สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณปี 2554 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว และการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้วหรือไม่ และการจัดงบกลางมีความเหมาะสมหรือไม่ เธอยังหารือเรื่องงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมากที่สุดในปีงบประมาณ 2554 และการทุจริตในกระทรวงมหาดไทย โดยขอปรับลดงบประมาณ 5% เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรได้รับการดูแลเอาใจใส่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ เหตุที่ดิฉันต้องขอปรับลดงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ในอัตรา ๕ เปอร์เซ็นต์ คือวงเงิน ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เนื่องมาจากว่างบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานค่ะ ตั้งเอาไว้ที่ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มาจากเงินกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้มากขึ้นกว่า ป้ ๒๕๕๓ ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ปกติคนจะกู้ได้มากขึ้นก็น่าจะมีการชําระหนี้ได้มากขึ้น แต่ปรากฏว่าเมื่อไปดูแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าได้มีการตั้งงบเพื่อใช้หนี้เพียง ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท น้อยกว่าป้ ๒๕๕๓ อีกนะคะท่านประธาน คือน้อยกว่าประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท และงบประมาณส่วนใหญ่ของป้ ๒๕๕๔ ใช้ในเรื่องเกี่ยวกับรายจ่ายประจําถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มีงบลงทุนอยู่ประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วอย่างนี้จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ได้อย่างไร เนื่องจากถ้าเราบอกว่าประเทศเราต้องการการฟุ๋นตัวจากภาวะเศรษฐกิจ เราก็ต้องมีการลงทุนมากขึ้น แต่รัฐบาลกลับนําไปใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการ มากกว่า ประเด็นนี้ก็เปึนสาเหตุหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าน่าจะต้องมีการปรับลดงบประมาณลง ที่สําคัญดิฉันก็ยังไม่เคยเห็นเลยที่เปึนรูปธรรมว่าตรงไหนที่รัฐบาลจะหาเงินมาใช้หนี้ได้ นอกจากการขึ้นภาษีน้ํามัน ภาษีเบียร์ ซึ่งถามว่าเอาเงินมาจากไหน ก็ต้องตอบว่า เงินมาจากประชาชนค่ะ ท่านกรรมาธิการได้มีการสอบถามไหมว่ากู้มากขึ้น แต่ใช้หนี้ น้อยลงเพราะอะไร
ประเด็นที่ ๒ จริง ๆ ดิฉันก็อ่านหนังสือพิมพ์มา ตอนแรกดิฉันก็ไม่คิด เหมือนที่หนังสือพิมพ์ลง แต่ว่าเมื่อแม่ลูกจันทร์เขาบอกว่างบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ นี้ รัฐบาลนี้ทําสถิติใหม่ถึง ๔ อย่างด้วยกัน อันแรก ก็คือเปึนงบที่มียอดรายจ่ายมากที่สุด ตั้งแต่มีประเทศไทย ข้อสอง ก็คือเปึนงบประมาณขาดดุลติดลบมากที่สุดเปึน ประวัติการณ์ ข้อสาม เขาบอกว่าเปึนงบที่กู้เงินมากที่สุดในระบบงบประมาณ ข้อสี่ เปึนหนี้สาธารณะที่สูงที่สุดจนไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้หนี้ ดิฉันยกคําพูดของ แม่ลูกจันทร์มาบอกนะคะตอนนี้ดิฉันก็เห็นด้วยเมื่อฟังหลาย ๆ อย่างมากพูดด้วยกัน
ประเด็นต่อไปที่ดิฉันคิดว่าต้องตัดลดงบประมาณ ก็เนื่องมาจากว่าดิฉัน ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมองดูปัจจุบันประเทศไทยของเราเศรษฐกิจฟุ๋นตัวหรือกําลังจะฟุ๋นตัวกันแน่ เมื่อท่านจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็บอกว่าขึ้นยังไม่ได้ ต้องคงที่ ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์เอาไว้ไปอีก ๒ ป้ เนื่องจากว่าถ้าจะปรับเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์เศรษฐกิจไทย ช่วงนี้อยู่ในช่วงกําลังฟุ๋นตัว ยังไม่แข็งแรง ถ้านํา ๑๐ เปอร์เซ็นต์มาใช้จะส่งผล ทางเศรษฐกิจ ทางการลงทุน แต่อีกทีหนึ่งดิฉันก็ได้ยินจากท่านพูดอีกเหมือนกันว่า สรุปแล้วที่ไม่ต้องกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตาม พ.ร.บ. นี้ เนื่องจากว่าตอนนี้เศรษฐกิจ ของเราฟุ๋นตัวแล้ว จึงไม่จําเปึนต้องกู้ แล้วจริง ๆ ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย เปึนอย่างไรกันแน่ล่ะคะ ท่านกรรมาธิการได้มีการสอบถามไหมคะ
ประเด็นต่อไปที่ดิฉันต้องขอตัดลดก็เนื่องมาจากว่ามีการตั้งงบกลาง เพิ่มขึ้นมากค่ะ ซึ่งต้องเรียนว่างบกลางเปึนงบที่ไม่รู้ว่าจะไปใช้จ่ายในเรื่องอะไรบ้าง ก็ไม่มีใครทราบว่าจะทําอะไรได้บ้าง เปึนงบที่ต้องบอกว่าจ่ายได้สะดวกใช่ไหมคะ เปึนงบ ที่ต้องเรียกว่าสามารถจะทําไปเอื้อประโยชน์ให้กับการทุจริตได้ค่อนข้างมาก ตรงนี้ดิฉัน เลยต้องขอตัดในเรื่องงบกลาง
อันต่อไปก็เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบมากที่สุดของป้งบประมาณ ๒๕๕๔ ดิฉันก็เข้าใจ เห็นด้วยเลยค่ะที่กระทรวงศึกษาธิการต้องได้รับงบประมาณที่มาก ขึ้น เนื่องจากว่ามีภาระที่จะต้องดูแลเยาวชน แล้วก็มีบุคลากรที่จะต้องดูแลค่อนข้างมาก แต่ดิฉันก็ยังเห็นข้อที่ต้องปรับลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องมาจากว่า ปัจจุบันท่านประธาน ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภากับทางท่านประธาน วิลาศ ก็มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องครุภัณฑ์ของอาชีวศึกษา ท่านทราบไหมคะว่าป้นี้ครุภัณฑ์อาชีวศึกษาได้รับในงบไทยเข้มแข็งไปแล้วประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีปัญหาค่ะ มีปัญหาเพราะอะไร มีหลายสเปกเขาบอกว่ามีสเปก เลขาธิการเฉลียว สเปกเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ ๒ งบนี้ ๒ สเปกนี้ต่างกันตรงไหน ต่างกัน ตรงที่ว่าสเปกของเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ได้ของเยอะขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ในขณะที่ซื้อได้ ในราคาเท่าเดิม แต่ปรากฏว่าเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ทําดีเกินไปกระมังคะถึงถูกเด้งไปเปึน ที่ปรึกษาท่านนายกรัฐมนตรี ตรงนี้มาถึงป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานคะ ดิฉันทราบมาจาก เพื่อน ๆ ครูของอาชีวศึกษามากระซิบบอกดิฉันว่าจะทําอย่างไรดีป้ ๒๕๕๔ ได้รับครุภัณฑ์ ที่เปึนเรื่องต่อยอดจากงบของไทยเข้มแข็ง วิทยาลัยเขาไม่มีนักศึกษาที่จะเรียนในสาขานี้เลย งบจากไทยเข้มแข็งที่ได้มีนักเรียนเรียนอยู่แค่ ๙ คน ก็ได้มาแล้ว ๑๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ได้มาอีก ๑๐ กว่าล้านบาท ไม่รู้จะไปสอนใคร ของที่อยากได้กลับไม่ได้ ตรงนี้ก็เปึนประเด็นที่ทําให้ดิฉันเกิดความรู้สึกว่าต้องปรับลดของกระทรวงศึกษาธิการ และที่สําคัญค่ะท่านประธาน จากการที่ได้มีการสอบถามของผู้ที่มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ทราบว่าสเปก ๑ กับสเปก ๒ คือเลขาธิการเฉลียวและเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ มีส่วนต่างถ้าคิดเปึนราคาอยู่ถึง ๓๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ทําให้เกิดความไม่แน่ใจว่าสเปก ก็ซื้อไม่ตรงตามความต้องการของนักเรียน นักศึกษาแล้ว จะทําให้เกิดผลประโยชน์ เอื้อกันเยอะเกินไปหรือเปล่า
ประเด็นต่อไปค่ะ กระทรวงมหาดไทย ต้องบอกว่าได้รับงบประมาณ ค่อนข้างมากเปึนอันดับ ๓ ทีเดียว ก็มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตค่อนข้างมาก ที่สําคัญ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธาน สมาร์ท การ์ด (Smart card) ก็มีปัญหา จัดซื้อจัดจ้าง คอมพิวเตอร์ก็มีปัญหา แม้แต่ดิฉันเองได้มีการไปตรวจพื้นที่ที่ประชาชนร้องเรียนกับ กรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็พบว่ามีอยู่ที่ อบจ. โคราช ทําการสร้างถนน ปรากฏว่าไม่ได้สร้างใหม่ หรอกค่ะ ไปเอาโครงการที่ อบต. ได้ลงทุนไปแล้วทํา แต่มีมูลค่า แค่อําเภอเดียว ๒๗ ล้านบาท ตรงนี้ไม่มีผลงาน แต่เบิกเงินไป ๒๗ ล้านบาท ตรงนี้เกิดการทุจริตเห็น ๆ ก็ต้องเรียนฝาก ไปทางท่านกรรมาธิการว่าได้มีการสอบถามในประเด็นนี้หรือเปล่า
อีกประเด็นค่ะ ประเด็นสุดท้ายที่เปึนสาเหตุให้ดิฉันปรับลดก็เนื่องมาจากว่า ประชาชนของประเทศเรา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เปึนเกษตรกร แต่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการจัดการทรัพยากรเรื่องน้ํา ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท น้อยมากนะคะท่านประธาน ต้องฝากให้ไปปรับดูอย่าให้งบกระจุก อยากให้มันช่วย กระจายตัวด้วย นี่จึงเปึนสาเหตุทั้งหมดที่ดิฉันขอปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ท่านประธาน