จุลพันธ อมรวิวัฒน หารือเรื่องการใช้ขอบังคับควบคุมห้องประชุมเพื่อหยุดวนวาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

จุลพันธ อมรวิวัฒน หารือเรื่องการใช้ขอบังคับควบคุมห้องประชุมเพื่อหยุดวนวาย และขออภิปรายประเด็นมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีและหนวยงานในกํากับ ๖ หนวยงาน โดยเสนอปรับลดงบประมาณสำนักงานข่าวกรองและสภาความมั่นคงแห่งชาติถึง 20% เนื่องจากหน่วยงานไม่จัดสรรงบเพิ่มเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย แม้รัฐบาลจะประกาศนโยบายแต่ยังใช้งบปีเก่าไม่หมด จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการปฏิบัติที่ไม่จริงจัง พร้อมทั้งเสนอปรับลดงบประมาณโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐๐% เนื่องจากกังวลเรื่องการทุจริตและเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการเดิมเพื่อป้องกันความเสียหายต่อประชาชน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ประเด็นที่ ๒ ผมขอท่านประธาน ได้ช่วยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ควบคุมห้องประชุมนี้ เพราะว่าดูจะวุ่นวาย แล้วผมเชื่อว่า สิ่งที่ผมกําลังจะพูดเปึนประเด็นที่สําคัญและจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในเรื่อง ของการใช้งบประมาณ

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกํากับซึ่งมีถึง ๑๘ หน่วยงาน ผมคงจะใช้เวลา พอสมควรแต่จะพยายามรวบรัดแล้วผมจะพูดเจาะประเด็นลึกใน ๖ หน่วยงานนะครับ เข้าประเด็นเลย

เรื่องแรก เปึนหน่วยงานที่เปึนที่กังขาของพี่น้องประชาชนมากในปัจจุบัน นั่นก็คือกรมประชาสัมพันธ์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธาน กรมประชาสัมพันธ์ ตอนที่พิจารณางบประมาณกันมีท่านอธิบดีได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ได้พูดถึงวิสัยทัศน์ ได้พูดถึงพันธกิจ ได้พูดถึงการใช้งบประมาณ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้พบในการประชุมก็คือสิ่งที่เปึนพันธกิจและวิสัยทัศน์ทั้งหมด ของกรมประชาสัมพันธ์นั้นไม่มีการยึดโยงกับการให้ข้อมูลที่เปึนจริงกับพี่น้องประชาชน วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นพี่น้องประชาชนพูดกันมากเรื่องของช่องหอยม่วง ช่อง ๑๑ ซึ่งนําเสนอ ข่าวสาร แล้วต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเปึนที่เอือมระอาของพี่น้องประชาชน มีการจัดรายการที่นําเอาบุคลากรซึ่งเปึนหนึ่งในผู้ที่มีอคติทางการเมือง ฝักใฝ์ฝ์ายหนึ่ง ฝ์ายใด แล้วก็ฝ์ายเดียวด้วย มาเปึนผู้ดําเนินรายการ จนกระทั่งวันนี้ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพ เรทติ้ง (Rating) ของช่องเอ็นบีที (NBT) เองตกจนกระทั่งพี่น้องประชาชน เป่ดปุ็บก็เปลี่ยนปัูบ เป่ดปุ็บก็เปลี่ยนปัูบ สิ่งที่เกิดขึ้นเราได้มีการสอบถามในคณะกรรมาธิการ งบประมาณ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ เราก็อยากจะให้มันเกิดสิ่งดี ๆ สิ่งที่มัน สร้างสรรค์ เพราะนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์เองก็พูดโดยตลอดว่าวันนี้เราจะต้องทําอะไร ที่มันสร้างสรรค์แล้วมันเกิดความสมานฉันท์ขึ้นในสังคม ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐเอง กลับทําตัวเปึนตัวจุดชนวนของความขัดแย้ง แต่สิ่งหนึ่งที่จับได้ สิ่งหนึ่งที่ท่านอธิบดี กรมประชาสัมพันธ์หลุดปากออกมาในระหว่างการประชุม ผมกราบเรียนเลยเพื่อน ๆ ที่เปึนสมาชิกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรู้ดีได้ยินทุกคน ท่านบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ๑. เปึนไปตามนโยบาย ๒. ได้มีการเตือนแล้วให้ลดเนื้อหา ที่เปึนการกล่าวร้าย เปึนการใส่ร้าย ๒ ประเด็นนี้ครับเปึนสิ่งสําคัญ กรมประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ในการชี้แจงทําความเข้าใจแล้วก็เอาสิ่งที่เปึนจริงไปให้กับพี่น้องประชาชน แต่ช่วงที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้กรมประชาสัมพันธ์เปึนหนึ่งใน แขนขาของรัฐบาลที่ทําหน้าที่ในการบิดเบือนข่าวสาร ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า วันนี้จากที่ท่านอธิบดีพูดวันนั้นก็พยายามที่จะเค้นเอาคําตอบให้ได้ แต่ท่านก็ไม่ได้ตอบมา ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๔ แต่หลุดมาแล้วว่ามันเปึนไปตามนโยบาย ก็ต้องถามกลับไปว่า ท่านกรรมาธิการงบประมาณเสียงข้างมากที่ผ่านงบประมาณท่านรู้หรือเปล่าว่านโยบาย ของใคร สิ่งที่ได้ยื่นหนังสือเตือนไปบอกว่าควรจะลดการให้ร้ายสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ท่านรับรู้ หรือไม่ว่ายื่นหนังสือไปแล้วมันไม่มีการปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามสิ่งที่พี่น้องประชาชน ได้รับฟังได้ยินอยู่ในวันนี้มันก็ยังเหมือนเดิม ยังดําเนินงานต่อมาอย่างต่อเนื่อง ทําให้เกิด ความขัดแย้งลึกลงไปอีกในสังคม ในฐานะที่เปึนหน่วยงานของรัฐ ผมกราบเรียน ท่านประธานเลยครับ ผมปล่อยให้มันเปึนอย่างนี้ไม่ได้ ผมจําเปึนจะต้องปรับลดงบประมาณ ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๑,๔๓๗ ล้านบาท ปรับลดลง ๑,๔๔๐ ล้านบาท เพื่อให้มันเกิดความจริงขึ้นในสังคม เพื่อให้การนําเสนอเปึนกลางขึ้นนะครับ

ในหน่วยงานที่ ๒ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ เปึนหน่วยงานเกี่ยวกับ ข่าวกรองและหน่วยงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๒ หน่วยงานทีเดียวเลย เพราะเรื่อง เกี่ยวเนื่องกัน งบประมาณของสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติได้งบประมาณป้นี้อยู่ ๖๘๖ ล้านบาท ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๑๙๓ ล้านบาท ผมเสนอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๒ หน่วยงาน เพื่ออะไรครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ ในสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติมีการตั้งงบประมาณไว้ส่วนหนึ่ง เรียกว่าค่าใช้จ่าย ในการปฏิบัติความร่วมมือทางการข่าวกรองเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรม ข้ามชาติ งบประมาณ ๑๕ ล้านบาท ในส่วนของสภาความมั่นคงเองนั้นมีการตั้งงบประมาณ ลักษณะเดียวกัน ภายใต้ชื่อของการปัองกันการก่อการร้ายแบบเดียวกันนี่ ๔๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๒ หน่วยงาน ประมาณ ๖๐ ล้านครับท่านประธาน ทําไมผมถึงจะต้องเสนอปรับลดวันนี้ท่านปล่อยให้ ผู้นําของรัฐเปึนตัวนําเลยในการที่ออกมาพูดอยู่หลายครั้งหลายหนในหลายเวที ท่านนายกรัฐมนตรีเองนั่นละครับต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ บอกว่ามีการก่อการร้าย มีเสื้อดํา มีอะไรต่าง ๆ นานา จนกระทั่งความมั่นใจของประเทศในเรื่องของการลงทุน ในเรื่องของการท่องเที่ยวมันตกต่ํา จนกระทั่งถึงล่างที่สุดแล้ว แต่ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพครับ หน่วยงานของท่านไม่รับลูกเลย ปล่อยให้ผู้นําประเทศพูดได้ ก่อการร้าย ก่อการร้าย แต่หน่วยงานไม่มีการตั้งงบประมาณเพิ่มเติม ผมย้อนกลับไปดู ของป้ ๒๕๕๓ ในส่วนทั้ง ๒ หน่วยงาน ในส่วนเรื่องการปัองกันการก่อการร้าย งบประมาณใช้ไม่หมดครับท่านประธาน อ้าว แล้วไหนล่ะ เสื้อดํา ไหนล่ะที่จับได้มีไหม ไหนล่ะการก่อการร้าย เงินยังใช้ไม่หมดเลย ถ้ามันมีจริงนี่ใช้เกลี้ยงแล้วครับ เพื่อที่จะไป ติดตามตรวจสอบจับกุมให้ได้อย่างไรครับ แต่มันใช้ไม่หมด ทําไมไม่รับลูกกันในรัฐบาล ด้วยกัน หน่วยงานของรัฐต้องชงมาก็ต้องรับหน่อย ปรากฏนี่ไม่มีการใช้งบประมาณ งบประมาณที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายก็ไม่ได้ตั้งเพิ่ม สรุปว่าเรื่องก่อการร้ายมันอะไรครับ เปึนปาหี่หรือเปล่า หรือว่ามันเปึนเพียงแค่สํานักงานข่าวกรองหรือว่าเปึนสํานักงานข่าวลือ อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่ต้องกราบฝากท่านไว้แล้วก็อยากจะบอกเลยว่ามันมีความจําเปึนจริง ๆ เนื่องจากรัฐบาลเองมีนโยบายเรื่องการก่อการร้ายอย่างหนึ่ง ปรากฏหน่วยงานของรัฐ ก็ไม่รับลูกไม่ชงลูกให้พร้อมกัน ผมก็เลยมีความจําเปึนจะต้องปรับลดท่าน ๒๐ เปอร์เซ็นต์

ในส่วนที่ ๓ เปึนเรื่องของสภาพัฒน์ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ เปึนหน่วยงานที่มีประโยชน์ ผมเองเคยชื่นชมแม้แต่ในกรรมาธิการงบประมาณเองผมก็พูด ชื่นชม ท่านอําพลที่เปึนเลขาธิการ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ บุคลากรเก่ง ๆ ของประเทศไทย อยู่ในสภาพัฒน์เยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหน้าที่ของท่านคือการให้ข้อแนะนํา ข้อเสนอแนะ ในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจของรัฐบาล นโยบายแห่งรัฐทั้งหมด จะต้องผ่านสภาพัฒน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผมต้องปรับลดงบประมาณ ในส่วนสภาพัฒน์ ผมปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๔๕๖ ล้านบาท ปรับลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งที่ท่านแนะนําไปนี่ผมรู้สึกว่ารัฐบาลอาจจะไม่ฟัง หรือท่านอาจจะแนะนําไม่ตรงจุด หรืออาจจะบอกไม่ถูกเวลา หรืออาจจะบอกไม่ถูกคน นโยบายอย่างเช่นการเก็บภาษีน้ํามัน เอาความจริงมาให้พี่น้องประชาชนให้เพื่อนสมาชิกได้รับฟัง เมื่อตอนที่พรรคพลังประชาชน ยกเลิกการเก็บภาษีน้ํามันเพราะอะไร น้ํามันตลาดโลกอยู่ที่ ๑๔๐ ดอลลาร์ต่อบาเรล เราจ่ายค่าน้ํามัน เติมน้ํามันประมาณ ๔๐ บาทครับ ตอนนั้นแพงมาก เพราะน้ํามัน ตลาดโลกขึ้นไปถึง ๑๔๐ ดอลลาร์ วันนี้ราคาน้ํามันในตลาดโลกอยู่ประมาณ ๗๐ ดอลลาร์ ต่อบาเรล ลดลงมาครึ่งหนึ่งครับ ถามว่าจ่ายค่าน้ํามันเท่าไรครับยัง ๓๐ กว่าอยู่ครับ ไม่ต่างกันเลย ลดลงมา ๗ บาท ทําไมมันไม่เหลือ ๒๐ ล่ะครับท่าน นี่คือประเด็นสําคัญ นี่คือการผลักภาระให้พี่น้องประชาชน เพราะเรื่องของน้ํามันเปึนเรื่องสําคัญ พี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาสูบน้ําเข้าสวนใช้น้ํามันทั้งนั้น ไม่มีไฟฟัา หายาก แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ คือภาระของพี่น้องประชาชนที่มันมากขึ้น อ้ายคนรวย รัฐมนตรี ส.ส. เอง กราบเรียน ด้วยความเคารพ หลาย ๆ ท่านเติมน้ํามันแพงไป ๑๐ บาทไม่รู้สึกหรอกครับ แต่พี่น้อง ประชาชนที่ทําการเกษตร พี่น้องประชาชนที่จะต้องทํามาค้าขายต้องขับรถไปทํางาน ตอนเช้า ๑๐ บาท ๕ บาทสําหรับเขามันมีความสําคัญ วันนี้โครงสร้างน้ํามันออกจาก หน้าปัูมประมาณ ๑๗ บาท ๑๖ บาท จ่ายจริง ๆ ที่หน้าปัูมเวลาไปซื้อน้ํามัน ๓๐ กว่าบาท เพราะภาษีครับ ทางตรง ทางอ้อม ๗ เปอร์เซ็นต์แวต ค่ากองทุนน้ํามันสะเปะสะปะไปหมด จนกระทั่งพี่น้องประชาชนแบกภาระน้ํามัน ๒ เท่าของราคาน้ํามันที่มาจากต่างประเทศ อันนี้คือความจริงที่ต้องรับรู้กัน เปึนนโยบายที่สภาพัฒน์ควรจะบอกกับรัฐบาลก็ไม่บอก เรื่องของการประกันราคาสินค้าเกษตร กราบเรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน เจ๊งไม่เปึนท่าครับ บอกความจริงสิครับเท่าไร ครับ ท่านกรรมาธิการงบประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายขาด เมื่อก่อนเขาจํานํากัน เอาเงินไปเปึนหลายสตางค์ก็จริง แต่อย่างน้อยก็ได้ของ ได้ข้าวมา ถ้าพี่น้องประชาชน สามารถขายได้ในราคาสูงกว่าก็มาไถ่ถอนการจํานําแล้วก็เอาไปขายเอง ถ้าขายไม่ได้ ในราคาสูงกว่าก็เอาจํานํานั่นละ อย่างน้อยก็ได้เงินเข้ากระเปิาหมื่น หมื่นกว่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น กับการประกันราคาล่ะครับ เงินจ่ายขาดของรัฐบาลป้หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญไปเลยครับ ข้าวสักเม็ดก็ไม่เห็น ราคาพี่น้องเกษตรกรได้เต็มจํานวนไหม ก็ไม่เต็ม เพราะอะไรครับ ท่านตั้งราคากลางไว้วันนี้ ๗,๐๐๐ กว่าบาทนี่ มันขายจริง ๆ ๔,๐๐๐ บาท ไม่ถึงครับ แล้วส่วนต่างอีก ๓,๐๐๐ บาทหายไปไหนล่ะ แล้วป้หน้านี่รับประกันเลย เจ๊งกว่านี้อีกครับ เพราะอะไรครับท่านประธานที่เคารพ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า วันนี้ผู้ค้า โรงสีเขารู้หมดแล้วครับ ไต๋ของรัฐบาลจะทําอะไร นโยบายเกี่ยวกับเรื่องของ การประกันราคา เมื่อเขารู้เขาก็ปรับตัวได้ เขาจะกดราคาจนกระทั่งรัฐบาลต้องแบกหลังอาน และพี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้เงิน ไม่ได้รายได้อย่างที่ควรจะเปึนเหมือนกับตอนที่จํานํา อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ทางสภาพัฒน์มีความจําเปึนจะต้องบอกกล่าวกับรัฐบาลให้รู้ เพื่อที่จะ ได้แก้ไขปัญหา นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้เนื่องจากความบกพร่องของทางสภาพัฒน์ ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ ผมแปรญัตติปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์

ในส่วนต่อมาเปึนส่วนของ กอ.รมน. ได้พูดไปบ้างแล้วในภาพรวม ในมาตรา ๓ กอ.รมน. ตั้งงบไว้ป้นี้ ๘,๓๐๐ ล้านบาท งบประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ใช้กับเรื่องของการแก้ไขปัญหาภาคใต้ด้วยกําลัง ด้วยอาวุธ ไม่ใช่ ด้วยความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาการครองชีพของพี่น้องประชาชน งบประมาณ อีกส่วนหนึ่งตั้งไว้ครับ ๒๐๐ ล้านบาทครับ ทําอะไรครับ แก้ไขปัญหายาเสพติด โอ้โฮ เหมือนกับไม่เคยรู้เลยว่าวันนี้ปัญหายาเสพติดของประเทศไทยมันไปถึงไหนแล้วจากการ ที่รัฐบาลในอดีตได้เคยมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด วันนี้รัฐบาลนี้ เริ่มพูดบ้างแล้วครับ เพราะรู้ดีว่ามันเปึนปัญหาของพี่น้องประชาชน ซื้อได้ทุกซอยครับ หาง่าย เด็กก็ซื้อได้ ผู้ใหญ่ก็ซื้อดี การแก้ไขปัญหาไม่เปึนรูปธรรม และแถมเงินที่เอาลงไป เพื่อการนี้แค่ ๒๐๐ ล้านบาทในส่วนของ กอ.รมน. จะทําอะไรได้ เทียบกับงบประมาณ ที่เอาไปซื้ออาวุธสิครับ กระทรวงกลาโหม เทียบกับงบประมาณที่ กอ.รมน. เอง ๘,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้กับภาคใต้เปึนเรื่องของกองกําลังเข้าไปปราบปรามนี่สิ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกราบเรียนเลยว่าเอาไปทําอย่างอื่นดีกว่าครับ กอ.รมน. ผมปรับลดถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไปให้กระทรวงวัฒนธรรมดีไหม เอาเรื่องวัฒนธรรมเข้าไปเปึนตัวนํา ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ เอาไปลงกระทรวงศึกษาธิการดีกว่า ให้การศึกษากับเขา สนับสนุนโรงเรียนปอเนาะด้วยก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลไม่ได้คิด ทําให้การใช้เงิน งบประมาณมันสูญสิ้นไปโดยเปล่าประโยชน์กับ กอ.รมน. อีกครั้งหนึ่ง ผมจะไม่โยงกลับไป เรื่องที่ ศอฉ.ใช้งบผ่านทาง กอ.รมน. แล้วนะครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนรู้ดีแล้วว่าวันนี้ เงินสูญไป ๒,๐๐๐ ล้านบาทกับ กอ.รมน. ผ่าน ศอฉ. ไปนี่เอามาสลายการชุมนุมยังไม่จบ ศอฉ. ก็ยังยกเลิกไม่ได้ พ.ร.ก. ก็ยังเลิกไม่ได้

ในหน่วยงานต่อมา เปึนเรื่องของสํานักงานปลัดในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรี ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นในส่วนนี้

ส่วนแรก งบประมาณในส่วนของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ชุมชน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมปรับลด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อาจจะฟังดูรุนแรง ปรับลด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มันจําเปึนจริง ๆ อันนี้ละครับเมื่อก่อนพรรคไทยรักไทยเรียกเอสเอ็มแอล พี่น้องประชาชนชอบครับ เอาไว้ให้หมู่บ้านเล็ก กลาง ใหญ่ไปทําประโยชน์ อยากได้ โครงการอะไรเขียนมา ลดเรื่องที่เขาเล่ากัน ไอติมเลียกันไปจนกระทั่งพอถึงชาวบ้าน เหลือแต่ก้าน เหลือแต่แกนในมัน นี่ละครับเอสเอ็มแอล มีการปฏิวัติรัฐประหารเปลี่ยนเปึน อยู่ดีมีสุข เริ่มอยู่ไม่สุขครับชาวบ้าน เริ่มทําอะไรไม่ได้แล้ว วันนี้ชุมชนพอเพียงทําอะไรไม่ได้เลยครับ มีแต่ตู้น้ําแสงอาทิตย์ มีแต่รถไถย้อมแมวขาย สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือประโยชน์ที่ตกกับพี่น้องประชาชน มันสูญไป งบประมาณป้ที่แล้วตั้งเท่ากันเลยครับ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ ๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เกือบ ๐ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไร ทําไม่ได้ครับ พอดีว่าต้องขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และพรรคเพื่อไทยด้วย ออกมาดักคอไว้ก่อนเรื่องของการทุจริต คอร์รัปชัน จนกระทั่งโครงการมันเดินไม่เปึน เปึนเปึดง่อยไป แต่ป้นี้ยังฝ๋นตั้งโครงการ เดียวกันไว้ในนี้อีกครับ ยังจะแหวกฝ์ามาแล้วยังจะเอาเงินอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพ ผมปรับลด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วผมอยากจะฝากเพื่อนสมาชิกด้วยว่า โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะคอร์รัปชันเอาออกไปให้หมดเถอะครับ อย่าไปฝ๋น อย่าไปดันเลย อย่าไปดันทุรังเลยมันเกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนแล้วเขาก็รู้กัน ทั่วประเทศแล้วโครงการนี้ ไปเปลี่ยนชื่ออีกรอบอาจจะดีครับ ๓ ชื่อมาแล้วลองเปลี่ยนชื่อ อีกรอบไปย้อมแมวมาอีกทีหนึ่งอาจจะได้ครับ แต่ตอนนี้โครงการเดิมไม่ได้ครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ

ส่วนที่สอง เปึนเรื่องของแผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจในส่วนของ สํานักงานปลัดตั้งไว้ไม่กี่ร้อยล้านบาท ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ผมปรับลด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหมือนกันในส่วนนี้ครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน วันนี้สํานักงานปลัดมีงบประมาณ ในส่วนของการดูแลการกระจายอํานาจ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานครับการกระจาย อํานาจ โครงการทั้งหมดที่เกี่ยวกับท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการกระจายอํานาจผ่าน ครม. ครับ แต่ผมดูแล้วการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในรอบ ๒ ป้ตั้งแต่เปึนรัฐบาลมาอ่อนแอ และที่สําคัญ มีการกระจุกตัวของงบประมาณ ปฏิเสธไม่ได้ครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านไตรรงค์เองออกมาบอกว่าแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ผมก็ยังไม่มีความมั่นใจใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านให้สัมภาษณ์สื่อบอกว่าแก้ไขปัญหาแล้ว ผมกราบเรียนเล่าเรื่องให้ฟังแล้วกันว่า เกิดอะไรในกรรมาธิการงบประมาณ จะมีการพูดถึงในรายละเอียดอีกทีหนึ่งในงบของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและในส่วนของกลุ่มจังหวัด อันนี้เอาเบื้องต้น ก่อนวันนั้นมีการแปรญัตติเพิ่มเข้ามาในกรรมาธิการงบประมาณ งบประมาณทั้งหมด ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๙,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทเปึนงบลัมพ์ ซัม (Lump sum) คือต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาทโครงการต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาทเราไม่ติดใจ หวังว่า มันจะมีการกระจายอย่างเปึนธรรม ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการที่เกินกว่า ๑๐ ล้านบาท มันจะโชว์เปึนมันจะเห็นเปึนไอเทม (Item) เปึนตัว ๆ หมดเลยครับท่านประธานว่าอะไรบ้าง ๑,๓๐๐ ล้านบาทลงอยู่ประมาณ ๑๐ จังหวัดครับ นี่หรือครับความเปึนธรรม มี ๕ จังหวัดครับได้เงินไปประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท มี ๒ จังหวัดครับรวมกัน ๖๐๐ ล้านบาทครับ นี่หรือครับความเปึนธรรมในการกระจาย อํานาจที่รัฐบาลดูแลอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมปล่อยผ่านไม่ได้ วันนั้นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานไตรรงค์เมื่อเห็นเหตุการณ์ ก็บอกว่าถอนออกไป แล้วไปปรับแก้ใหม่ ไปหาโครงการใหม่ที่ผ่าน ครม. แล้วมาใส่แทน อันนี้เปึนสิ่งที่ถูกต้องครับ แต่มันสะท้อนอะไรครับ มันสะท้อนความไม่พร้อมของ การทํางาน มันสะท้อนความไม่เข้มแข็งของการดูแลงบประมาณของพี่น้องประชาชน ของนายกรัฐมนตรีของเรานี่ครับ ที่ดูแลการกระจายอํานาจของคณะรัฐมนตรีนี่แหละครับ ก็โครงการมาถึงกรรมาธิการงบประมาณมันต้องผ่านตาของคณะรัฐมนตรีทุกคน แล้วจะ บอกว่าอะไร บอกว่าไม่มีเวลาดูหรือครับ จะบอกว่าเอกสารมันเยอะดูไม่หมดหรือครับ ถ้าอย่างนั้นผมว่าหาคนอื่นไปดํารงตําแหน่งแทนดีกว่าครับ ท่านมีหน้าที่ในการดูทั้งหมด ให้รอบคอบและรัดกุม วันนี้ผมก็ยังไม่เชื่อครับว่าโครงการที่ไปเปลี่ยนมาใหม่หรือว่า โครงการที่ไปแก้ไขมาในที่สุดมันจะมีการกระจายอย่างเปึนธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้อง กราบฝากไว้ แล้วก็ฝากท่านเจริญที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ไปดูด้วยว่าการแก้ไขที่บอกมันได้แก้จริงหรือไม่ มันสัมฤทธิผลจริงหรือเปล่า

ในส่วนสุดท้ายผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ เปึนส่วนของสํานักงาน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนด้วยความเคารพติดใจที่สุดเรื่องของงบจัดซื้อ รถประจําตําแหน่ง ไม่พูดไม่ได้ ขออนุญาตหยิบเอกสารขึ้นมาใช้แล้วก็อ่านประกอบให้ท่านฟัง ค่าครุภัณฑ์ ยานพาหนะขนส่ง ๑๐๘ ล้านบาท คร่าว ๆ นะครับ รายการที่ ๓ รถประจําตําแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ๓ คัน ๑๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อขาดครับ รายการที่ ๔ รถประจํา ตําแหน่งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ๒ คัน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ รถประจํา ตําแหน่งเลขานุการนายกรัฐมนตรี ๑ คัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไล่ไปเรื่อย ๆ ครับ ทุกคนได้หมดเลยครับ รองเลขานุการนายกรัฐมนตรีฝ์ายการเมือง ๑๐ คัน เลขาธิการ นายกรัฐมนตรี โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ๒ คัน ไปเจอรายการที่ ๙ รถประจําตําแหน่งรัฐบุรุษ ๑ คัน ๑๑ ล้านบาท รถกันกระสุนครับ รายการที่ ๑๐ รถประจําตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ๒ คัน ๒๒ ล้านบาท คันละ ๑๑ ล้านบาท กันกระสุนเหมือนกัน ๒ คัน ผมก็ได้ถามไปในกรรมาธิการ งบประมาณว่าสรุปนายกรัฐมนตรีไทยมีกี่คนครับ ๒ คน นี่หรือครับการปรองดอง กลัวอะไรครับ ต้องซื้อรถกันกระสุนหรือครับ ต้องซื้อถึง ๒ คัน เอาไว้เปลี่ยนกลัวเขาจําได้ หรือครับ นายกรัฐมนตรีไทยต้องมีรถ ๒ คันเปึนรถกันกระสุน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในบ้านเมืองในวันนี้ ผมเองจะไม่ติดใจในการซื้อเท่าไรถ้าหน่วยงานของท่านไม่ได้มี การปรับลดงบประมาณในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างรถให้กับข้าราชการ ปรากฏว่า พอมาดูเล่มปรับลด มีการปรับลดงบประมาณในส่วนของการซื้อรถอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รถประจํา ตําแหน่งใหญ่ ๆ พวกข้าราชการคาดว่าเปึนซี ๘ ขึ้นไป ซี ๗ ซี ๘ ด้วยความเคารพ โดนตัดลดหมดเลยครับ มาดูสภาผู้แทนราษฎร ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานอภิวันท์ท่านไม่มีรถประจําตําแหน่งครับ ไม่มีงบประมาณจัดตั้งไว้ครับ ผมก็ไม่เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อก่อนนั่งรถเมล์มาทํางาน รถตัวเองก็มีรถส่วนตัว ผมชื่นชมท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ทํางานในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็คือท่านวิฑูรย์ นามบุตร เกี่ยวกับเรื่องครุภัณฑ์จัดซื้อจัดจ้างมันมีงบประมาณ ในส่วนของรถประจําตําแหน่งอีกกระทรวงหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ ทั้งรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านวิฑูรย์ให้คําชี้แจงในคณะกรรมาธิการงบประมาณชัดเจน หลายคนได้ยิน ผมก็ได้ยิน ผมยังชื่นชมตอนนั้นเลย ท่านบอกว่าพองบประมาณในส่วน รถประจําตําแหน่งของกระทรวงพาณิชย์ ๒ ท่านเข้าไป โทรศัพท์ถามเลยครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร กับท่านพรทิวา นาคาศัย บอกเอาไหม ๆ ท่านรัฐมนตรีบอก ไม่เอาครับ มีรถส่วนตัวอยู่แล้วไม่อยากจะเปึนภาระเพราะวันนี้กู้เงินมาซื้อ แปลว่า ตัดออกครับ ปรับลดครับ ปรากฏว่าสงสัยผมไม่รู้ว่าท่านโทรหาท่านนายกรัฐมนตรี หรือเปล่า ไม่ยอมตัด กลับมาดูในส่วนของเล่มปรับลด ด้วยความเคารพ ในส่วน กระทรวงพาณิชย์ที่ควรจะปรับลดรถประจําตําแหน่ง ๒ คัน หายไปครับ หายไปไหนครับ สงสัยท่านจะมีการเขินอายหรือเปล่าก็ไม่ทราบที่ไปซื้อรถแล้วปรากฏว่ากระทรวงพาณิชย์ ไม่เอา ก็เลยมีการมาอุทธรณ์คืนให้กับกระทรวงพาณิชย์กระมังครับ ผมสงสัย ผมอยาก จะฟังคําชี้แจงเหมือนกันจากทางกรรมาธิการเสียงข้างมากช่วยชี้แจงให้ชัดด้วยว่า มันหายไปไหนรถประจําตําแหน่งของกระทรวงพาณิชย์ที่บอกว่าปรับลดไปแล้ว มันคืนมาหรือ ปรากฏแก้เกี้ยวหนักกว่านั้นอีกครับ ในส่วนของเล่มงบประมาณปรับเพิ่ม ของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเองไปตั้งงบประมาณอีกคนหนึ่ง อีกท่านหนึ่งครับ ท่านจุฬาราชมนตรี ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ด้วยความเคารพ สงสัยจะเขินกลัวว่าจะไม่มีรถ มันก็เลยจําเปึนจะต้องเพิ่มจุฬาราชมนตรีมาแก้เกี้ยวกัน ไปกันใหญ่เลยครับท่านประธาน นี่คืองบประมาณที่เราจําเปึนจะต้องกู้ เราขาดดุลอยู่ บางสิ่งบางอย่างถ้ามันไม่จําเปึน เรายังจะผ่อนผันไปได้ รถของข้าราชการระดับเล็กดูหลายกระทรวงไปในเล่มปรับลดจะเห็นชัดเลยโดนปรับ หมดเลยครับ ปรากฏรถตัวใหญ่ ๆ ท่านใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย รถประจําส่วนตัวเองก็มี ไม่ยอมตัดออก ไม่ยอมเสียประโยชน์ส่วนตัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ครับ มันจะเกิดขึ้น ในประเทศไทยไม่ได้ครับ นายกรัฐมนตรีมีรถ ๒ คัน รัฐบุรุษผมยกไว้ดีกว่า ผมไม่อยากจะ ไปแตะต้องเพราะผมไม่รู้ว่าท่านมีรถส่วนตัวหรือเปล่าคงมีเหมือนกันแหละนะครับ เราไม่ว่ากัน ทําไมล่ะครับท่านประธาน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน มันมีวิธีแก้ครับ ไม่อยากจะสูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุกับการซื้อรถ พวกนี้ มันมีวิธีแก้ง่าย ๆ ครับท่านประธาน เพียงแค่ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาแถลง ขอโทษพี่น้องประชาชนจากการใช้กําลังความรุนแรง จนกระทั่งมีผู้ล้มตายเปึน ๑๐๐ คน บาดเจ็บหลาย ๑,๐๐๐ คน มาขอโทษสิครับ แล้วก็บอกว่าผมพร้อมยุบสภาทันที เลือกตั้งใหม่ ผมเชื่อครับสังคมไทยเปึนสังคมแห่งการให้อภัย เลือกตั้งใหม่ท่านมี บุญญาบารมีได้เปึนนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ผมท้าท่านเลย