ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องงบประมาณที่ตั้งไว้สูงเกินไป และเรียกร้องให้ลดค่าแรงที่ช่วยให้คนไปทำงานในกรุงเทพฯ ไม่ให้ไปจังหวัดที่ค่าแรงต่ำ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ทุกท่าน ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่ามาตรานี้เปึนมาตรา ๔ เมื่อเช้าก็มาตรา ๓ ตอนบ่าย มาตรา ๓ ผ่านไปแล้ว มาตรา ๔ ก็ปรับลดลง ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในการตั้ง งบกลาง มาตรา ๔ นั้นตั้งไว้ทั้งหมด ๒๖๕,๗๖๓ ล้านบาท ถ้ามีประเทศไหนในโลกนี้ ผมใช้ คําว่าในโลกนี้ที่เปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ถ้าเขาตั้งแบบนี้บอกมา การตั้งงบประมาณ ประเภทนี้บอกได้ว่าประเทศนั้นเปึนประเทศที่ล้าหลัง ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีประเทศไหนหรอก ที่เขาตั้งงบประเภทนี้เอาไว้มาก ประเทศไทยเรานี่ตั้งไว้ถึง ๑๒.๘ กว่าล้านบาท แล้วเชื่อว่า ในอนาคตจะตั้งมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการตั้งให้มากนั้นมันก็ทําให้ เกิดการใช้จ่ายงบประมาณนั้นหละหลวมและช้า เพราะว่าผู้รับผิดชอบนั้นไม่สามารถ บอกได้ว่าคือใคร เหมือนกับเมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการได้รายงานพี่น้องประชาชน สื่อมวลชนคงได้ยิน บอกงานภัยพิบัติที่เกิดขึ้น น้ําท่วม ฝนฟัาไม่ดี พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ที่เบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ล่าช้า เพราะว่ามันมีการตรวจสอบหรือมีระบบของการเบิกจ่าย นั่นคือระบบล้าหลัง ให้ท่านรู้ไว้ด้วยนั่นคือระบบล้าหลัง นี่คือระบบของการที่เขาเรียกว่า ดึงอํานาจไว้ที่ตัวเอง ไม่กระจายอํานาจ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่า ประเทศที่เจริญแล้วบอกเลยนะไม่มีหรอกครับ ถ้ามีเซิร์ช (Search) มา หามา บอกมา ว่ามีประเทศไหน ล้วนแต่ประเทศล้าหลังทั้งนั้น ถ้าท่านอยากจะให้ประเทศไทยล้าหลัง ไม่ต้องดูอะไร เขาบอกดูที่การตั้งงบประมาณบอกได้ว่าประเทศเปึนอย่างไร นั่นคือ ส่วนหนึ่งท่านประธาน มันบอกได้ว่าประเทศเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ได้บอกถึงวิธี การบริหารจัดการ แต่ว่างบประมาณเปึนที่มาของการบอกทุกเรื่องว่าประเทศนี้ดีงาม ขนาดไหน อย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมได้ตัดงบประมาณไว้ ในส่วนเงินชดเชย ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อสักครู่นี้ท่านสถาพรจากจังหวัดลําพูนก็ได้ กล่าวไปส่วนหนึ่ง ท่านบอกว่าตัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมตัดหมดครับ สาเหตุที่ตัดหมดเพราะอะไร เพราะไม่มีเหตุจําเปึน มีเหตุจําเปึนอะไร ถ้าเราตั้งงบประมาณ ที่เหมาะสมถูกต้อง แล้วการชดเชยอย่างนี้ไม่ควรจะต้องชดเชยด้วยเพราะอะไร เพราะว่า ในขณะนี้ไม่มีเหตุว่าทําอย่างไรในการตั้งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ นั้นต้องชดเชย เพราะว่าอะไร น้ํามันก็ไม่ขึ้น เหล็กก็ไม่มีจะขึ้น ทองคําก็มีแต่จะลงไม่มีขึ้น เพราะฉะนั้นเรียนว่าไม่มีครับ เพราะฉะนั้นเราตั้งไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ยกเว้นว่าท่านตั้งงบประมาณเอาไว้สําหรับชดเชย ย้อนหลังที่มีขอมา แต่ไปตรวจสอบเถอะ อย่างท่านสถาพรที่กล่าวเมื่อสักครู่นี้มีแต่ บริษัทยักษ์ ๆ ทั้งนั้นที่ได้ไป บริษัทที่เปึนชาวบ้านไม่ได้หรอกครับ นี่ก็คือ ๒ มาตรฐาน ทําไมเหตุของงบประมาณในการที่บริษัทต่าง ๆ ในประเทศของเราเปึนบริษัทเล็ก ๆ หรือเราเรียกว่าบริษัทเอสเอ็มอี ชาวบ้านทําทําไมไม่ได้รับชดเชย ทําไมไม่ได้ค่าเค (K) แล้วบริษัทยักษ์ใหญ่มันมาจากไหนมันถึงได้ค่าเค ก็ต้องไปนั่งคิดกัน เขาทําไม่ได้เพราะอะไร เราชดเชยเปึนเพราะอะไร เราเรียกว่าค่าโง่หรือค่าฉลาด แต่ผมบอกว่านี่ค่าฉลาดนะ ไม่ใช่ค่าโง่ ค่าเคนี่ค่าฉลาดนะ เพราะว่าฉลาดในการที่จะเอางบประมาณไปใช้กัน ในลักษณะแบบนี้ ช่วยพรรคพวกเพื่อนฝูงก็โอเค แต่ว่าชาวบ้านเขาเดือดร้อนอย่าไปทําเลย แบบนี้ สู้เอาเงินไปอย่างอื่นดีกว่า เช่นเอามาขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ เมื่อวานนี้ฟังไหม ท่านก็บอกว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นน้อยไป สาเหตุที่ขึ้นน้อยไปเพราะว่าอะไร ข้าราชการไม่สามารถอยู่ได้ในปัจจุบัน ผู้ใช้แรงงาน ก็เช่นเดียวกันครับ ขึ้นไป ๒๕๐ บาทต่อวัน ในขณะนี้จะอยู่กันอย่างมีคุณภาพค่าแรงงาน ของผู้ใช้แรงงานต่อวันต้อง ๒๕๐ บาท แล้วต้องใช้เสมอเหมือนทั้งประเทศ ไม่ใช่ใช้ ในกรุงเทพฯ ๒๐๖ บาท แล้วไปใช้ในจังหวัดอื่น ๆ แค่ ๑๐๐ กว่าบาท ถามว่าแล้วจังหวัด อื่น ๆ มันจะมีคนงานได้อย่างไร แล้วจะมีโรงงานได้อย่างไร ในจังหวัดคนเขาก็ต้องมาหา งานในกรุงเทพฯ ก่อน หรือจังหวัดที่ใกล้เคียงก่อน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก่อน หรือจังหวัดสมุทรปราการก่อน แล้วถึงจะไปจังหวัดที่มีค่าแรงต่ํา เพราะอะไร เพราะไม่มี ที่ไหนหรอกมนุษย์หรือสัตว์โลกเขาจะไป บ่อที่ไม่มีปลา นกต้องไปหาปลาในบ่อที่มีปลาเยอะ มีอาหารเยอะ เช่นเดียวกันครับ ค่าแรงเยอะ มนุษย์เปึนสัตว์โลกชนิดหนึ่ง ถ้าฉลาดก็ต้อง มากรุงเทพฯ ก่อน ไม่ใช่ไปจังหวัดที่ค่าแรงต่ํา เพราะวันหนึ่งได้ค่าแรงเท่ากัน นี่เปึนสิ่งหนึ่ง ที่ทําให้กีดกั้นความเจริญที่ไปอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ ท่านใช้ระบบผิด ฉันใช้ระบบวิธีการไปตัด ค่าแรงของชาวบ้านเพื่อจูงใจให้เขามีงานทํา แต่ท้ายที่สุดชาวบ้านเหล่านั้นไม่มีโรงงาน ไม่มีงานจะทํา เพราะไม่มีโรงงานจะไป เพราะหาคนงานไม่ได้ ผมยกตัวอย่างจังหวัดชัยนาท ถามว่าหาคนงานได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะคนงานมากรุงเทพฯ หมดครับ คนในจังหวัดชัยนาท ก็ต้องมากรุงเทพฯ หมด ยกเว้นคนที่จะอยู่ในจังหวัดชัยนาท ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน คนที่อยู่จังหวัดชัยนาทหรือว่าอยู่ในถิ่นของตัวเอง ใช้คําว่าอยู่ในถิ่นตัวเอง เปึนเพราะเขา มีพ่อแม่จะต้องดูแล มีลูกที่จะต้องดูแล มีภาระเกี่ยวข้องที่ต้องดูแล เขาจึงจําเปึนต้อง จําใจอยู่แล้วก็จําใจได้ค่าตอบแทนตรงนั้นเปึนรายวันที่น้อยกว่าในกรุงเทพมหานคร แต่คน ที่เขาเดินทางมายังมีโอกาส การใช้ในลักษณะการบริหารแบบนี้ถือว่าเปึนการเอาเปรียบ ผู้ใช้แรงงาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ผ่านไปผู้มีอํานาจ ทั้งหลายในประเทศ ให้ใช้ค่าแรงเท่ากันสําหรับผู้ใช้แรงงาน เช่นเดียวกับข้าราชการ ข้าราชการอยู่จังหวัดอื่น ๆ ทําไมได้เงินเดือนเท่ากัน อยู่จังหวัดชัยนาททําไมไม่ได้น้อยกว่า อยู่จังหวัดอุบลราชธานีทําไมไม่ได้น้อยกว่ากรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ทําไมไม่ได้มากกว่า คําถามที่หาคําตอบเพราะฉะนั้นมันต้องเท่ากันครับ ค่าแรงของผู้ใช้แรงงานมันต้องเท่ากัน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าค่าแรงงานโดยคิดแล้วต้องประมาณ ๒๕๐ บาท ถึงจะอยู่ได้ อย่างมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นต้องปรับค่าแรงผู้ใช้แรงงานใหม่ทั้งประเทศ ผมเรียกร้อง ถ้าเปึนข้าราชการถามว่าต้องเท่าไร ณ วันนี้ต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านจะปรับกันให้เท่าไร ๘,๗๐๐ บาท เดิมมัน ๗,๙๔๐ บาท ท่านอยากจะปรับให้เพิ่มเปึน ๘,๗๐๐ บาท ถามว่า เพิ่มอีกเท่าไร ๖๐๐ กว่าบาท พอกินไหม ไม่พอหรอกครับ ๘,๗๐๐ บาท เปึนลูกอกตัญ็ู ทั้งนั้นเลย ถามว่าเปึนลูกอกตัญ็ูอย่างไร อยากจะเล่าให้ฟังท่านประธาน นิดหนึ่งครับ อาจจะเสียเวลาหน่อยหนึ่ง