คมเดช ไชยศิวามงคล หารือถึงประโยชน์ของร่างพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบอำนาจพิเศษที่แทรกซ้อนในระบบประชาธิปไตย และเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้อำนาจนิติบัญญัติสามารถเรียกตัวรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐมาชี้แจงได้จริง โดยยกตัวอย่างปัญหาการขาดการตรวจสอบในหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงกลาโหม กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงโทษทางกฎหมายหากไม่ปฏิบัติตาม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากข้อมูลร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ผมถือว่ามีคุณค่ามากในการบริหารประเทศ เพราะว่าอํานาจหลัก ๆ ไม่ว่าตุลาการ บริหาร และนิติบัญญัติที่มีโครงสร้างอยู่ จากกฎหมาย ป้ ๒๕๔๐ มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมา มันมีอํานาจที่ ๔ อํานาจที่ ๕ อํานาจที่ ๖ ตามมาแล้วปัญหาใหญ่ของประเทศตัวหนึ่งก็คืออํานาจต่าง ๆ ที่แทรกเข้ามาเปึนอํานาจที่ ๔ อํานาจที่ ๕ อํานาจที่ ๖ ต่าง ๆ ไม่ว่าอํานาจในระบบเผด็จการ อํานาจในระบบของ สื่อมวลชน อํานาจของระบบทหารต่าง ๆ ทําให้ขาดการตรวจสอบ แล้วก็มาแทรกแซง ทําให้ระบอบประชาธิปไตยมันถอยหลังไป เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่ามันจะเปึน แนวทางหนึ่งที่ใครจะปฏิวัติรัฐประหารต้องคิด เพราะว่าการตรวจสอบจากกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ท่านสมาชิกที่พูดเมื่อสักครู่นี้ก็ชี้ประเด็นว่าจริง ๆ แล้วคณะกรรมาธิการประชุม ไม่ค่อยครบเท่าไร แต่จุดหนึ่งที่มันไม่ค่อยครบก็เพราะว่าไม่เคยมีตัวจริงมาเลย รัฐมนตรี ไม่เคยมาตอบ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการการสื่อสารและโทรคมนาคม ช่วงที่มีปัญหา การชุมนุมต่าง ๆ เราเรียก ศอฉ. ไม่เคยมีใครมาครับ ในโครงสร้างของความมั่นคง ตํารวจ ทหาร ไม่เคยมีใครมาเลย เพราะฉะนั้นถ้าอํานาจนิติบัญญัติเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ เรียกต้องมา มีเหตุ มีผลอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าจะทําให้การทํางานในระบบการบริหาร ประเทศดีขึ้น สภาจะไม่รกร้าง จะไม่พูดอย่างสะเปะสะปะ จะมีการตรวจสอบใน คณะกรรมาธิการทั้งหมด การเรียกมาตัวจริงต้องมา มีเหตุมีผล ส่งข้อมูลมา ในมาตรา ๕ ในเมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับแล้วก็มีโทษว่ามีคําสั่งเรียกจะต้องมา แล้วไม่มีเหตุผลต้องมา ถ้าเราไม่ให้เอกสิทธิ์ในมาตรา ๑๓๐ กฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ท่านตัดออก ตรงนี้มาแล้วจะไม่ได้ประโยชน์ ที่เราเรียกเขามาเพราะต้องการข้อเท็จจริง ถ้ามาแล้วมาเฉย ๆ แล้วก็ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริง มาเพื่อที่จะสวมหมวกกันน็อกหรือว่ามาเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหา ด้านกฎหมาย ในข้อมูลมาตราช่วงท้าย ๆ ที่ว่ามีการปรับหรือการลงโทษ การจําคุกต่าง ๆ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นมาตรา ๕ ผมคิดว่ามีความสําคัญมากต้องให้ เอกสิทธิ์คนที่มาเขาจะได้ให้ข้อเท็จจริงเรา การบริหารงาน ท่านประธานครับ ท่านเคยไป เมืองนอก ประเทศญี่ปุ์นก็เปึนมหาอํานาจส่วนหนึ่งที่มีค่านิยมสูงในระดับโลก ถ้าเราแก้ไขปัญหาในระดับต่าง ๆ จากกรรมาธิการ งานจะอยู่กับการเตรียมงาน ถ้าเรา เตรียมงานเราแก้ไขปัญหาได้ดีในสภาตัวกฎหมายมันจะเดินไปได้สะดวก มันจะไม่เกิด ข้อขัดแย้งกัน มันจะมีข้อสรุปต่าง ๆ ที่ผมอ้างอิงว่าอํานาจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหลายอํานาจด้วยกัน จะถูกตรวจสอบทั้งหมดเลย เราก็เห็นอยู่ว่าการตั้งงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ไม่เคยมีใครกล้าเข้าไปตรวจสอบเลย สตง. สื่อมวลชนเขียนเก่ง พูดเก่ง ด่าคนอื่นเก่ง แต่ไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบตรงนี้ ป.ป.ช. มีอํานาจไม่เคยมีใครกล้าตรวจสอบ กกต. เปึนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีใครกล้าตรวจสอบท่านประธานครับ มันเปึนอํานาจที่ไม่ได้ถ่วงดุลเลยพวกนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมว่าจะมีค่าที่สุด ในการบริหารงานของประเทศจะเปึนการถ่วงดุล ถ่วงดุลอํานาจที่ดีที่สุดเพราะว่า ในสภาผู้แทนราษฎรฮั้วกันลําบาก เพราะว่ามันมีฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลมีพรรคร่วมรัฐบาล มีเกมการเมืองอยู่ในเนื้อหาสาระของมัน แล้วก็มีสภาสูงที่จะต้องเข้าไปถ่วงดุลอีกจุดหนึ่ง การเลือกตั้งสภาสูงส่วนหนึ่ง การเลือกตั้ง การแต่งตั้งส่วนหนึ่ง มันจะค้ํากันทั้งระบบครับท่านประธาน แล้วตรงนี้ผมมั่นใจว่าอํานาจที่ ๔ อํานาจที่ ๕ อํานาจที่ ๖ อํานาจที่ ๗ อํานาจที่ ๘ หรืออํานาจต่าง ๆ ที่มันเกินเลยจากนี่มันจะฮั้วกัน ลําบาก เราเคยอยู่วงการรับเหมาถ้าฮั้วกันแล้วท่านจะเห็นว่าจบเลย การทุจริตคอร์รัปชัน จากภาคการเมืองไปภาคข้าราชการ แล้วก็ไปภาคธุรกิจ ไปภาคพ่อค้า กลุ่มนายทุน เขาฮั้วกันจบเลยครับ เพราะฉะนั้นอํานาจต่าง ๆ ถ้าฮั้วกันประเทศล่มสลายทันที ตาชั่งถ้าเอียง นี่จบเลยท่านครับ เราก็จะเห็นช่วงใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา มีการฮั้ว อํานาจกันทั้งระบบเลย พอฮั้วกันเสร็จบ้านเมืองก็ล่มสลาย ล่มจม เกิด ๒ มาตรฐานขึ้น หรือไม่มีมาตรฐานเกิดขึ้นในประเทศไทย คนก็ไม่อยากสร้างคุณงามความดี ก็เติมอีก นิดหนึ่งท่านประธานครับ จริง ๆ ก็หมดเวลาแล้วอยากเติมนิดหนึ่งว่าแม้แต่การประชุม เกี่ยวกับงบประมาณต่าง ๆ คณะกรรมาธิการเรียกปลัดกระทรวงไม่เคยมาเลย อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยชัดเจน ผมไม่มาจะทําอะไรมันไม่มีโทษนี่ครับ แม้แต่จะตัด งบประมาณเข้าไป คณะอนุกรรมาธิการเข้าไป ส่วนกลาง ส่วนใหญ่ ก็กลับคืนเข้าไปอีก มันไม่มีโทษที่จะไปลงโทษเขา ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะฉะนั้นงบประมาณภาษีของ ชาวบ้าน แล้วการตรวจสอบแนวทางหนึ่งในระบบของรัฐสภา ตรงนี้จะมีคุณค่าที่สุดครับ ควรจะให้เอกสิทธิ์ผู้ที่เขาเข้ามาตอบข้อซักถามต่าง ๆ ท่านประธานครับ