สงวน พงษมณี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๓

สงวน พงษมณี ระบุว่ากฎหมายฉบับนี้ขาดความชัดเจนเรื่องเขตอำนาจของคณะอนุกรรมาธิการซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบซ้ำซ้อนและเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 5 เพื่อคุ้มครองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นในสภาโดยไม่ให้กระทบต่อหลักนิติธรรม

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน จริง ๆ แล้วผมคิดว่าเปึนครั้งแรกที่เรากําลังมาพูดถึงอํานาจ หน้าที่ของเราเองในการทําหน้าที่ต่อแผ่นดิน ผมอยากให้ทุกท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ถ้ามีรัฐธรรมนูญอยู่ใกล้ ๆ ท่านเป่ดตั้งแต่มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ ท่านจะเห็นว่าบททั่วไป อยู่ตรงนั้น มาตรา ๓ สําคัญที่สุด แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เอาวิธีการทํางานตามหลัก นิติธรรมไปเขียนเสริมในมาตรา ๓ ด้วย คนร่างรัฐธรรมนูญกําลังจะบอกอะไรบางอย่าง กับพวกเรา แล้วก็มีการพูดถึงเรื่องจะให้อํานาจฝ์ายนิติบัญญัติในการเข้าไปทําหน้าที่ ตรวจสอบอย่างเข้มข้นผ่านกรรมาธิการ เรื่องนี้ในสมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมคิดว่า ประธานคณะกรรมาธิการท่านคงอยู่ร่วมด้วยตอนนั้น เราก็พูดถึงเรื่องว่าไม่อยากให้เรา มีอํานาจเปึนเจ้าพนักงาน เราพูดกันอยู่นะครับ เพราะว่าพอเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จบ ก็พูดเรื่องนี้อีก เขาเห็นว่าที่โรงงานตุ๊กตาไฟไหม้ท่านประธานคงจําได้ ท่านเชื่อไหมครับ คนที่เกี่ยวข้องร้องไห้ วันหนึ่งมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการทั้งสองสภา จนไม่ต้องทําอะไรเลย เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนสาระสําคัญอีกเรื่องหนึ่งไว้ เรื่องไหนครับ เรื่องเขตอํานาจของกรรมาธิการเปึนอย่างไร อันตรายมันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าจะเติมตรงไหนไว้ได้ไหมว่าเขตอํานาจของกรรมาธิการของเรา เปึนอย่างไร วันนี้กรณีประเทศซาอุดีอาระเบียท่านก็เห็นแล้วว่าเกือบทุกคณะจะเรียก ไปพูดไปคุย สิ่งเหล่านี้ถ้าเรามีอํานาจมากขึ้นแล้วเขาต้องมาแบกรับปัญหาซึ่งเกิดจากเรานี่ไหวไหมครับ ท่านประธาน นี่เปึนสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดในสภาแห่งนี้เพื่อบอกกับคนรุ่นหลังว่า คนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสภาในยุคนี้คิดว่ามันมีความจําเปึนต้องมีกฎหมายอย่างนี้ แต่เปึนห่วง เรื่องอะไรบ้าง ผมเปึนห่วงเรื่องเขตอํานาจของแต่ละคณะกรรมาธิการ ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ท่านประธานครับ มาตรา ๓ เขียนไว้ชัดเจนครับ แต่พอมาตราที่ให้อํานาจก็เขียนไว้ว่า เราไม่มีสิทธิ เสมือนกับคําว่าไม่มีสิทธิเกี่ยวข้องกับศาลซึ่งไม่ยึดโยงกับประชาชนเลย แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ให้เกี่ยวข้องกันเรื่องทําหน้าที่ ศาลท่านก็เรียกเราในสมัยประชุมไม่ได้ นี่คือเราทําหน้าที่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ละเอียดอ่อนที่ต้อง พูดกัน ที่ต้องเข้าใจกัน ผมเห็นว่ามันจะมีโอกาสไหนที่เราจะต้องดูทั้งฉบับให้มันเห็นพลวัต ของกฎหมาย ยิ่งไปตัดมาตรา ๕ ในส่วนสุดท้าย ไม่คุ้มครองคนพูด คนให้ข้อมูล ผมถามว่าไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะครับท่าน ยิ่งมีคนพูดว่ามันไม่ยากอะไรเลยแค่มาที่นี่ มาแล้วก็ไม่ต้องผิด ถ้าผมมาเซ็นแล้วผมไม่พูดก็ได้ใช่ไหมครับ เพราะผมพูดแล้ว ผมจะถูกรังแก เพราะคําว่าหมิ่นประมาทหมายความว่าอย่างไรครับ ผมเข้าใจ แต่ความเข้าใจของผมหรือข้อเท็จจริงที่ผมรู้ที่ผมรายงานมันไปกระทบกระเทือนละเมิด สิทธิเขาก็หมิ่นประมาทแล้ว แต่เมื่อคุณอยู่ในที่ประชุมด้วยกันถือว่าไม่หมิ่นประมาท เพราะโต้เถียงกันไปโต้เถียงกันมาได้ ใช่ไหมครับท่านประธาน เราถึงได้คุ้มครองกัน อย่างนี้ครับท่านประธาน แต่ตรงนี้คุณตัดออกไปเสียแล้วมีหลักประกันอะไรครับ มีหลักประกันอะไรผมก็ไม่พูด ที่คุณถามผมมาถามเก่งจะตายครับ นักทนายความทั้งหลาย ถามจนผมรับสารภาพอย่างไรครับ พอผมตอบปุ็บผมถูกฟัองเลย และเหตุผลที่ตัด นี่คืออะไร ก็คือว่าถ้าละเมิดบุคคลที่ ๓ ก็ฟัองได้ใช่ไหมครับ ก็ในคณะกรรมาธิการ ของเรา ทีนี้ผมพูดและผมโยงกลับไปนิดหนึ่งในคํานิยาม ตกใจเลยท่านประธานครับ คํานิยามไม่ได้พูดถึงคณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการเลยนะครับ ไม่มีครับ ท่านประธานว่าจะต้องทําอย่างไรไม่ได้ ท่านจําได้ไหมครับ มีกรรมาธิการสมัยที่แล้ว ผมบอกชื่อก็ได้ครับของวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการปกครอง มีคณะอนุกรรมาธิการ หลายสิบคณะท่านประธานก็คงรู้ หลายสิบคณะครับ แล้วช่วงนั้นใช้อํานาจเรียกเข้ามานี่ ท่านครับ ผมว่าตรงนี้สมมุติว่าไม่ได้ก็ต้องบอกในสภาว่าคณะอนุกรรมาธิการไม่มีสิทธิ ใช้อํานาจของคณะกรรมาธิการ ต้องบอกด้วย ต้องใส่เข้าไปด้วย ไม่อย่างนั้นก็เรียกมา ผมไปดูคราวที่แล้วนะครับ คณะกรรมาธิการบางคณะมีคณะอนุกรรมาธิการเปึน ๑๐ คณะ ๒๐ คณะ มีคณะอนุกรรมาธิการเปึนพรวนเลยครับ และคณะอนุกรรมาธิการ ก็ใช้อํานาจไปตรวจสอบ ยกคณะไปตรวจสอบ บางทีไปตรวจสอบชนกันเองด้วยซ้ําไป คณะอนุกรรมาธิการการปกครองครับ ชนกันเองมา ๒ คณะ มาจากคณะกรรมาธิการ คณะเดียวกัน ทั้งหมดที่ผมพูดนี่ผมพูดถึงว่ากฎหมายฉบับนี้พูดในมาตรา ๕ เพราะว่า มันเปึนมาตราหลัก ผมสรุปสั้น ๆ ว่าเห็นควรมีไหม เห็นควรมี แต่มีอย่างนี้ไม่ใช่จะถูก ข้อครหานะครับ มีอย่างนี้จะเกิดโกลาหลครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่า มันสร้างขึ้นมาโดยความปรารถนาที่เปึนอุดมคติและมันนําไปแทนที่ความเปึนจริง ทางสังคมครับ ความเปึนจริงในขณะนี้เรายังไม่มีหลัก ไม่มีเขตอํานาจ ไม่มีหลักจริง ๆ ไม่มีเขตอํานาจ ใครจะเรียกอะไรได้หมดเลยขอให้มีคนร้องเท่านั้นเอง และผมจะไปร้อง จากไหนเพราะผมถูกหมายเรียกผมก็ต้องไป ไปเสร็จอีกคณะหนึ่งมาแล้ว ผมจะมี หลักประกันอะไร ๑ เดือนหลังจากโรงงานถูกเผา ผู้บริหาร ๓ เดือนหลังจากนั้น ไม่เปึนอันทํางานครับท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานครับ