ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องการใช้จ่ายงบกลาง โดยเน้นย้ำถึงการใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการสำหรับข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ รวมถึงการปรับเลื่อนเงินเดือนและเงินชดเชยสํารอง โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉันขออนุญาตใช้ช่วงเวลานี้ตอบข้อซักถามคําอภิปรายของท่านสมาชิกในช่วงแรก สําหรับทุกท่านที่ได้อภิปรายมาทั้งหมด ๙ ท่าน ในเรื่องของงบกลาง มาตรา ๔ กราบเรียนว่า ท่านถามว่ากรรมาธิการได้สอบถามในที่ประชุมบ้างไหมถึงเรื่องของการใช้จ่ายแล้วก็ หลักเกณฑ์นะคะ ดิฉันก็กราบเรียนว่าตามที่เพื่อนสมาชิกได้ไว้วางใจมอบหมายให้ดิฉัน ไปทําหน้าที่กรรมาธิการ ดิฉันก็ทําหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบแล้วก็ทําหน้าที่แทนทุกท่าน ในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณว่าสอดคล้องตรงกับนโยบายแล้วเปึนประโยชน์ สูงสุดหรือไม่ เฉพาะในส่วนของงบกลางนั้นดิฉันกราบเรียนว่าในมาตรา ๔ สําหรับ ป้ ๒๕๕๔ ได้ตั้งไว้ ๒๖๕,๗๖๓ ล้านบาท ที่ดูแล้วเปรียบเทียบกับป้ ๒๕๕๓ หลาย ๆ ท่าน บอกว่าตั้งสูงขึ้น ดิฉันก็กราบเรียนว่าถ้าเราไปดูทุกกระทรวงก็จะสูงขึ้นทุกกระทรวง เพราะว่าการจัดสรรงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ นั้นเปึนการจัดงบประมาณแบบรัดเข็มขัด ในช่วงที่มีวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นก็คือเปึนการจัดงบประมาณที่ต่ํากว่าความเปึนจริง แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๒ ก็จะเห็นได้ว่าตัวเลขนี้ก็ไม่ได้มี ความแตกต่าง แล้วก็อยู่ในภาวะที่เหมาะสม ขออนุญาตชี้แจงว่าในงบกลางทั้งหมด ถ้าท่านดูในรายละเอียดแล้วก็ตรวจสอบจะมีทั้งสิ้นอยู่ ๑๒ รายการ ซึ่งแบ่งออกเปึน ๒ กลุ่มนะคะ กลุ่มที่ ๑ ก็เปึนค่าใช้จ่ายที่ทราบวัตถุประสงค์ในการดําเนินงาน หมายความว่า รู้วัตถุประสงค์ว่าจะเก็บงบกลางนี้ไว้ทําอะไร แต่ยังไม่รู้เปัาหมายที่ชัดเจนว่ามันจะเกิดเหตุ ที่ไหนหรือว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบ หรือว่าจะต้องดําเนินการอย่างไร ในกลุ่มที่เปึน ค่าใช้จ่ายที่ทราบวัตถุประสงค์ แต่ไม่ทราบเปัาหมายก็มีอยู่ ๕ รายการ คิดเปึนร้อยละ ๒๐.๑๕ ของงบกลางนะคะ ก็คืออยู่ที่วงเงิน ๕๓,๕๕๐ ล้านบาท ๕ รายการนั้นก็ได้แก่ ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งมีวงเงินอยู่ ๒,๓๐๐ ล้านบาท ถามว่าค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากพระราชดําริทําไมถึงไม่ทราบเปัาหมาย จริง ๆ ก็ทราบ เพราะว่าเปึนโครงการพระราชดําริที่ดําเนินการอยู่แล้ว แล้วก็ทําต่อเนื่อง อันนี้ก็จะทราบ เปัาหมายชัดเจน แต่ถ้าเปึนโครงการตามพระราชดําริที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ นะคะ ยกตัวอย่าง เช่นในวันสําคัญที่พวกเราได้ติดตามรอคอยก็จะเห็นได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยกตัวอย่างนะคะว่าท่านได้มีพระราชเสาวนีย์กล่าวถึงภาวะที่ท่านห่วงใยในสถานการณ์ ธรรมชาติของประเทศ พวกเราที่เปึนหน่วยงานหรือภาครัฐก็มักจะต้องไปดําเนินการที่ อาจจะเตรียมการรองรับ เหล่านี้เปึนต้น อันนี้ก็อาจจะเปึนโครงการใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งเปึนโครงการเดิม นอกจากนั้นก็มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ อันนี้รู้ว่าต้องจัดแน่นอนค่ะ แต่ว่ายังไม่มีหน่วยงานที่ท่านคณะรัฐมนตรีจะได้มอบให้หน่วยงานใด ที่จะเปึนหน่วยงานที่เปึนเจ้าภาพหลัก อันนี้ก็ยังไม่สามารถไปตั้งไว้ที่หน่วยงานใดได้ ก็มา จัดไว้ที่ตรงงบกลางนี้ แล้วอีกรายการหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดําเนิน แล้วก็ต้อนรับประมุขต่างประเทศ อันนี้อาจจะตั้งเปัาหมายไว้ว่าใช้ในการต้อนรับประมุข ต่างประเทศ แต่ว่าในแต่ละป้ก็อาจจะมีกําหนดการว่าจะมีประมุขประเทศใดบ้านที่ เดินทางมาประเทศเรา อันนี้ก็ตั้งไว้อยู่ที่ ๖๐๐ ล้านบาทนะคะค่าเงินชดเชย เงินชดเชย ค่างานสิ่งก่อสร้าง เดี๋ยวทางท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณจะได้ช่วยชี้แจงนะคะ สําหรับเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ซึ่งเพื่อนสมาชิกให้ความสําคัญ แล้วก็ ได้อภิปรายกันมากอยู่ที่ยอดเงิน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาทนะคะ ดิฉันกราบเรียนว่าชื่อก็บอก อยู่แล้วว่าสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ไม่ใช่เปึนเงินที่หลายท่านพูดบอกว่า ให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปจ่ายตามอําเภอใจ หรือว่าจะไม่มีหลักเกณฑ์นะคะ ในคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามถึงหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินตรงนี้นะคะหลักเกณฑ์ก็คือ มันมี ๒ คําค่ะ ก็คือ กรณีฉุกเฉินกับกรณีจําเปึน ๒ อันนี้จะมีความต่างกันในกรณีฉุกเฉินก็คือ ก็ทราบอยู่แล้ว ว่ามันเกิดโดยไม่คาดคิด หลายเรื่องไม่ว่าจะเปึนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสาธารณภัยต่าง ๆ ที่เกิดเหตุกะทันหัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สิน ของประชาชนแล้วก็ราชการ นอกจากนั้นก็ยังมีเงินค่าใช้จ่ายเร่งด่วนค่ะ กรณีสมมุติว่า อุทกภัย ภัยแล้งที่หลายท่านพูดไปแล้ว ท่านก็เข้าใจสําหรับฉุกเฉิน อันนี้ก็จะมีหลักเกณฑ์ ชัดเจน เดี๋ยวดิฉันจะได้ตอบต่อไปนะคะ สําหรับหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายกรณีที่จําเปึน ยกตัวอย่าง เช่น สมมุติกรณีการเลือกตั้งเกิดว่ามี อย่างเช่น ตอนสมาชิกของเรานะคะ ยกตัวอย่างท่านอาจารย์ทิวา เงินยวง ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรม อันนี้ก็ไม่ได้อยู่ในแผนที่เรา คาดคิดนะคะ ก็ต้องใช้จ่ายสําหรับเตรียมการเลือกตั้ง สมมุติว่าไม่ได้เตรียมการไว้ก็จะ สามารถมาขอใช้เงินจากงบกลางนี้ก็ได้นะคะ ยกตัวอย่าง หรือว่าเปึนค่าใช้จ่ายในกรณีที่ เร่งด่วนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติที่จะต้องเดินทางไปร่วมประชุมทางการค้า ขณะนี้รัฐสภาของเราก็ได้พิจารณากรอบการเจรจาข้อตกลงต่าง ๆ เข้าไปเปึนสมาชิกกลุ่ม ประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะต้องมีค่าสมาชิก ถ้าหากว่าเข้าไปเปึนสมาชิกใหม่ ๆ ในระหว่างป้ ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ก็สามารถมาใช้ในงบกลางในส่วนนี้ได้นะคะ ดิฉันกราบเรียนว่า งบกลางที่ตั้งไว้ ๔๗,๖๐๐ ล้านบาทนี้ เมื่อเปรียบเทียบกลับไปแล้ว มันมีหลักเกณฑ์ ในการตั้งค่ะว่า ปกติแล้วแต่ละประเทศก็จะตั้งงบกลางไว้อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๑ ของวงเงิน งบประมาณทั้งหมด ทีนี้พอเราดูสถิติย้อนหลังกลับไปอยู่ในประมาณนี้นะคะ ๓ ป้ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ปรากฏว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ เปึนต้นมาได้เกิดภัยพิบัติ มากมายหลายเรื่อง ทั้งภัยธรรมชาติแล้วก็สิ่งที่เปึนปรากฏการณ์ต่าง ๆ ปรากฏว่าตัวเลข ที่ผ่านมานั้นเราก็ใช้งบอยู่ที่ประมาณ ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ๒.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ป้นี้ในป้ ๒๕๕๔ ก็เลยคิดตัวเลขเฉลี่ยตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๒ ก็ตั้งงบกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วนและจําเปึนไว้ที่ร้อยละ ๒.๓ ก็อยู่ที่วงเงิน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็จะเปึนส่วนของงบ ที่ท่านได้สอบถามนะคะ สําหรับหลักเกณฑ์ท่านถามว่าแล้วเวลาที่เอาไปใช้หลักเกณฑ์ ขอไปได้ง่าย ๆ ใครเอาไปใช้ได้ตามอําเภอใจหรือเปล่า ไม่ใช่นะคะ คณะกรรมาธิการได้ ตรวจสอบแล้ว เพราะว่าพวกเราก็ห่วงใยเช่นเดียวกับท่านนะคะว่า กรณีที่จะต้องใช้ งบฉุกเฉินเร่งด่วนจะต้องมีหลักเกณฑ์อะไร คําตอบที่ได้รับก็คือมันมีขั้นตอน ก็คือในกรณีที่ ท่านบอกว่าเกิดภัยพิบัติขึ้นในจังหวัด หรือในพื้นที่ของท่านส่วนราชการที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมมุติว่าถนนขาด สะพานขาด ก็ขึ้นอยู่กับ กระทรวงคมนาคม หรือว่าถ้าเกิดพายุ วาตภัย ก็อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยใช่ไหมคะ ก็ต้องเสนอมาที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดให้พิจารณาก่อน ก่อนที่จะส่งเรื่องมาให้สํานักงบประมาณนะคะ ยกเว้นกรณีที่คณะรัฐมนตรีหรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการไว้แล้ว นอกนั้นแล้วก็ต้องส่งมาที่ส่วนราชการแล้วก็ผ่านมาที่สํานักงบประมาณ เมื่อมาถึง สํานักงบประมาณแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะให้ง่ายทางสํานักงบประมาณเองก็ต้องตรวจสอบก่อนว่า หน่วยงานนั้นมีงบอยู่แล้วหรือเปล่า ถ้ามีอยู่แล้วก็ให้ไปใช้ของหน่วยงานนั้น แต่ถ้าไม่มี ไม่เข้าเกณฑ์เข้าข่ายถึงจะมาใช้งบกลาง ไม่เข้าเกณฑ์ ซึ่งตามหลักเกณฑ์นั้นก็จะกําหนด มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ กําหนดให้ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณเปึนผู้พิจารณาอนุมัติงบกลางได้ งบฉุกเฉิน เร่งด่วนในวงเงินไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท อยู่ในอํานาจของผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ แต่ถ้าเกินก็ให้สํานักงบประมาณนําเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แต่ก็ไม่ได้ให้อํานาจท่านนายกรัฐมนตรีไว้ทั้งหมด เพราะว่าอํานาจของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น จะมีอยู่แค่ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิน ๑๐๐ ล้านบาทต้องไปผ่านคณะรัฐมนตรี ให้อนุมัติในหลักการก่อน เมื่ออนุมัติแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเอาไปใช้ได้ตามอําเภอใจ เพราะว่าหลักการวิเคราะห์ความจําเปึน การใช้จ่าย การตรวจสอบเปึนไปตามหลักการ ของงบประมาณทุกประการ ต้องมีหลักฐานการตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามระเบียบว่า เปึนไปตามหลักเกณฑ์ของสํานักงบประมาณหรือไม่ ดังนั้นดิฉันอยู่ในสภาแห่งนี้ จึงได้ยินเสียงสมาชิกได้หารือกับท่านประธานบ่อยครั้งว่าเวลาน้ําท่วมกว่าจะได้งบไปชดเชย ทําไมนานเหลือเกิน เหตุที่นานเหลือเกินเพราะว่ามันมีขั้นตอนในการติดตามตรวจสอบ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงว่างบกลางนี้จะสามารถเอาไปใช้ได้ตามอําเภอใจนะคะ ในส่วนนี้ดิฉันก็กราบเรียน
อีกกลุ่มหนึ่งงบกลางที่ยังเหลือ ในกลุ่มที่เปึนค่าใช้จ่ายจํานวนมากเลย ถึงร้อยละ ๗๙.๘๕ ของงบกลาง ก็คือเปึนวงเงิน ๒๑๒,๒๑๓ ล้านบาท อันนี้ถ้าท่าน ตรวจสอบท่านก็จะรู้ว่าทั้งหมดมีอยู่ ๗ รายการ แล้วก็เปึนรายการที่จําเปึนที่ต้องจ่าย ทั้งสิ้นเลย แต่ว่าอยู่ในงบกลางนี้ก็คือ
รายการที่ ๑ เปึนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ซึ่งท่านที่เคยเปึนข้าราชการหรือว่าพี่น้องข้าราชการที่ฟังอยู่ก็คงจะ รับทราบได้ เวลาเจ็บป์วยก็ต้องไปรักษาพยาบาลแล้วก็เบิกจ่าย ก็จะใช้จ่ายอยู่ในงบตรงนี้ ซึ่งมีอยู่ถึง ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนค่าใช้จ่ายสําหรับค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ
รายการที่ ๒ ก็เปึนค่าใช้จ่ายตามสิทธิ เปึนเรื่องของเงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ กับกลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจํา หรือว่าเงินทําขวัญอะไรต่าง ๆ มีวงเงินที่ดูจาก อัตราที่จ่ายแต่ละป้ก็ตั้งไว้ที่ ๙๖,๑๐๓ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วก็จะมีรายการที่ตั้งเอาไว้ สําหรับช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐ เปึนสวัสดิการช่วยเหลือ การศึกษาบุตร เงินกรณีเสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น ไปปฏิบัติราชการที่ในเขต แล้วก็เกิดสูญเสียชีวิตขึ้นมาในเหตุต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ก็จะได้รับเงินตรงนี้ ก็จะกันไว้อยู่ที่ ๕,๒๘๐ ล้านบาท นอกจากนั้นพวกเราก็เห็นว่าจะต้องมีการปรับเลื่อนเงินเดือน วุฒิข้าราชการ ซึ่งในแต่ละป้ก็จะต้องมีการปรับวุฒิ ปรับเงินเดือน ก็จะตั้งเงินไว้ที่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับเงินชดเชยสํารอง เงินสมทบ ของข้าราชการ อันนี้ก็จะทําไว้ สําหรับให้ข้าราชการที่เปึนสมาชิกกองทุน กบข. อันนี้คิดว่าคงจะไม่ต้องลงในรายละเอียด เพราะพวกท่านทราบดีว่าตรงนี้ก็จะต้องมีไว้ใช้จ่ายเพื่อเปึนเงินสํารอง ก็จะอยู่ที่ ๓๐,๐๗๐ ล้านบาท
อีก ๒ รายการก็คือเงินสมทบลูกจ้างประจํา ซึ่งจะเปึนรายการที่เอาไว้ สมทบให้กับลูกจ้างประจําที่เปึนสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพหรือ กสจ. ซึ่งหลายท่าน ก็ได้ใช้สิทธิตรงนี้อยู่ ก็อยู่ที่ ๗๖๐ ล้านบาท
รายการสุดท้ายที่อยู่ในงบกลางด้วยก็คือค่าใช้จ่ายในการปรับบัญชี เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนรายเดือน อันนี้ก็คิดว่าครอบคลุมทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ก็อยู่ที่วงเงินถึง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจากทั้งหมด ที่กล่าวมาแล้วยอดงบกลางที่ตั้งไว้ถึง ๗๙.๘๕ เปอร์เซ็นต์เปึนค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่จะ ต้องจ่าย ส่วน ๒๐.๑๕ เปอร์เซ็นต์ก็เปึนค่าใช้จ่ายตามที่กล่าวไปแล้ว ดิฉันก็ขอ กราบเรียนว่าในการทําหน้าที่นั้นท่านถามว่ากรรมาธิการได้ตรวจสอบไหม ก็บอกว่า ตรวจสอบแล้วก็ยืนยันว่าพวกเราได้ทําหน้าที่ด้วยความตั้งใจ แล้วก็พิจารณางบประมาณ โดยไม่เคยใช้อํานาจหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ก็ขอกราบเรียนชี้แจงเบื้องต้น ไว้เท่านี้นะคะ