วิลาศ จันทร์พิทักษ์ หารือเกี่ยวกับการใช้สิทธิของกรรมาธิการในการตอบคำถามในสภา และเรียกร้องการความชัดเจนในการปฏิบัติงานของตนเอง รวมถึงการแก้ไขกฎหมายและระเบียบเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน
ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอขึ้นมาเก็บตกในประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกบางท่านพูดไป ความจริงแล้วผมจะใช้สิทธิไม่ตอบก็คงไม่มีปัญหานะครับ เพราะในชั้นนี้เปึนการอภิปรายในวาระที่สอง เพราะฉะนั้นถ้าไปถามในที่นอกเกี่ยวกับ ที่กรรมาธิการแก้ไขจริง ๆ ผมก็มีสิทธิที่จะไม่ตอบ แต่ก็เพื่อวาระนี้เปึนวาระปรองดอง ก็จะใช้สิทธิตอบทั้งหมดแล้วก็เปึนรายการเก็บตก
ในประเด็นที่ ๑ คือกรณีของท่านอาจารย์เจริญท่านบอกว่ากรรมาธิการ บางท่านเรียกมาแล้วก็มาข่มขู่ มาด่า ผมเรียนไม่ว่าจะมีพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่มี ฉบับนี้ ถ้าคนมันจะข่มขู่มันก็ข่มขู่ครับ อ้ายนั่นเปึนนิสัยถาวรของแต่ละบุคคลไม่ได้ เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้
ในประเด็นที่ ๒ คือประเด็นของท่านเจะอามิงท่านบอกว่ากลัวว่า ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปแล้วไปบังคับว่าต้องมาแล้วก็จะมีกรรมาธิการแต่ละคณะ ไปเรียกกันแล้วเรียกกันอีก ผมเข้าใจว่าท่านอาจจะลืมไปนะครับว่ามีระเบียบของ สภาผู้แทนราษฎรเขาบอกไว้เลยว่า ในเรื่องเดียวกันถ้าคณะกรรมาธิการอีกคณะหนึ่ง เรียกแล้วจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร เผอิญแต่ว่าวันนี้เนื่องจากไม่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ เราอาจจะไม่ได้ใช้ระเบียบนั้นโดยเคร่งครัด ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับ วันนี้จริง ๆ แล้ว ก็ปฏิบัติส่วนหนึ่งไปแล้ว ถ้าท่านที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการจะรู้นะครับว่าทุกวันศุกร์ ก่อนบ่ายสองโมงคณะกรรมาธิการทุกคณะต้องส่งระเบียบวาระการประชุมอาทิตย์ต่อไป ส่งที่สํานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วสํานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะไป พิจารณาว่าอะไรมันซ้ํากับอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าวันนี้กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ได้ออกมา โดยเคร่งครัดก็อาจจะผ่อนปรนกันบ้าง
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่บอกว่าเรียกหลายครั้ง บางทีเรียกหลายครั้ง ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกแล้วนะครับ ไม่ได้แปลว่าเรียกแล้วก็ไปออกคําสั่งถ้าไม่มาก็จะไป ฟัองกัน มันไม่ใช่หรอกครับ เขาก็ใช้สิทธิที่จะชี้แจงว่า ผมชี้แจงไปแล้วอะไรก็ชี้แจงมา แล้วไม่ใช่ว่ากรรมาธิการก็บ้าเลือดขนาดที่ว่าพอเขาไม่มาก็ไปออกคําสั่งแล้วก็ ไปฟัองอัยการ เผลอ ๆ ฟัองไปฟัองมามันจะโดนตีกลับเอา ไม่ได้ทําง่ายกันอย่างที่คิดกัน ขนาดนั้นหรอกครับ แล้วผมเรียนนะครับ วันนี้คนที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการ ถ้าสมมุติว่าส่งให้อัยการแล้วอัยการไม่ฟัอง แล้วตัวเองจะไปเปึนคนฟัองเองหรือมอบให้ คนอื่นฟัอง ผมว่ามันไม่ได้ทําง่ายขนาดที่คิดกันหรอก คนที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการ อยู่ดี ๆ ต้องไปขึ้นศาลแล้ววันดีคืนดีสภาเกิดยุบคนนั้นก็ยังต้องไปขึ้นศาลอยู่นั่น มันสนุกตรงไหนประธานคณะกรรมาธิการที่ไปคิดจะทําอย่างนั้นส่งให้อัยการ อัยการ เขาไม่ทํามันก็จบแค่นั้น อย่าไปมองว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนอาวุธที่จะประหัตประหารคน
ในประเด็นสุดท้ายคือกรณีท่านอภิชาตบอกว่าถ้าเชิญก่อนก็จะได้ของดี ๆ ก็ทุกวันนี้เชิญแล้วไม่มาเลย เลยไม่ได้ของดี ผมต้องเรียนนะครับ มีกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ การบินไทยท่านหนึ่งในอดีตเคยเชิญท่านมาชี้แจง ท่านมอบทีละลําดับ ๘ ครั้ง จากเชิญ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ คนที่ส่งมาชี้แจงท่านรู้ไหมครับใคร คนขายตั๋วเครื่องบิน อย่างนี้ก็ทําได้ แล้วผมถามถ้ามันไม่มีกฎหมายฉบับนี้มันก็มอบกันอย่างนี้แล้วทําอย่างไร ก็เชิญกันดี ๆ แล้วมอบบ้าเลือด ๘ ชั้น ใครเขาทํากันครับ แต่ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ไม่กล้า แต่ถ้าเขาติดธุระเขาก็ชี้แจงมาได้ แล้วมาตรา ๖ เขาเขียนไว้แล้วว่าให้เชิญก่อน ไม่ใช่ไปถึง ออกคําสั่งเรียก มันไม่ใช่ ต้องอ่านให้ครบก่อนครับ
ส่วนประเด็นที่สําคัญที่สุดที่อภิปรายกันมาก ก็คือกรณีที่ไปตัดวรรคท้าย ของมาตรา ๕ ออก อย่างที่ท่านนิพนธ์ได้กรุณาชี้แจงไปแล้วนะครับ ผมก็เสริมไป อีกนิดหนึ่งว่าที่ท่านวิตกกังวลว่าทําไมไม่เขียนลงไป ท่านกรุณาไปอ่านมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง ก็กลัวมันจะหลุดเหมือนกันก็เลยไปเขียนมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง เพิ่มขึ้นมาว่าเขามีเอกสิทธิ์ ทํานองว่าเขามีเอกสิทธิ์อยู่แล้วนะครับ เขียนเพื่อคุ้มครองไปอีกให้มันแน่นขึ้น ผมมีเรื่องที่จะ ชี้แจงเพิ่มเติมเพียงเท่านี้นะครับ
ผมขออีกนิดนะครับ กรณีที่คณะกรรมาธิการแต่ละคณะไปเรียกซ้ําซ้อนกัน มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. ๒๕๕๒ เขียนไว้เรียบร้อย ถ้ากรรมาธิการท่านใดสนใจ เดี๋ยวผมจะถ่ายเอกสารลงไปให้นะครับ ขอบคุณครับ