ดวงแข อรรณนพพร หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยกล่าวหาว่าการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเป็นส่วนใหญ่ และเรียกร้องให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชากร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้ ก็ถือว่าเปึนอีกวันหนึ่งที่มวลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะได้มีการร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวาระ ๒ และวาระ ๓ ซึ่งจะเปึนตัวชี้วัดและเปึนตัวกําหนดทิศทางในการบริหารประเทศชาติว่า จะเปึนไปในทิศทางใด ซึ่งวิธีการปรับลดงบประมาณก็ถือว่าเปึนอีกวิธีการหนึ่งซึ่งจะได้ มีการนําเงินในส่วนของการปรับลดและเข้าไปแปรญัตติเพื่อนําเงินมาใช้ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเปึนที่น่าสังเกตว่า ในงบประมาณป้ ๒๕๕๔ ซึ่งมีการจัดตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่า เปึนงบประมาณที่มากมาย แต่ในส่วนนี้จะเปึนงบประมาณในการใช้จ่ายของภาครัฐถึง ๘๐.๓ เปอร์เซ็นต์ และเปึนส่วนที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจแค่ ๑๖.๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าเปึนเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากนะคะ ซึ่งขณะนี้ต้องกราบนําเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ ประเทศชาติของเรากําลังอยู่ในภาวะที่ต้องใช้เงินกู้ ฉะนั้นสิ่งสําคัญในลําดับต้น ๆ ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า ในลําดับต้น ๆ ก็คือจะต้องมีการเพิ่มรายได้ให้กับประชากร ฉะนั้นในการบริหารประเทศมันก็คงจะไม่แตกต่างจากการบริหารระบบบริษัท ก็คือถ้าเรา กู้เงินมาก็ต้องเร่งหาเงินใช้หนี้ และวิธีการที่จะหาเงินใช้ให้ได้มากที่สุดก็คือต้องมีการ กระตุ้นเศรษฐกิจ และวิธีการหนึ่งก็คือทําอย่างไรในเมื่อเรากู้เงินมาจะต้องใช้เงินให้ได้ ประโยชน์สูงและประหยัดสุด และปัองกันการทุจริตคอร์รัปชันในองค์กร และการบริหาร จะต้องเปึนไปด้วยสิ่งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเปึนที่น่าเสียใจแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญในกระทรวงซึ่งถือว่าเปึนกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเปึนส่วนใหญ่ ท่านจะเห็นว่าในการจัดสรรงบประมาณเงินในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้รับน้อยมาก หรือแม้กระทั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะได้รับการจัดสรร งบประมาณที่น้อยแต่จะมีการนํางบประมาณบางส่วนไปประเคนให้กับบางกระทรวง ต้องเรียกว่า ประเคนให้เลยนะคะ ให้บางกระทรวงที่ใช้แบบสบายมือ ใช้แบบนักเลง แล้วก็ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปตรวจสอบ โดยยังมีการบอกว่างบนี้เปึนงบลับ ซึ่งดิฉัน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคําว่า ลับ ของท่านจะเปึนรับ ร หรือลับ ล อันนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ครั้งแรกที่มีการประกาศนโยบายในการบริหารประเทศ มีการประกาศนโยบายของป้ ๒๕๕๓ ดิฉันก็อดดีใจแทนชาวบ้านไม่ได้ ไม่ว่าจะเปึนนโยบายเช็คช่วยชาติ ไม่ว่าจะเปึนนโยบาย ประกันราคาสินค้าเกษตรกรเปึนนโยบายที่ดี อดดีใจไม่ได้ แต่การปฏิบัติไม่ค่อยจะได้ผล เท่าที่ควร ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในการแจกเช็คช่วยชาติ เช็คช่วยชาติแจกเช็คใบละ ๒,๐๐๐ บาท ให้กับเกษตรกรให้กับประชาชนทั่วไปที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อเดือน สรุปง่าย ๆ ก็คือเรียกว่าประชาชนผู้มีรายได้น้อย แต่ ต้องมีคําว่า แต่ และผู้ที่จะ ได้รับสิทธินี้ก็คือผู้ที่จะต้องอยู่ในระบบประกันตน ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านรู้ หรือแกล้งไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วข้อเท็จจริงคนที่อยู่ในระบบประกันตนจริง ๆ เกษตรกร หรือประชาชนทั่วไปเขาไม่ค่อยได้อยู่ในระบบประกันตนจริง ๆ ฉะนั้นเช็คที่ได้มาถามว่า พี่น้องของดิฉันเอง ลูกหลานของดิฉันเองหรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปคนที่มีอาชีพหลากหลาย คนขับแท็กซี่เขาก็คงจะไม่อยู่ในระบบประกันตน หรือแม้กระทั่งคนงานก่อสร้าง คนงานรายวัน กรรมกรแบกหาม ก่ออิฐ ฉาบปูน ต่อให้คูณวันละ ๒ แรง เดือนหนึ่งก็ไม่ถึง๑๕,๐๐๐ บาท แต่เขาก็ไม่ได้ ดิฉันเข้าไปรับการอบรมประชาชนอยู่ในเขตอําเภอหนองสองห้อง วันนั้น มีประชาชนเข้ารับการอบรม ๙๒๐ คน ดิฉันก็ถามด้วยความดีใจถามประชาชนที่มา นั่งอยู่นี่ ๙๒๐ คน ถามว่าใน ๙๒๐ คนมีใครได้รับเช็คช่วยชาติบ้าง ดิฉันก็มีความมุ่งหวังว่า จะได้เห็นภาพที่เขาได้รับเช็คช่วยชาติ ปรากฏว่าใน ๙๒๐ คนมีคนยกมือแค่ ๓ คนที่ได้รับ เช็คช่วยชาติ นั่นก็เปึนภาพสะท้อนให้เห็นว่านโยบายดี แต่วิธีการปฏิบัติไม่ค่อยจะได้ผล เท่าที่ควร และอีกข้อหนึ่งนะคะที่ถือว่าเปึนนโยบายที่ภูมิใจนักหนา แต่ถามว่าถ้าปฏิบัติได้จริง ๆ ก็จะถือว่าเปึนประโยชน์ให้กับเกษตรกรอย่างมากมาย นั่นก็คือนโยบายประกันราคาสินค้า เกษตรกร ป้ที่แล้วนโยบายนี้สร้างความฮือฮาและสร้างความเจ็บปวดให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนไปพร้อม ๆ กัน ที่ดิฉันบอกว่าเจ็บปวดคืออะไรก็คือแนวนโยบายที่ผิดพลาด ๑. ถามว่าประกันราคาสินค้าเกษตรกรจะต้องมีหน่วยงานกระทรวงที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเปึนคนจัดเก็บฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเปึน กระทรวงพาณิชย์ที่เปึนผู้วางแนวนโยบาย หรือไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการคลังซึ่งผ่านโดย ธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งจะเปึนผู้นําเงินสู่ประชาชน ปรากฏว่าฐานข้อมูลก็ผิดพลาด จํานวน พื้นที่หรือจํานวนเนื้อที่เกินความเปึนจริง เพราะทั้งผู้ที่เปึนเจ้าของที่นาและผู้ที่ลงมือทํานา ซึ่งเปึนคนละคนกัน แต่ข้อมูลที่ได้มาก็คือพื้นที่เกินกว่าความเปึนจริง นั่นก็คือเหตุผลหนึ่ง ที่ทําให้ข้อมูลผิดพลาด และหลังจากนั้นแนวนโยบายในการปฏิบัติ ปรากฏว่ากระทรวงพาณิชย์ ได้มีการวางแนวนโยบายไป แต่ก็คงจะโทษไม่ได้ เพราะคงถือว่าเปึนแนวนโยบายและ วิธีปฏิบัติใหม่ก็ทําให้เกิดการผิดพลาดอย่างมากมาย เพราะว่าท่านประธาน กขช. เองก็คง จะเปึนนักเรียนนอก และคณะทํางานก็คงจะไม่ได้เกิดเปึนลูกชาวไร่ชาวนา ก็เลยไม่รู้ว่า กลไกที่แท้จริงของปัญหาของเกษตรกรคืออะไร ทําให้เกิดความผิดพลาด ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ นะคะ เกษตรกรขณะนี้