ชาญชัย อิสระเสนารักษ หารือร่างกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจคณะกรรมาธิการในการออกคำสั่งเรียกเอกสารและบุคคล เพื่อควบคุมฝ่ายบริหาร และเสนอให้จัดทำประมวลจริยธรรมเพื่อป้องกันมิให้สมาชิกสภาฯ เเลยเถิดไป
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ให้ข้อสังเกตตามมาตรา ๕ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ยกร่างว่าด้วยเรื่องของคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการ ผมเท้าความนิดหนึ่ง กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้คิดว่าเราจะออกเอง ก็ออกได้ ถ้ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ไม่เขียนไว้ ถ้าเราไปออกเอง ผมเข้าใจว่าคงจะไม่มี ใครให้ผ่าน แล้วก็คงจะเปึนปัญหาหนักมากกับสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายใด ๆ เราออก จากนี้ไปเพื่อให้ผู้อื่นปฏิบัติมากมาย หน่วยงานตรวจสอบไม่ว่าหน่วยงานตรวจสอบจาก สตง. ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบของ ป.ป.ท. ขององค์กรอิสระ ล้วนแล้วแต่ผ่าน สภาผู้แทนราษฎร กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้ยกขึ้นมาโดยพลการ มาตรา ๑๓๕ รัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับมีบทบัญญัติเอาไว้ให้พวกเราได้ทํางาน และมีเขียนอยู่ในมาตรา ๑๓๕ เท่านั้นเอง ว่าพวกเราจะทํางานได้อย่างไร มาตราอื่นผมไม่เห็นมีเขียนไว้ให้พวกเราได้ทํางานได้ อันนี้อันที่ ๑ นะครับ เพียงแต่ว่ามาตรา ๑๓๕ ระบุไว้ว่า คณะกรรมาธิการมีหน้าที่เลือกตั้ง กันมาอย่างไร แล้ววรรคสองก็บอกว่า คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งมีอํานาจออกคําสั่ง เรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น ในกิจการที่จะทําในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนและศึกษาอยู่นั้นได้ และให้ออกคําสั่งเรียก ดังกล่าวมีผลตามที่กฎหมายบัญญัติ เพราะฉะนั้นความเปึนมาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็คือเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ประเด็นมันเกิดอย่างนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้กราบเรียนท่านประธานไป เราได้ทําหน้าที่ในฝ์ายนิติบัญญัติตรงไปตรงมาไม่มี ส่วนได้ส่วนเสียกับใคร เราอยู่ในฝ์ายนิติบัญญัติคือควบคุมฝ์ายบริหาร เราต้องการจะดูแล ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเรื่องงบประมาณกับการใช้อํานาจหน้าที่ของรัฐ ๒ เรื่องนี้ มันมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเมืองและสังคมของประเทศนี้ ๓๕ คณะ ถ้าจะ ควบคุมทุกกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งองค์กรอิสระ แต่องค์กรอิสระนี้รับสิทธิพิเศษของ รัฐธรรมนูญอีกว่าเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากปวงชนชาวไทยก็ไม่มีสิทธิ ไปเรียกเขามา เรียกได้เฉพาะหน่วย หัวหน้าหน่วยปฏิบัติงาน ซึ่งก็ยังไม่ค่อยได้รับ ความร่วมมือ ต้องเรียนได้ว่าจะเชิญ ป.ป.ช. มาชี้แจง ก็จะตอบบ่ายเบี่ยง แล้วจะส่งเอกสาร มาก็ไม่ชี้แจง ผมเองอยู่ในคณะกรรมาธิการที่ตรวจสอบเรื่องการทุจริตคือคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่คณะกรรมาธิการมาหลายคณะ เราเจอปัญหาอุปสรรคมากมายทั้งหลายทั้งปวง ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ คําถามที่ถามมาพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน สื่อมวลชนที่ฟังอยู่มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ต้องขอเรียงลําดับสั้น ๆ อย่างนี้ว่าเมื่อรัฐธรรมนูญให้เราทําหน้าที่อย่างนี้แล้ว แล้วให้เราออกกฎหมายบัญญัติ เราต้องออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะควบคุมพวกเราเองในการทํางานด้วย เปึนกติกา สมมุติว่าต่อไปนี้กรรมาธิการจะทํางานต่อไปนี้ต้องปฏิบัติ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไว้ว่าอย่างไร และเราก็คิดกันต่อไปอีกด้วยว่าแล้วถ้าเกิดมีกรรมาธิการนี้หมายถึง ส.ส. หมายถึงคนที่ เราได้แต่งตั้งจากสภานี้ไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญในบทบัญญัติที่เราไปออกไว้คือ ประมวลจริยธรรม นั่นคือบทลงโทษคนที่จะไปทํานอกจากที่ระบุเอาไว้ในกฎหมายฉบับนี้ แล้วมีผลบังคับใช้ในการลงโทษด้วย เพราะฉะนั้นในบทจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๓ เขียนไว้ว่า กรรมาธิการหมายถึงกรรมาธิการสามัญและกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้น และหมายความถึงบุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมาธิการ แต่งตั้งขึ้นด้วย หมายถึงคณะกรรมาธิการนั้นก็คือเลขานุการก็ดี ผู้เชี่ยวชาญก็ดี ที่ปรึกษาก็ดี รวมเบ็ดเสร็จอยู่ในนี้หมดนะครับ ที่เราปัองกันและร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาเปึนบทบัญญัติ เอาไว้ควบคุมไม่ให้พวกเราเองเลยเถิดไป ผมเคยสมมุติหลายครั้งถ้าผมเปึนผู้รับเหมา ผมไปของานอธิบดีไม่ได้ ให้อธิบดีฮั้วงาน ให้ผมไม่ได้ ผมหาเรื่องเรียกอธิบดีมาทุกอาทิตย์เลย อธิบดีเปึนคนดี ๆ ทําไปทํามาอธิบดีเลยต้องกลายเปึนโจรเลย ไปบอก ผอ. ช่วยไปจัดการ ให้ทีเถอะรําคาญมันเต็มทีแล้ว ช่วยไปจัดการเรื่องนี้ให้มันได้งานสักที อย่างนี้เราก็คิดครับ แต่ถามว่าถ้าเกิดเราเจออย่างนี้ขึ้นมาแล้วพบอย่างนี้ทําอย่างไร ส.ส. คนนั้นหลุดจาก ตําแหน่งได้เลยครับ จากประมวลจริยธรรมที่เรายกร่างขึ้นมาบังคับพวกเราเองด้วยกัน คําถามคือที่ท่านสมาชิกถามว่าถ้าเราไปเจอ ส.ส. ที่ไม่อยู่ในร่องในรอยจะทําอย่างไร ก็มีกฎหมายฉบับนี้จะเล่นงานไล่ออกและปลดออกได้ด้วย และกฎหมายอื่น ๆ คดีอาญา ยังตามมาอีกหลายเรื่อง กฎประมวลกฎหมายอาญาจะเขียนเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้แก้ กฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๐ กว่า อันนั้นลงโทษเราถึงขนาดขั้นจําคุก หลายเรื่องนะครับ เราเองอยู่ในฐานะที่ทําอะไรไม่ได้ วันนี้จะเดินไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไปสั่งงานบอก พี่น้องประชาชนเดือดร้อนช่วยกรุณาจัดการแก้ปัญหาให้ที เราโดนข้อหา มาตรา ๒๖๖ พวกก็มาถอดถอนเราทันที วันนี้จะพูดกันเรื่องพี่น้องประชาชนเดือดร้อนต้องมาขอหารือ ท่านประธานสภาให้ทําหนังสือไปถึงหน่วยราชการ ทั้งหลายทั้งปวงเราแทบจะถูกมัดมือชก ในฐานะตําแหน่งผู้แทนราษฎร วันนี้มีมาตราเดียวคือมาตรา ๑๓๕ ที่ให้เราทํางาน วันนี้ เราเชิญรัฐมนตรีไม่เคยมา เชิญอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ๑๐ กว่าครั้งไม่เคยมาชี้แจง จนกระทั่งศาลฎีกาตัดสิน จนกระทั่งเรื่องไปกองอยู่ที่ ป.ป.ช. ๕ ป้แล้วครับ แล้วจนกระทั่ง มาก่อเรื่องกันใหม่อีก มีอีก จนพวกเรายังคิดว่าจะทําอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น กับบ้านเมือง จะออกกฎหมายฉบับใหม่ไหมว่าข้าราชการคนไหนเคยมีเรื่องถูกตรวจสอบ และถูกตั้งกรรมการสอบสวนแล้วมีความผิด ทั้งโทษทางทุจริตและวินัย แม้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ให้คําตัดสินหรือวินิจฉัย ห้ามบุคคลคนนั้นมารับตําแหน่งหลังจากเกษียณงานไปแล้ว ท่านไม่ทราบว่ามันมีเรื่องการทุจริตเกิดขึ้นหลังจากบุคคลเหล่านี้พ้นเกษียณอายุแล้วมาเสนอ ผลประโยชน์ให้กับนักการเมืองเปึนพันล้านบาท แต่ท่านตั้งผมเปึนประธานบอร์ดสิครับ ผมจะทําให้ และหลังจากนั้นขึ้นมาก็ตั้งคนของผมเปึนปลัดกระทรวงสิครับ มันจะได้ ทํางานง่าย ตั้งคนของผมเปึนอธิบดีสิครับ มันจะได้หาเงินได้ พอเราจะเรียกเอกสารมา พวกบอกว่าอย่าไปสนใจมัน มันไม่มีน้ํายาอะไรหรอก ท่านประธานต้องเคยได้ยินคํา เหล่านี้ และเราเองก็อยู่ในความกล้ํากลืนว่าเราไม่ได้ใช้มิจฉาทิฐิคือความคิดเราเปึนใหญ่ ในการที่จะทํางาน เพียงแต่ใช้ความอดทนว่าเราอยู่ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรต้องการ หาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองแต่ละเรื่องถึงทําให้เกิดความปัืนป์วนทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ สุดท้ายหนีไม่พ้นครับเรื่องทํา ๒ อย่างทุจริตและใช้อํานาจหน้าที่ ในทางไม่ชอบ แต่เวลาเรียกคนที่ผิดไม่ยอมมา คนดีมาหมดครับ ผมยืนยันว่าข้าราชการ ร้อยละ ๘๐ ยืนยันว่ามาสภาและกฎหมายฉบับนี้แทบจะไม่มีความหมายกับเขาเลย เพราะเขาเรียกเอาเอกสารมาชี้แจงและใช้เวลาทั้งหมด เราให้เวลาเขาชี้แจงกี่ชั่วโมงก็ได้ เขาชี้แจงไปเสร็จเรียบร้อยเราฟังเรื่องทีเดียวเราก็รู้ว่าเขาไม่ได้ผิดครับ เมื่อเขาไม่ผิด เราก็ให้ความชอบไปว่าสิ่งที่เขาทํา เราให้ข้อสังเกตเขาไปว่าท่านทําถูกแล้วแต่ข้อสังเกต ของเราก็คือให้ระมัดระวังหน่อย ผลประโยชน์ก็ตกกับพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียน ในกรรมาธิการไม่มี ส.ส. ฝ์ายใด ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล มีทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่มีใครยอมใคร หรอกครับที่จะไปกลั่นแกล้งใครง่าย ๆ ผมจะไปรังแกข้าราชการอีกคนหนึ่ง ข้าราชการ ในนั้นก็จะมีพวกเปึนฝ์ายค้าน ผมเปึนฝ์ายรัฐบาลก็จะมีพวกฝ์ายค้าน ผมเปึนฝ์ายค้าน ก็จะมีพวกฝ์ายรัฐบาล มันคานอํานาจกันอยู่ในองค์กรอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าทําอย่างไร ให้งานของสภาผู้แทนราษฎรนั้นราบรื่นแล้วตรวจสอบการทุจริตและใช้อํานาจหน้าที่ ในทางไม่ชอบนั้นได้หยุดยั้งความชั่วร้าย สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ฉะนั้น ย้อนกลับมาถ้าเกิดประเทศไทยนี้ยังอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถจะแก้ปัญหาของสิ่งเหล่านี้ได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถจะใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรทําได้เลย ผมถือว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ มีครับผลกระทบกับพวกเราหลายเรื่อง ผมไม่เห็นด้วยทั้งฉบับ ผมกราบเรียนท่านตรงไปตรงมานะครับ เราเองไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา เราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติและไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เจ้าพนักงานของรัฐ ถ้ากระโดด เข้าไปถึงขั้นตัดสินลงโทษหรือดําเนินคดีก็ได้ ชี้มูลความผิดได้ แต่ต้องให้คนอื่นเขาตัดสิน ถ้าเรากระโดดเข้าไปเปึนเจ้าพนักงานของรัฐเมื่อไรเราจะยุ่งทันที เพราะฉะนั้นหมายถึงว่า ตัวเราเองกําลังทําหน้าที่เปึนเจ้าพนักงานคือลดชั้นจากผู้แทนราษฎรลงไปเปึน เจ้าพนักงานตํารวจเลยทันที ก็น่าจะระมัดระวังด้วยอยู่ในมาตราอื่น ผมเพียงแต่สนับสนุนว่า มาตรา ๕ นั้นเกิดมาจากรัฐธรรมนูญ เรามีบทบัญญัติของจริยธรรม เรามีบทบัญญัติ ของกฎข้อบังคับว่าด้วยเรื่องการประชุมสภา เรามีบทบัญญัติอื่น ๆ ที่ควบคุมพวกเราอยู่ เรามีกฎหมายอาญาที่ต้องโดนควบคุมอยู่และมีกฎหมายอื่นใดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปทําเลยเถิด เกินจากที่พวกเราพูดกันว่าน่ากลัวนั้นยอมรับว่าในอดีตมีจริง ในอนาคตจะมี หรือไม่นั้นกฎหมายพวกนี้จะควบคุมอยู่และพวกเราจะโดนควบคุมพวกเราเองด้วยกันครับ เพราะฉะนั้นผมถึงขอสนับสนุนในหลักการ แต่บางมาตราผมจะขอแสดงความเห็น ในการที่จะไม่เห็นด้วย ขอขอบคุณครับ