อรรถวิชช สุวรรณภักดี อภิปรายคัดค้านการแก้ไขมาตรา ๕ ที่ให้อำนาจเพิ่มเติมแก่สภาคองเกรส โดยชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดต่อหลักการตรวจสอบถ่วงดุล เนื่องจากอนุญาตให้เรียกพนักงานอัยการมาให้ปากคำซึ่งถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งอภิปรายเรื่องสิทธิคุ้มกันของสมาชิกสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 131 โดยเสนอว่าควรคุ้มครองสมาชิกในอนาคตมากกว่าชุดปัจจุบัน และเรียกร้องให้ประธานสภาปรับปรุงระบบการเรียกชี้แจงในคณะกรรมาธิการต่างๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของมาตรา ๕ มีการแก้ไข ผมจึงได้ขอโอกาสในการที่จะขึ้นอภิปราย
เรื่องแรก ท่านอาจจะมองว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนความภูมิใจของท่าน ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรที่จะมีอํานาจเพิ่มเติม แต่สําหรับผมแล้วผมมองในมุมกลับกัน แล้วเปึนเรื่องที่น่าเสียใจครับ เรากําลังเขียนกฎหมายเพื่อให้เปึนการให้อํานาจตัวเอง เราเคยก่นด่า ป.ป.ช. เราเคยก่นด่า สตง. ว่าเปึนองค์กรอิสระที่ร่างกฎหมายเข้ามาแล้ว เพิ่มอํานาจให้ตัวเอง มีอํานาจล้นมากมาย แต่เปึนที่น่าเสียดายว่ากฎหมายฉบับนี้ท่านก็ได้มี พฤติการณ์เช่นเดียวกันครับ แล้วนี่เปึนข้อกล่าวหาจากผมโดยตรง ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๕ ท่านก็พยายามจะบอกว่าท่านมีอํานาจในการที่จะเรียก สรุปง่าย ๆ ก็คือเรียกหน่วยงาน มาให้ความเห็น ให้ข้อมูล
วรรคสอง ก็พยายามจะยกเว้นเอาไว้ว่าอะไรบ้างที่มีคําสั่งเรียกไม่ได้ ท่านก็พูดถึงเรื่องการที่จะมิให้ใช้บังคับกับผู้พิพากษา ตุลาการ แล้วก็การบริหารงานบุคคล ของแต่ละศาลไม่ใช้กับผู้ตรวจการแผ่นดินหรือกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทีนี้มีอยู่องค์กรหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีคําว่า องค์กรอื่น ซึ่งไม่ใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ในนี้ของท่านยกเว้นในเรื่องขององค์กรอิสระเอาไว้ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ปัจจุบันนั้นมีองค์กรอื่น ฟังแล้วน่าตกใจครับก็คือองค์กรอัยการ เราเพิ่งผ่านกฎหมายให้สํานักงานอัยการสูงสุดยกระดับเปึนองค์กรอัยการ เปึนองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ แต่ถ้ากฎหมายท่านเขียนอย่างนี้ตามมาตรา ๕ ก็แปลว่าเรื่องไหนที่อัยการ เขากําลังสอบสวนคดีอยู่ หรือตํารวจเขากําลังสอบสวนคดีอยู่ท่านเรียกมาดูได้ด้วยหรือครับ คือถ้าเปึนคนอื่นเขียน ถ้าเปึนองค์กรอื่นเขียนผมคิดว่าคงโดนรุมสกรัมกันอย่างน่ากลัวแล้ว ทีนี้ของท่านเองนี่ก็แปลว่าถ้าอ่านคร่าว ๆ แบบนี้แปลว่าพนักงานอัยการท่านก็เรียกมาให้ปากคํา กับท่านได้นะครับ ผมเปึนห่วงเรื่องของการเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
เรื่องต่อมาครับ ส.ส. เอง นอกจากเอกสิทธิ์ที่ท่านได้แล้วนั้นท่านมีเรื่องของ ความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ คนที่เปึน ส.ส. หรือ ส.ว. นี่ครับ เขาห้ามมิให้มีการออกหมายเรียกตัวมาในระหว่างการประชุมสภา สาเหตุก็เพราะว่า การเมืองมันมีการกลั่นแกล้งกันได้ว่าให้มีการจับตัวกันบ้าง คุมขังตัวกันบ้าง ในระหว่างที่ ส.ส. ประชุมสภาแล้วต้องโหวต เขาก็ได้รับการคุ้มครองโดยมีสิทธิความคุ้มกันตาม มาตรา ๑๓๑ ผมก็ยังอยากเห็น ส.ส. แล้วก็ ส.ว. นั้นมีสิทธิความคุ้มกันอยู่เช่น คณะกรรมาธิการของท่านเวลาเรียก ส.ส. หรือ ส.ว. ไปชี้แจงในกรรมาธิการของท่าน ในสมัยประชุมก็อยากจะให้มีการคุ้มครองกันอยู่ เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วโทษทางอาญา เที่ยวนี้มันมีการบวกเพิ่มเติมเข้าไป ผมก็กังวลว่าการเมืองหนีไม่พ้นเลยครับ ผมกลัวว่า มันจะกลายเปึนเครื่องมือหนึ่งทางการเมืองที่จะไปใช้เล่นเกมกันในอนาคต ท่านประธาน ที่เคารพครับ สําหรับมาตรา ๕ มีเรื่องความเปึนห่วงกันแบบนี้นะครับ แต่เดี๋ยวก็จะได้มี การอภิปรายในมาตราอื่น ๆ สิ่งหนึ่งที่เปึนเรื่องที่น่าตกใจมากก็คือว่าท่านอภิชาต ได้พูดไปแล้วว่าได้ส่งร่างให้ไปแก้ไข แต่ก็ไม่แก้ยังยืนยันกลับมาเหมือนเดิม ผมเรียนย้ํา อีกครั้งหนึ่งว่ามันเปึนการแก้กฎหมายที่ท่านให้ประโยชน์กับตัวท่านเองครับ ไม่ค่อยเห็นด้วยเลย ถ้าท่านพูดว่าเปึนมีผลกับคณะ ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกรัฐสภาที่จะมีต่อไปในคราวต่อไป ที่ไม่ใช่ชุดนี้มันก็จะดีขึ้นครับ วันนี้ท่านกําลังจะบอกว่ากรรมาธิการแต่ละท่านที่นั่งอยู่ ด้วยความเคารพรักทุกคนเลยครับ โดยเฉพาะท่านประธานท่านเปึนนักการเมืองตัวอย่าง คนหนึ่ง ใครเปึนประธานคณะกรรมาธิการก็ได้มีโอกาสเปึนกรรมาธิการในชุดนี้ ท่านลอง คิดสิครับท่านเขียนกฎหมายให้ตัวท่านเองในฐานะเปึนประธานท่านมีอํานาจเยอะเลย ผมก็นึกว่าท่านจะแก้กลับมาเปึนลักษณะแนวทางที่ให้ใช้ได้กับท่าน ส.ส. และท่าน ส.ว. ที่จะมีต่อไปในคราวหน้าซึ่งไม่ใช่เปึนตัวท่านเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านลองนึกสิ คนคนหนึ่งจะต้องมาชี้แจงซ้ําซ้อนกันกี่กรรมาธิการ ถ้าเปึนเรื่องเกี่ยวกับการเงินต้องชี้แจง ทั้งคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน คณะกรรมาธิการ การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งผมคิดว่า บุคคลคนเดียวที่ได้รับการสอบสวนก็ไม่ควรที่จะซ้ําซ้อนครับ คือจริง ๆ ท่านประธานสภา หรือท่านชัย ชิดชอบ ควรจะมีอํานาจด้วยซ้ําไปในการที่จะชี้ว่าเรื่องนี้ควรจะไปเข้าที่ กรรมาธิการชุดไหน คนคนเดียวกัน เช่น ยกตัวอย่างปลัดกระทรวงการคลัง งานของ ปลัดกระทรวงการคลังเชื่อมโยงไม่รู้กี่กรรมาธิการครับ แล้วถ้าเขามีปัญหาติดขัดผมเชื่อว่า มันจะกลายเปึนว่าท่านปลัดกระทรวงการคลังก็จะมีปัญหาเรื่องโทษทางวินัยตามมา เพราะกรรมาธิการของเรา ๓๕ คณะ มันเยอะมากครับ ซึ่งผมเองก็ต้องเรียนว่าพูดปกติ ก็จะไม่พูดสไตล์ (Style) นี้ แต่วันนี้พูดด้วยความรู้สึกว่าเราทํางานด้วยความเปึนประโยชน์ ตัวเองเกินไปหน่อยท่านประธานด้วยความเคารพครับ แล้วก็ไม่อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ ออกไปโดยที่มีผลใช้บังคับกับตัวพวกเราในชุดนี้ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการทุกคน ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เกือบทุกคนที่ได้เปึนประธานกรรมาธิการด้วยมีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ครับ ถ้าไปใช้ได้กับชุดต่อ ๆ ไปในเรื่องของ ส.ส. ส.ว. ก็จะเปึนเรื่องที่ดี ขอบคุณครับ