครแรงงาน และเรียกร้องการอธิบายเพิ่มเติมจากทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และเรียกร้องการชี้แจงความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบของท่านในเรื่องนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เผอิญเมื่อกี้ เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านนั่งอยู่ จะได้ถามในคราวเดียวกัน ในเจตนารมณ์ในเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นมา มองเหมือนกับการเพิ่ม บทนิยามเท่านั้นเอง แต่ต้องไปดูสาระเนื้อหาของอาสาสมัครแรงงาน ซึ่งทาง คณะกรรมาธิการและผู้ยกร่าง โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน ซึ่งถ้าเราอ่านดูโดยผิวเผิน เหมือนกับไม่มีอะไร แต่พอไปดูในหมวด ๗ หมวด ๘ หมวด ๗ ว่าด้วย พนักงานตรวจแรงงาน หมวด ๘ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ บทกําหนดโทษ ท่านประธานที่เคารพบุคคลที่จะมี สถานะตามกฎหมายแล้วมีกฎหมายรองรับนั้นจะต้องมีบทบาทอํานาจหน้าที่ ตามกฎหมายเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นหลักก่อนนะครับ ฉะนั้นเจตนารมณ์ของผู้ร่างก็ดี เจตนารมณ์ของกระทรวงแรงงานก็ดี เจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการซึ่งนั่งอยู่นั้น เวลาท่านเขียนมาท่านอาจจะมองในประเด็นหนึ่งว่าเป็นการอํานวยความสะดวกกับ พนักงานตรวจแรงงานก็ดี อีกประเด็นหนึ่งถ้าจะมองเป็นการช่วยเหลือเจ้าพนักงานก็ดี อีกประเด็นหนึ่งอาจจะมองว่าตําแหน่งเจ้าพนักงานในการเข้าไปควบคุม กํากับ ดูแล และตรวจสถานที่ต่าง ๆ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ดี มองประหนึ่งเหมือนกับเรา ไม่มีจํานวนบุคลากรเพียงพอในการที่จะเข้าไปตรวจสอบ ควบคุม กํากับและดูแล ให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านจึงอาจจะหยิบยกในเรื่องนี้ขึ้นมาว่าอย่างน้อยก็มี เจ้าพนักงานผู้ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงานหรือตรวจการจ้าง สุดแล้วแต่ที่ท่านจะเขียนไว้ แต่ในที่นี้ท่านไปเขียนไว้ในทํานองว่าอาสาสมัครแรงงาน เพื่อช่วยในการปฏิบัติงานของพนักงานตรวจแรงงาน อันนี้เป็ นหลักที่เข้าใจก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ได้หยิบยกประเด็นในเรื่องของ สถานะของบุคคลนี้ขึ้นมาก่อนว่า สถานะของบุคคลนี้มีสถานะอะไรก่อน แล้วก็มี คุณหมอเมื่อกี้ แล้วก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านกําลังอธิบายถึง ภาระหน้าที่ของบุคคลนี้มีหน้าที่อะไร แต่จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าลองดู ในหมวด ๗ และหมวด ๘ ถ้าอาสาสมัครแรงงานนี้เข้าไปตรวจสอบในสถานที่ประกอบการ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งก็ดี หรือขอให้ส่งวัสดุหรืออุปกรณ์ก็ดี ถ้าหากว่าบุคคลนั้นขัดขวาง ไม่ส่งมีความผิดนะ ท่านประธานครับ มีความผิด ฉะนั้นอาสาสมัครแรงงานไม่ใช่ธรรมดา ดังนั้นเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของสภาแห่งนี้จะต้องถามว่า ที่ท่านเอาขึ้นมานี้เลยมีปัญหา เกิดขึ้นว่า ประเด็นนี้เคยมีการพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครั้งหนึ่งในเรื่องของ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี การบังคับคดีนั้นมีเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปยึดทรัพย์ก็ดี ไปดําเนินการขายทอดตลาดก็ดี ต่อมาก็มีกฎหมายในสภาแห่งนี้ได้ออก กฎหมายให้มีผู้ช่วยบังคับคดีเกิดขึ้นเมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ยังดําเนินการไม่ได้ ทั้งที่กฎหมายให้อํานาจ และในขณะนั้นเราเขียนบทบาทอํานาจหน้าที่ไว้ชัดเจนเลย แล้วคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้าไปจะต้องมีความชัดเจนว่าจบชั้นไหน มีวุฒิภาวะ มีความสามารถ มีประสบการณ์และเป็ นเจ้าพนักงานตามกฎหมายด้วยนะครับ แล้วต้องตั้งงบประมาณมีค่าใช้จ่ายให้กับเขา ถ้าหากว่าดําเนินการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีการเรียกรับผลประโยชน์อย่างใด นอกจากบุคคลที่จะไปดําเนินการผิดแล้วอธิบดี กรมบังคับคดีจะต้องมีความผิดด้วย กระทรวงยุติธรรมจะต้องมีความรับผิดชอบ ทางแพ่งด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านจะต้องอธิบาย ให้สภาแห่งนี้ได้เห็นว่าอาสาสมัครแรงงานของท่านที่ท่านตั้งขึ้นไป แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านไม่อยู่ ถ้าเกิดไปประพฤติปฏิบัติไม่ชอบ ไปปฏิบัติหน้าที่เกินกว่ากรอบอํานาจหน้าที่ที่ให้ไป ไปเรียกรับผลประโยชน์ ไปต่อรอง ไปอํานวยประโยชน์ให้กับบุคคลที่เราจะต้องพึงเข้าไปและพึงไปตรวจสอบนั้น สถานะ เป็นอย่างไร สภาแห่งนี้ต้องถามให้ชัดเจนก่อนว่า ไม่ใช่ให้เราไปรองรับกฎหมายใน หมวด ๗ และหมวด ๘ นั้นเป็นอันตรายมาก เรากําลังจะออกกฎหมายให้กับบุคคล คนหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เรากําลังจะเขียนกฎหมายให้อํานาจบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งแต่งตั้ง จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วให้ปฏิบัติ บุคคล ที่ไม่ปฏิบัติตามที่อาสาสมัครแรงงานที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้มีความผิด ท่านจะต้องอธิบายว่าคุณสมบัติบุคคลเหล่านี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ผมจึงเสียดาย เมื่อกี้เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านนั่งอยู่ จะได้ถามในคราวเดียวกันว่า ท่านในฐานะรัฐมนตรีซึ่งรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ มันคืออะไรกันก่อน สําคัญนะครับท่านประธาน ท่านอย่าไปดูเฉพาะบทนิยามในมาตรา ๔ ไม่ได้ สาระมันอยู่ที่ หมวด ๗ และหมวด ๘ ในกฎหมายฉบับนี้ ท่านไปใส่ได้เลยว่าใครขัดขวางนี่ผิดเลย แล้วก่อนจะไปถึงบุคคลที่ขัดขวางนี่บุคคลนี้คือใครก่อน ไม่รู้ อยู่ ๆ เขียนขึ้นมาบอกว่า รัฐมนตรีแต่งตั้ง ผมจึงจะถามท่านรัฐมนตรีว่ารัฐมนตรีท่านรับผิดชอบอย่างไร เพราะเดี๋ยว รัฐมนตรีไปท่านอื่นก็เข้ามา รัฐมนตรีไปท่านอื่นก็เข้ามา รัฐมนตรีรับผิดชอบอย่างไร กระทรวงแรงงานรับผิดชอบอย่างไรไม่ได้เขียนไว้ กรมที่เกี่ยวข้องกับกรมการจัดหางานก็ดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ดีที่เกี่ยวข้อง ท่านรับผิดชอบอย่างไรไม่เขียนไว้ ลอย ๆ ให้ขึ้นมา ฉะนั้นก่อนที่จะไปเรื่องอื่นขอให้มันเคลียร์ (Clear) เรื่องนี้ก่อนได้ไหมครับ เพราะว่ามันไปพ่วงกับหมวด ๗ หมวด ๘ แต่ถ้าไม่พูดไว้ตอนนี้พอเราผ่านเข้าไป เดี๋ยวท่านประธานบอกสภาผ่านไปแล้ว อย่างไรผ่านแล้วมันก็ต้องเขียนไว้ มันไม่ได้ครับ เพราะ ๒ อย่างนี้มันพ่วงกันอยู่ว่าอันนี้เขียนบทนิยาม แต่พอบทนิยามเสร็จไปดูในหมวด ที่จะต้องอธิบายต่อ มันอยู่ที่หมวด ๗ หมวด ๘ หมวด ๘ เขียนไว้เลย น่าตกใจนะครับ ผมดูอยู่มาตราหนึ่ง ผมจะหยิบยก มาตรา ๔๖ ในหมวด ๘ ว่าด้วยบทกําหนดโทษ เขาเขียนอย่างนี้ครับ

มาตรา ๔๖ ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการหรืออนุกรรมการ ตามมาตรา ๓๑ หรือพนักงานตรวจแรงงาน แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออาสาสมัครแรงงาน ตามมาตรา ๓๘ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับ ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

เห็นไหมครับ แล้วยังมีมาตราอื่นอีกนะครับ มาตรา ๔๕ ก็เขียนไว้ มาตรา ๔๐ ก็เขียนไว้ มาตรา ๓๙ ก็เขียนไว้ แล้วไปผูกในหมวด ๗ ว่าด้วยพนักงาน ตรวจแรงงาน ฉะนั้นเอาเรื่องนี้ให้ชัดเจนก่อนนะครับ คือเจตนารมณ์ของท่าน จะเป็นอย่างไร ท่านก็อธิบายมา พวกผมจะได้ซักถามให้ชัดเจน แล้วก็ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนี่ช่วยกรุณาเข้ามาชี้แจงในประเด็นนี้ด้วย เพราะมัน เป็นเรื่องสําคัญของการปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยภาพนี่เรามอง ไม่มีอะไร แต่ถ้าหากปฏิบัติกันจริง ๆ ท่านหลับตาดูนะครับ กลุ่มบุคคล คณะบุคคลก็ดี ผู้ประกอบการก็ดี ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการก็ดี ผู้ใช้แรงงานก็ดี และบุคคลที่จะเข้ามา สู่ในเรื่องของการรับงานไปดําเนินการที่บ้านหรือที่อะไรก็ดี ท่านลองคิดดูมันมีจํานวน มากมายมหาศาลเหลือเกิน แล้วกําลังบุคคลจะเอาที่ไหน แล้วอยู่ ๆ ก็ตั้งคนขึ้นมาแล้วก็ เข้าไป แล้วที่สําคัญอ่านกันให้เข้าใจนะ ผมไม่รู้ว่าเขียนซ่อนไว้กันหรือเปล่า โดยเฉพาะ ในเรื่องของมาตรา ๔๖ ผู้ใดขัดขวางก็ดี แล้วก็ในมาตรา ๔๕ ไม่อํานวยความสะดวกก็ดี หรือเข้าไปก็ดี ท่านไม่บอกว่าเข้าไปตอนไหนนะครับ อยู่ ๆ ก็เข้าไปเลย ท่านระวังไว้ สภาแห่งนี้เคยทักท้วง ท้วงติงมาแล้วครั้งหนึ่งประเภทที่เข้าไปในเคหสถานของบุคคลอื่น เขานี่นะครับ แม้แต่สภาแห่งนี้เคยทักท้วงเข้าไป ระวังนะครับ ท่านอย่าไปคิดว่าอํานาจ ตามกฎหมายแล้วท่านจะทําได้ทุกอย่าง บางสิ่งบางอย่างมันก็ต้องดูว่าความเหมาะสม ไม่เหมาะสมเหมือนกัน ฉะนั้นผมถามว่าขอประเด็นนี้ให้มันชัดเจนก่อน เคลียร์กันก่อนว่า มันคืออะไร แล้วสถานะเป็ นอย่างไร บทบาทเป็ นอย่างไร ที่มาที่ไปเป็ นอย่างไร ความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน เพียงใด ระหว่างองค์กรกับบุคคลให้ชัดเจน ระหว่าง กระทรวง ท่านรัฐมนตรีกับบุคคลนี้ให้ชัดเจนก่อน เพราะท่านรัฐมนตรีจะต้องแต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอขอบคุณครับท่านประธาน