บุญเลิศ ครุฑขุนทด พูดถึงการแก้ไขมาตรา 12 ที่มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ โดยตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้กฎหมายไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา จากการที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นในมาตรา ๑๒ ที่มีการแก้ไขแล้วก็ตัดทอนในส่วนของคณะกรรมการโดยตําแหน่งออกไปนั้น ผมขอเรียน ด้วยความเคารพว่าผมขอตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ว่า ผมเข้าใจดีว่าท่านคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากนั้นน่าจะมีความคิดโดยรวมว่ายกเอากลุ่มตัวแทนของกลุ่มเกษตรกรนั้น ไปอยู่ในวรรคสอง วรรคสาม ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ โดยตําแหน่ง ซึ่งผมเองนั้นก็เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฉบับนี้ด้วย แต่ว่าในขณะที่มีการพิจารณามาตรานี้นั้นผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุมนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาตามวรรคสองและวรรคสามนั้นจะมาได้ก็ด้วยระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และทางสหกรณ์นั้นเปึนผู้กําหนดขึ้นมา นั่นหมายความว่าจะมาได้โดยระเบียบที่จะต้องมีการร่างขึ้นมาประกอบอีกครั้งหนึ่ง การเปึนผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรานี้นั้นไม่ได้มีบทบาทอะไร ท่านประธานครับ มันเหมือนตรายาง ในหลาย ๆ หน่วยงานไม่ว่าทางการศึกษาหรือหลาย ๆ กระทรวงก็ตามแต่ บุคคลที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในองค์กรนั้น ๆ เข้ามานั่งเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ส่วนใหญ่คือเปึนตรายาง การพิจารณาหรือว่าการที่กําหนดบทบาทต่าง ๆ ก็เปึนหน้าที่ของกรรมการโดยตําแหน่ง เปึนผู้พิจารณา สภาของเรานั้นเปรียบเสมือนกับโรงทําคลอด ทําคลอดแต่ไม่ได้เลี้ยง เราผลิตกฎหมายหรือว่าผ่านกฎหมายออกไปแล้วผู้ที่จะได้รับผลกระทบก็คือ กลุ่มเกษตรกรหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเกษตรกร ถ้าเราผ่านกฎหมายออกไปแล้ว ไม่ได้รับการยอมรับ มีการติติงหรือมีการพูดในทํานองที่เปึนทางลบนั้น มันก็เสียหาย ซึ่งผมเองนั้นก็มีชื่ออยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฉบับนี้ ก็อยากจะเรียน ผ่านท่านประธานและท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากลองทบทวนดูครับจากความคิดเห็นต่าง ๆ หลากหลายของเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้ลุกขึ้นอภิปรายหลายท่าน การที่เราจะผ่านกฎหมาย ออกไปนั้นโดยจิตวิญญาณหรือเขาเรียกว่าโดยหลักเกณฑ์แล้วนั้นจะต้องพิจารณาถึง เรื่องเจตนารมณ์ของกฎหมาย เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ใช่เจตนารมณ์ของผู้ร่างนะครับ ไม่ใช่ผู้ร่างพากันคิดอย่างไรก็ร่างออกมา แล้วก็ขอให้สภาลงมติเอาเสียงส่วนใหญ่ ผลักดันให้ออกไปจากสภาแห่งนี้ เหมือนกับทําคลอดออกมาแล้วพิกลพิการ คนเอาไปเลี้ยงไปดู เขาก็ติติงว่าคนทําคลอดทําอย่างไร ปล่อยให้กฎหมายพิกลพิการนี้ออกไป คําว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นหมายความว่าเมื่อเราผ่านกฎหมายออกมาใช้บังคับ ในสังคมแล้ว กฎหมายนั้นจะต้องได้รับการยอมรับในสังคมส่วนใหญ่ว่าเปึนกฎหมาย ที่ให้ความเปึนธรรม เปึนกฎหมายที่ใช้บังคับทั่วถึงและเสมอภาค ต้องไม่เปึนกฎหมาย ที่ก่อให้เกิดคุณและโทษต่อบุคคลที่ทําให้เกิดมาตรฐานที่แตกต่าง อันนี้คือเจตนารมณ์ ของกฎหมายไม่ใช่เจตนารมณ์ของผู้ร่าง ไม่ว่ากฎหมายใด ๆ ก็ตามแต่ที่ผ่านสภาออกไป จะต้องมีลักษณะอย่างนี้ ตราบใดถ้าออกไปแล้วนั้นไม่มีลักษณะของความเสมอภาค ไม่ทั่วถึง สังคมที่ถูกใช้บังคับไม่ยอมรับ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็ไม่มี ไม่ว่าท่าน จะตั้งคณะกรรมการโดยตําแหน่งมาจากในส่วนของผู้นําทางส่วนของราชการหรือ ทางการเมืองใดก็ตามแต่ กลุ่มบุคคลที่เปึนโครงสร้างในองค์กรเหล่านี้เขาก็ไม่ได้ให้ การยอมรับนับถือ เพราะกฎหมายซึ่งเปึนหลัก หรือเปึนตราสาร หรือเปึนคัมภีร์ที่ใช้ ในการบังคับนั้นถูกปฏิเสธเสียแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะใช้เวลานะครับว่ากฎหมาย ที่จะต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรนั้นมันมีส่วนที่จะสร้างคุณสร้างโทษ มันมีการเกี่ยวข้อง ในเรื่องของผลลัพธ์ทางการเงินการทอง มีการเข้าไปบริหารกองทุน แต่ผู้ที่ได้รับผลจริง ๆ คือเกษตรกรนั้นเขาจะได้รับคุณหรือโทษเมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกไป ผู้ที่เข้าไปนั่ง ในคณะกรรมการโดยตําแหน่งถ้าถูกมีการกําหนดหรือมีการล็อกเข้าไป แล้วเขาจะไป สร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรหรือผู้ที่กําหนดตัวบุคคลลงไป เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียน ผ่านท่านประธานและเพื่อนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างที่มีเสียงข้างมาก ทบทวนกันครับ อย่าให้มีรายชื่อเข้ามาปรากฏอยู่ในนี้ว่ามีส่วนในการพิจารณาร่าง แล้วปล่อยให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาโดยเสียงของท่านสมาชิกส่วนใหญ่พากัน ดันถูลู่ถูกังออกไป ขอบคุณครับ