ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยไม่เห็นด้วยกับการตัดตําแหน่งผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปฏิบัติตามหลักการและเหตุผลในการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มาตรา ๑๒ มีการแก้ไข ผมเห็นว่ามาตรา ๑๒ เปึนหัวใจ สําคัญยิ่งของกฎหมายฉบับนี้และร่างของรัฐบาลที่ผ่านคณะรัฐมนตรีมาได้ให้ความสําคัญ กับการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้นการที่มีการแก้ไขไปจากหลักการเดิมของรัฐบาล ผมเห็นว่าเปึนการขัดหลักการ ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ โดยเห็นควรให้คงตามร่างเดิมที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอโดยมีเหตุผลประกอบดังนี้ครับ ท่านประธาน
ประการแรก หลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กําหนดไว้ชัดเจนว่าให้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพราะว่ามีการใช้มานานตั้งแต่ป้ ๒๕๑๗ แต่เหตุผลสําคัญประการหนึ่งในการแก้ไขก็คือ นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งก็คือพี่น้องเกษตรกร คณะกรรมาธิการได้ตัดกรรมการโดยตําแหน่งไป ๒ ตําแหน่งด้วยกันคือ ประธานชุมนุม สหกรณ์การเกษตรและประธานกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกร ทั้ง ๒ ตําแหน่งนั้นผมเห็นว่า สําคัญยิ่งเพราะเปึนตัวแทนของพี่น้องเกษตรกร ประการสําคัญครับท่านประธาน ทั้ง ๒ ตําแหน่งมีกฎหมายรองรับมาช้านาน การตัด ๒ ตําแหน่งดังกล่าวผมถือว่า เปึนการขัดกับหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ทําให้ความสําคัญของการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชนขาดหายไปไม่เปึนไปตามหลักการที่ได้เสนอไว้ต่อสภา ท่านประธานครับ ๒ ตําแหน่งดังกล่าวที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ ประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรก่อตั้งเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๕ ตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ในขณะนั้นคือป้ ๒๔๗๔ ปัจจุบันชุมนุมสหกรณ์การเกษตรและประมง ในระดับจังหวัดมี ๙๑ ชุมนุม สหกรณ์การเกษตร เฉพาะสหกรณ์การเกษตรจํานวนประมาณ ๓,๗๔๘ สหกรณ์ เกษตรกรที่เปึนสมาชิกของสหกรณ์การเกษตร เฉพาะสหกรณ์การเกษตร ๕.๙ ล้านครัวเรือน ท่านไปตัดเขาได้อย่างไร
ในประเด็นที่ต่อเนื่องมาในตําแหน่งของประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกร แห่งประเทศไทย ประกอบไปด้วยบรรดาผู้นําเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จํานวน ๑๘ คน จัดตั้งขึ้นตามระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าด้วยคณะกรรมการกลาง กลุ่มเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกตามความในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร ป้ ๒๕๔๗ ท่านประธานครับ มีการคัดเลือกกันเองตั้งแต่ระดับอําเภอ จังหวัด ภาค และระดับประเทศ ขณะนี้คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยมีถึง ๖,๑๗๓ กลุ่ม ท่านประธานครับ ที่น่าเจ็บช้ําก็คือเมื่อตัดออกไปแล้วไปเพิ่มคล้าย ๆ เพิ่มหลอก ๆ ไว้ในวรรคแรกว่า และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งจากเกษตรกรแปดคน มีเชื้อให้เห็นบ้างเหมือนกันว่ารัฐมนตรีแต่งตั้งจากเกษตรกร ๘ คน ระหว่างเกษตรกรเลือกกันเอง กับรัฐมนตรีแต่งตั้งท่านคิดว่าตรงไหนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามหลักการและเหตุผล ที่พวกเรารับกันไปนี้อันไหนมันตรงกว่า การเมืองมันครอบงําไหม ท่านประธานผมคงต้อง ขอเวลา เพราะผมคิดว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนี่ด้วยเหตุด้วยผล ไม่มีเหน็บแนมอะไรทั้งสิ้น ๕ นาทีไม่เพียงพอกับกฎหมายฉบับนี้ที่จะผ่านไปบังคับใช้ ผมขออนุญาตท่านประธาน ตรงนี้ไว้ก่อน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๒ ได้กําหนดให้มีคณะกรรมการ ท่านลองดู ตามผมไป ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดี กรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ท่านประธานครับ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น อยู่ในอํานาจที่ต้องเกรงใจรัฐมนตรีอย่างแน่นอน นี่เห็นชัดเจน มีเพียงประธานชุมนุมสหกรณ์ แล้วก็ประธานกรรมการกลางเกษตรกร ๒ ตําแหน่ง ซึ่งมาโดยตําแหน่งที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบผ่าน ครม. มาแล้ว ดันไปตัดเขาออก แล้วก็เอามาไว้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แต่งตั้ง อย่างนี้จะไม่เปึนไปตามที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าเราจะเอื้อให้กับตัวแทน นายทุนหรือเปล่า เขาสงสัยครับ มาตรานี้เปึนมาตราสําคัญ ผมได้ออกจากห้องประชุม ไปตามเพื่อน เห็นด้วยกับเพื่อน แต่พอถึงมาตรานี้