เรวัต สิรินุกุล หารือเรื่องกฎหมายที่มีการใช้มาตรา 7 เพื่อติดคุกและปรับบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตาม แต่ไม่คุ้มครองสิทธิของบุคคลนั้น และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการอธิบายว่าทำไมถึงตัดออกมาตรา 7 และไม่ให้ความคุ้มครองแก่บุคคลนั้น
มาตรานั้นก่อนนะครับ แต่ต้องขออนุญาต พูดนิดเดียว คืออย่างนี้ครับ คือผู้ใดฝ์าฝ๋นหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗ ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินสองป้ หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ท่านประธานครับ น่ากลัวครับ ไม่เคยได้ยินอย่างนี้มาก่อนแล้วก็ไม่เคยคิดว่าสภาแห่งนี้จะมีอย่างนี้เกิดขึ้น เพราะโดยปกติ แล้วเวลาเรียกใครเชิญใครไม่มาก็แล้วกันไป มาหรือไม่มาก็ไม่เปึนไรเพราะถือว่าถ้ามาก็ให้ ความร่วมมือ ถ้าไม่มาก็ไม่ให้ความร่วมมือ ทุกคนก็ให้ความอะลุ้มอล่วยเปึนกันเองตลอด เปึนอย่างนี้ ระบบรัฐสภาไทยก็เปึนอย่างนี้ไม่เคยคิด ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องมีกฎหมายที่ นําเอามาตรการการติดคุกติดตะรางหรือมีโทษต่าง ๆ มาใช้กับพี่น้องประชาชน ก็ไม่คิดครับ ปกติเขาจะไม่มีหรือมีอยู่แล้ว มันเรื่องอะไรล่ะเชิญเขามาแล้วเขามาให้ถ้อยคํา ให้ข้อชี้แจงแล้ว แล้วก็ยังจะต้องมาติดตะรางอีก อย่างนี้มันมีที่ไหนล่ะครับ แล้วใครเขาเห็นเข้าอีกหน่อย เขาก็กลัวแย่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคนนี้ด้วยแล้วยิ่งจําไปจนตายเลย นี่คุณออกกฎหมายเพื่อเอาคนอื่นเขามาติดตะรางอย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานครับ ตรงนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ เปึนเรื่องสําคัญนะครับ ไม่มีประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามาถึงยุคนี้ที่จะมา ออกกฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิ อย่างนี้ถือว่าลิดรอนสิทธิ แล้วเมื่อไม่มาเสร็จแล้วก็ติด ตะรางด้วย โกรธแค้นขนาดไหน แล้วแค้นขนาดไหนถึงขนาดจะต้องติดคุกติดตะราง นี่คือความรู้สึกของคนที่เปึนอย่างนั้น แต่ตอนเวลาเขาไม่มาเขาก็รู้สึกทะนง เราก็เกิด ความไม่พอใจเหมือนกัน เชิญคุณก็ไม่มาเลย ตรงนั้นก็เปึนการทะนงของเขาจนเกินไป แต่เมื่อมาถึงวาระอย่างนี้มันก็ทําให้คิดละครับท่านประธาน ทีนี้เมื่อเปึนอย่างนี้ คณะกรรมาธิการก็ต้องอธิบายว่าสิ่งที่ท่านทําที่พูดกันตัดออก ๆ อันนี้ผมเห็นด้วยตรงนี้ ท่านต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าที่ตัดออกไปเขียนไว้คุ้มครองเขาแล้วก็ไม่คุ้มครองเขาตรงนี้ มันเปึนอย่างไร เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทําหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย นี่ครับอันนี้ก็เหมือนกัน เวลาเชิญเขามาชี้แจง มาให้เหตุให้ผลเขาไม่พูดเขาก็ไม่อยากจะพูด ถ้าพูดไปเขาก็กลัวถูกฟัอง เพราะว่าพูดไปแล้วไม่ได้คุ้มครองเขา มันก็ไม่ได้ความรู้ที่แท้จริง ไม่ได้ข้อเท็จจริง ได้ข้อเท็จจริงก็ไม่ดูแลเขาอย่างนี้เปึนต้น นี่คือสิ่งที่กระผมเห็นว่ามันอย่างไรชอบกล เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่ากฎหมายฉบับนี้จะออกมาในรูปใด เพราะว่าต่างคนต่างดู ๆ แล้วก็ไม่ค่อยร่วมกันที่จะออกมาอย่างรุนแรงเท่าไรนะครับ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้เปึนปัญหาที่ต้องคิดว่าออกกฎหมายทั้งทีจะออกมา เพื่อที่จะให้เกิดความเดือดร้อนแก่คนอื่นเพื่ออะไร แล้วถ้าหากว่าทําอย่างนี้คือทําอย่างไร ในฐานะที่ท่านทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านก็เปึนผู้ที่ มีความรู้ในเรื่องกฎหมายอย่างดี ก็ลองสิครับลองคิดสิว่าที่ท่านตัดออกกับไม่ตัดออกแล้ว เอามาชั่งใจกันใหม่ แล้วก็เอามาพิจารณากันใหม่ ดูสิว่าอะไรจะดีกว่ากัน ผมก็ไม่ใช่ นักกฎหมาย ผมเพียงแต่ว่าเคยเห็นออกกฎหมายมาแบบนี้ แล้วก็ไม่เคยเห็นออกกฎหมาย แบบนี้ แล้วก็มาพิจารณากันใหม่ดูสิว่าอะไรจะดีกว่ากัน ผมก็ไม่ใช่นักกฎหมาย ผมเพียงแต่เคย เห็นออกกฎหมายมาแบบนี้ แล้วก็ไม่เคยเห็นออกกฎหมายแบบนี้ที่เอามาใช้กับคนที่เรา ต้องการสืบสวนสอบสวนกับพี่น้องประชาชน เพราะเราไม่ใช่ตํารวจ เราไม่ใช่อ้ายนั่น เราเปึนผู้แทนราษฎร ส่วนมากผู้แทนราษฎรก็ไปหาสิ่งที่เปึนประโยชน์สําหรับทั่วไป มาให้กับพี่น้องประชาชนเขาใช้กันนะครับ เอื้ออํานวยความสะดวกให้กับเขา แต่นี่จะมา ออกเอง ทําเอง จับเอง จับติดคุกเอง อย่างนี้เอง อย่างนี้มันอย่างไรชอบกลนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่คิดเปึนอื่นก็ได้ แต่ถ้าคิดเปึนอื่นมันก็ไม่ดี ไม่ดีครับ ผมไม่เห็นด้วยเลย ไม่เห็นด้วยจริง ๆ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองคิดดูนะครับ มีความผิดเกิดขึ้น เราจะต้องไปหาเอาความผิดนั้นให้ได้ ความผิดนั้นจําเปึนต้องให้คนนั้นพูด แล้วคนนั้น จะพูดความจริงต่อเมื่อเขาได้รับการดูแล เขาก็ได้รับความคุ้มครอง คุ้มครองให้เขาไม่มีความผิด อย่างนี้สิครับมันก็ไปได้สวยทุกรูปแบบ แล้วก็ดีด้วยได้ประโยชน์ด้วย แล้วถึงจะบอกว่า นี่คือความยุติธรรม นี่คือสิ่งที่ผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการให้ความยุติธรรมบนเวทีนี้ บนเวทีแห่งสภาผู้แทนราษฎรนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมก็เห็นด้วยอย่างนี้ แต่ผมก็อยากฟัง ผมอยากฟังเพราะว่าเท่าที่ฟังมาครั้งที่แล้วตอนโน้นก็ถอนไป ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็ไม่รู้จะพูด อะไรเหมือนกัน ท่าทาง พูดให้มันชัด ๆ แล้วพูดให้มันรู้เรื่อง บางทีก็พูดไม่รู้เรื่อง แล้วฟังไม่รู้ เรื่องก็เลยไม่รู้เรื่องก็เลยออกมาเปึนแบบนี้ นี่ออกมาเปึนแบบนี้ รู้เรื่องตรงไหนมีใครรู้เรื่องบ้าง ทําอะไรให้คนรู้เรื่องบ้างไหม อย่างนี้เปึนต้น ขอบคุณครับ ท่านประธาน