จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายเรื่องงบประมาณที่ขาดดุล โดยมีการเก็บภาษี 1.65 ล้านล้านบาท และมีงบขาดดุล 420,000 ล้านบาท และเรียกร้องการปรับลดงบประมาณในปี 2554 โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรายได้ งบประมาณที่ซ้อนและงบประมาณที่กระจุกตัวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกู้เงินโดยไม่มีความรับผิดชอบต่ออนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของภาพรวมงบประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการเก็บภาษีเพื่อเปึนรายได้อยู่ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท เปึนงบขาดดุล อยู่ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายปรับลดมันมีอยู่ ๔ ประเด็น เพื่อที่จะให้รวบง่ายเข้าในการเข้าใจ
ประเด็นแรก งบประมาณครั้งนี้เปึนงบประมาณขาดดุล วันนี้รัฐบาลกู้เงินไปแล้ว รวม ๆ กันล้านกว่าล้านบาท กําลังจะขาดดุลอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องกู้ เรื่องการใช้เงิน รัฐบาลชุดนี้ไม่ค่อยน่าห่วงครับ เก่งทั้งเรื่องกู้และเรื่องการใช้เงิน แต่สิ่งที่เปึนปัญหาหลักคือการหารายได้เข้ามา เพื่อที่จะให้มันสมดุลกับการใช้จ่าย ตั้งเปัาไว้ขาดดุล ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ การทํางบประมาณท่านที่เปึน ส.ส. หลายสมัย รวมถึง ท่านประธานไตรรงค์ ท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณเองคงจะทราบดีนะครับ วงจรของการทํางบประมาณนี่มันเริ่มต้นตั้งแต่เข้าเดือนตุลาคม งบประมาณใหม่ออก งบประมาณป้ถัดไปเริ่มแล้ว ก็จะมีการทําแผนยุทธศาสตร์มีการส่งเรื่องชงเข้ามายัง สํานักงบประมาณ มีการทําโครงการเข้ามาประกอบ แล้วก็เข้ามาที่ ครม. ในที่สุดช่วง เดือนพฤษภาคมก็เข้าสภาผู้แทนราษฎร แล้วเราก็พิจารณากันเหมือนที่ผมได้นั่งประชุมมา ๒ เดือนในช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นนี่ทําให้ผมรู้เลยว่าไม่มีทางที่ทางสํานักงบประมาณ รวมถึงทางรัฐบาลจะรู้ตัวก่อนได้เลยว่าเหตุการณ์ในช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ที่ผ่านมามันจะจบลงด้วยความรุนแรง และแน่นอนครับปฏิเสธไม่ได้ว่าความรุนแรงที่ เกิดขึ้นมีคนเสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บหลายพันคน ในที่สุดวงจรของมันก็กระทบกลับมายัง สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แล้วก็กระทบชิ่งกลับมาสุดท้ายที่การจัดเก็บของรัฐบาล ผมเองต้องกราบเรียนว่าผมเชื่อด้วยความสนิทใจว่าท่านไม่คาดหวังหรอกว่าในที่สุด การใช้กําลังสลายการชุมนุมของทางรัฐบาลมันจะจบลงอย่างนั้น มีคนตาย ในที่สุดต้องคง พ.ร.ก. มาจนถึงวันนี้ กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวหดหาย การลงทุนก็ย้ายฐาน การลงทุน ในประเทศก็ชะลอ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่เชื่อว่าท่านคาดการณ์ไว้ได้ก่อน เพราะผมเชื่อมั่นว่า ท่านพยายามที่จะจบเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองด้วยความสงบ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือแน่นอนว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ผมเชื่อว่าในที่สุดมันจะคลาดเปัา ท่านรัฐมนตรีกรณ์เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ ที่ผ่านมาว่าท่านเชื่อว่าป้หน้าจะจัดเก็บได้ ๑,๗๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่านั่น ด้วยความเคารพเปึนการขายฝัน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบไปทั่ว ต้องกราบเรียนอย่างนี้ เมื่อจัดเก็บไม่ได้ครบนี่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการขาดดุลที่มากขึ้น วันนี้เพดานการขาดดุล ผมทราบดีว่าท่านประธานไตรรงค์ก็นั่งรับฟังอยู่ มันเกือบชนเพดานแล้ว การที่เราจะใช้ งบประมาณแล้วรู้ว่าจัดเก็บไม่ได้นี่มันก็เปึนภาระกับการที่จะต้องหาเงินงบประมาณ มาชดใช้หนี้สินสาธารณะที่เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้านะครับ ก็เปึนสาเหตุแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องปรับลดงบประมาณในป้ ๒๕๕๔ นี้
ประเด็นที่ ๒ ผมกราบเรียนอย่างนี้ วันนี้รัฐบาลกู้เงินมาหลายระลอก มันมี โครงการกู้เงินครั้งหนึ่งที่เรียกว่า พ.ร.บ.เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในที่สุดต้อง กราบขอบคุณทางสมาชิกวุฒิสภาที่ปัดตก เมื่อ พ.ร.บ. นี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วเข้าไป ถึง ส.ว. ท่านปัดตกลงมานี่ ผมกราบเรียนเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันคือการหมกเม็ดโครงการ อยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณในป้นี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ จากการที่ได้นั่งอยู่ ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ๒ เดือนนี่จะเห็นเลยว่ามันมีโครงการหลาย ๆ โครงการที่ มีความซ้ําซ้อนและมีความเหมือนกับโครงการจาก พ.ร.บ. กู้เงินที่ไม่ผ่านสมาชิกวุฒิสภา สิ่งที่เกิดขึ้นคือความซ้ําซ้อนของโครงการ วันนี้ท่านบอกว่าไม่อยากกู้เงินแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทปัดออกไปก่อน แต่อย่างไรก็ตามมันยังคงอยู่ในสารบบของรัฐสภา วันหนึ่งถ้ามีความจําเปึนท่านตัดสินใจว่าจะกลับมากู้มันอีกครั้งหนึ่ง เอากลับเข้ามายัง สภาผู้แทนราษฎร โครงการที่มันซ้ําซ้อนจะทําอย่างไร สิ่งนี้ประเด็นนี้มีการพูดคุยกัน ในกรรมาธิการงบประมาณหลายครั้งหลายหน แต่ผมเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมไม่เห็นถึงการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน วันนี้จําเปึนเลยที่จะต้องมาพูดเพื่อที่จะบันทึกไว้ ในสภาผู้แทนราษฎรว่าอย่างน้อยกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้ท้วงติงแล้ว เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็ต้องกราบเรียนว่าทางรัฐบาลต้องเปึนผู้รับผิดชอบ เพราะว่าเงินงบประมาณ มันมาถึงแล้วมันทําซ้ํามันทําไม่ได้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านอาจจะไปเข้าใจว่า โครงการที่ผ่านงบประมาณในครั้งนี้หรือ พ.ร.ก. เงินกู้ที่ผ่านมาแต่ละอัน มันเปึนโครงการใหม่ คิดชื่อไทยเข้มแข็งมา มันจะมีโครงการที่ไทยเข้มแข็ง ไทยเข้มแข็งใหม่ ๆ ขึ้นมา ในข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติมันไม่ได้เปึนเช่นนั้นเลย ในระบบของราชการเองผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา โครงการทั้งหมดนี่มันเปึนโครงการ เดิม ๆ ครับ ตั้งแต่สมัยอดีตมาถึงสมัยพรรคไทยรักไทย มาถึงสมัยพรรคพลังประชาชน มาถึงพรรค ประชาธิปัตย์ มันก็แค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้นเอง เปลี่ยนวัตถุประสงค์เท่านั้นเองนะครับ ในอดีต เราบอกว่าเพื่อความมั่นคง งบประมาณเพื่อความมั่นคงสมัยที่ คมช. อยู่ โครงการก็เติม เข้าไปในคําวัตถุประสงค์บอกว่า เพื่อความมั่นคง สมัยต่อมาเปึนสมัยของทางพรรค ประชาธิปัตย์บอกว่าเปึนโครงการไทยเข้มแข็ง ก็เติมว่า ไทยเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้าง เศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็แค่นั้นเอง แต่โครงการมันหน้าเดิม ๆ มันไม่มีการเปลี่ยน โครงการใหม่ที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงเข้ามา อันนี้เปึนประเด็น ปัญหาที่ในที่สุดผมเชื่อว่าถ้า พ.ร.ก.การกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันยังคงอยู่ในสารบบ วันนั้นก็ยังจะเปึนปัญหาทางกฎหมายอยู่ที่เราจะต้องมาหาทางแก้ในอนาคต ผมเอง ชี้ประเด็นนี้ในคณะกรรมาธิการงบประมาณไปแล้ว ผมเชื่อว่าท่านรับทราบดีนะครับ แต่การแก้ไขปัญหามันยังไม่เกิด ก็อยากจะดูว่าทางรัฐบาลจะทําอย่างไรต่อไปในการแก้ไข ปัญหาในข้อนี้
ประเด็นถัดมาที่อยากจะกราบเรียน มีงบประมาณที่มีการกระจุกตัวครับ นั่งอยู่ ๒ เดือนเห็นตลอดเวลา กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดของเจ้ากระทรวง กระจุกตัวอยู่ใน พื้นที่ของรัฐบาลบ้าง กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่เปึนเปัาหมายทางการเมืองบ้างนะครับ เราเห็นได้ชัด ผมเองคงจะไปเจาะประเด็นนี้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกลุ่มจังหวัด แล้วก็เรื่องของงบท้องถิ่น แต่อย่างไรก็ตามมันมีการกระจุกตัวอีกประเภทหนึ่งที่น่าเปึนห่วง ถึงทัศนคติแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เปึนการกระจุกตัวอยู่ในงบประมาณของ การแก้ไขปัญหา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้งบที่เรียกว่าแผนงานการแก้ไขปัญหา และพัฒนาชายแดนใต้กระจายตัวเปึนดอกเห็ดอยู่ในทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม แนวทางการแก้ไขปัญหาก็ไม่ชัด ผลผลิตออกมามันดี ไม่ดี แก้ไขปัญหาได้จริงไหม ก็ไม่มีคําตอบ ถามแล้วถามอีก แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ มีการรวบรวมข้อมูล ออกมาว่าในที่สุดงบประมาณส่วนนี้มีเท่าไร ๑๙,๑๐๑ ล้านบาท งบประมาณสําหรับ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาชายแดนใต้กระจายตัวอยู่ในทุกหน่วยงาน หลัก ๆ มี กอ.รมน. กระทรวงกลาโหม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ พอลงไปดูรายละเอียดปรากฏว่าน่าตกใจกว่านั้นอีกครับ เพราะงบประมาณ ของโครงการที่เรียกว่าการแก้ไขปัญหาพัฒนาชายแดนภาคใต้มันเปึนงบประมาณผูกพัน ถ้าไปดูลงลึกในรายละเอียด ถ้าดูเล่มงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ เทียบกับป้ปัจจุบันนี้จะเห็น ตัวเลขชัดเจนว่ามันมีการปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณ ป้ที่แล้วบางตัวบอกว่าแก้ไขปัญหา ชายแดนใต้วงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท เหม่อแป็บเดียวป้นี้ป้ปัจจุบันเขียนบอก ๒,๐๐๐ กว่า ๓,๐๐๐ รวม ๆ กันวงเงินงบประมาณในปัจจุบันที่ปรับเพิ่มขึ้นมาเปึนแสนล้านบาท ผูกพัน หลายป้ ๓ ป้ ๔ ป้บ้าง ซึ่งผมต้องกราบเรียนว่าอันนี้เปึนการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งกับ กรรมาธิการงบประมาณในชุดก่อน ๆ และชุดปัจจุบันด้วย เพราะป้ที่แล้วถ้าผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการงบประมาณป้ที่แล้วด้วยผมพิจารณางบประมาณผ่านงบเท่าไรครับ โอเควงเงินมัน ๒๐๐ ล้านบาทให้ไปก่อนเผื่อจะดูว่าดีไม่ดี ป้นี้ยังไม่ทันเห็นผลเลยดีหรือไม่ ดีมีการปรับเพิ่มวงเงินเปึน ๑๐ เท่าในหลาย ๆ กระทรวง ในหลาย ๆ กรม แล้วถามว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นมันเคยแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานครับด้วยความเคารพ สิ่งที่พี่น้องประชาชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการไม่ใช่เงินงบประมาณ แต่เปึน ความเปึนธรรม เปึนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งที่ท่านเอาลงไปให้เปึน งบประมาณเปึนเรื่องของข้าราชการที่เอาไปปฏิบัติ เหมือนที่ท่านสถาพรพูดเมื่อครู่มันเปึน เรื่องของการทอปดาวน์ มันไม่ใช่มาจากข้างล่างขึ้นไปยังเบื้องบนเพื่อที่จะทํางบประมาณ ที่เปึนความต้องการของพี่น้องประชาชนที่แท้จริง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณ ในส่วน ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่เปึนป้ปัจจุบันนี้กระจายตัวอย่างที่บอกมีอยู่ ๕-๖หน่วยงาน เปึนหลัก กอ.รมน. ก็ไปแล้ว ๘,๐๐๐ กระทรวงกลาโหมก็ไป ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ แล้วท่านบอกว่า จะแก้ไขปัญหาภาคใต้ มีการปรับเพิ่มใน ครม. บอกว่าวัตถุประสงค์หลัก เพิ่มรายได้ต่อหัวให้พี่น้องประชาชนใน ๕ จังหวัดนั้นเปึน ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อป้ ตกเดือนละ หมื่นนี่ ท่านมาถามผมสิครับ จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่ถึงเลยครับ ๑๒๐,๐๐๐ บาทผมก็ อยากได้ครับเชียงใหม่คนบ้านผม คนเพชรบูรณ์ก็อยากได้ คนกําแพงเพชรก็อยากได้ ท่าน ส.ส. นั่งนี่หลายท่านไม่มีใครได้ครับ แล้วถามว่าอ้าย ๑๒๐,๐๐๐ บาทที่ท่าน อยากจะให้เขา งบประมาณที่ลงไปท่านเชื่อว่ามันจะทําได้หรือครับ ผมจะกราบเรียนให้ ท่านฟังนะครับงบประมาณที่มันกระจุกตัวนี้ งบประมาณที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาแล้วไปเพิ่ม เงินในกระเปิาพี่น้องประชาชนจริง ๆ มีอยู่แค่ ๖๐๐ กว่าล้านบาทในกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ที่เหลือเปึนกระทรวงกลาโหมครับ เปึน กอ.รมน. ก็ซื้ออาวุธนะครับ สรุปว่ารัฐบาล คิดเหมือนตอนสลายการชุมนุมเสื้อแดงหรือเปล่าจะใช้กําลังเข้าไปว่าอย่างเดียว เอากําลัง เข้าไปแก้ไขปัญหา เอาป๋นเข้าไปแก้ไขปัญหา เขาขอความเปึนธรรมนะครับ อันนี้เปึน ประเด็นที่อยากจะบอกว่าวันนี้งบประมาณมันกระจุกตัวอยู่ในหลายจังหวัด รวมถึง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ด้วย โดยเปึนการลงงบประมาณที่ไม่ตรงจุดกับการแก้ไข ปัญหาที่พี่น้องประชาชนต้องการ
ในประเด็นที่ ๔ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ อันนี้เปึนประเด็นสําคัญมาก วันนี้การทํางบประมาณในป้นี้เปึนงบประมาณที่สร้างหนี้ให้ลูกหลานในอนาคตอย่างขาด ความรับผิดชอบที่สุดคือกู้มากที่สุด ใช้คืนน้อยที่สุด ทําไมถึงพูดอย่างนี้ครับ วันนี้หนี้ สาธารณะของไทยอยู่ที่ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี จีดีพีมีอยู่ ๙.๗ ล้านล้านบาท ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ประมาณ ๔,๑๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ตัวเลขเยอะมากเลย แน่นอนหลายรัฐบาล ที่ผ่านมาก็มีการกู้ มีการขาดดุลงบประมาณ รัฐบาลปัจจุบันไม่น้อยครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อะไรครับท่านประธาน การชดใช้เงินกู้จะไปปรากฏอยู่ในงบประมาณของสํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะของกระทรวงการคลัง ทุกป้ที่ผ่านมาจะมีการชดใช้เงินกู้ในส่วนของ เงินต้นและดอกเบี้ย ทุกคนที่เคยกู้เงินจะรู้ดีครับ ผมรู้ ท่านกรณ์ก็รู้ ท่านไตรรงค์ก็รู้ ผมไม่รู้ ท่านนายกรัฐมนตรีรู้หรือเปล่า เพราะไม่เคยทําธุรกิจ ไม่รู้จะเคยกู้เงินไหม แต่กู้เงินแบงก์ นี่นะครับท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ จะต้องรู้ตัวหมดเลยครับว่าวันนี้กู้มากี่บาท ดอกเบี้ยเท่าไร ใช้กี่ป้ งวดนี้จ่ายกี่บาท เงินต้นเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไรต่องวดจะรู้หมดเลย ของรัฐบาลไทยคลําทางไปเรื่อย ๆ ครับ ป้ที่แล้วบอก ป้นี้เดี๋ยวตั้งไว้ ๕๐,๐๐๐ พอมาถึงจริง ไม่ได้ครับ ป้นี้ท่านทราบไหมครับตั้งเท่าไร เงินกู้ทั้งหมดชดใช้ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนเงินต้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ คิดง่าย ๆ ครับ เปึนหนี้อยู่ ๔,๑๐๐,๐๐๐ บาท ป้นี้คืน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าทุกรัฐบาลในอนาคตข้างหน้าคิดแบบเดียวกันหมดคือจะกู้อย่างเดียว ไม่ใช้ เงินต้นไม่ต้องคืน จ่ายดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ ประคองไปเรื่อย ๆ จ่ายคนละหมื่น ๆ ท่านทราบไหมครับใช้กี่ป้ ๔๑๐ ป้ครับใช้หนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันจนหมด นี่คือการกู้เงินมาใช้ โดยขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง อันนี้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนเลย วันนี้ เงินกู้ถ้าไปดูย้อนหลังในอดีต เคยมีครับที่ชดใช้เงินกู้น้อยกว่าป้ปัจจุบัน มีครับ ป้ไหน ทราบไหมครับท่านประธาน ป้ ๒๕๔๒ คืนเงินต้น ๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๓ คืนเงินต้น ๕,๘๐๐ ล้านบาท ย้อนกลับมารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์อีกละครับ มาป้ปัจจุบันอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยวิธีการบริหารจัดการอย่างนี้ ผมกราบเรียนเลยว่ามันเปึนภาระ หลายท่านอาจจะท้วงติงว่าหนี้สาธารณะมันไม่ใช่หนี้ครัวเรือน บางคนบอกดูประเทศที่เยอะ ที่สุดหนี้สาธารณะ ซิมบับเว ไทยเราจะไปเทียบซิมบับเวหรือครับ บอกอันดับ ๒ ญี่ปุ์น แล้วเรามีศักยภาพในการใช้คืนอย่างญี่ปุ์นหรือครับ วันนี้เราจะต้องเอาความจริงมาพูดกัน ว่าเรานี่ไม่มีความพร้อมที่จะแบกภาระเงินกู้ แล้วคนที่ต้องชดใช้คือใครครับ เงินภาษีของพี่น้องประชาชนครับ ที่จะต้องเอามาจ่ายเพื่อที่จะชดใช้เงินกู้ทั้งหมดที่ท่านได้ ทําไว้ในรัฐบาลปัจจุบัน เหล่านี้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะกราบฝากให้เพื่อนสมาชิกแล้วก็ ให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้รับรู้ไว้นะครับ
เรื่องแรก งบขาดดุล เก็บรายได้ผมไม่เชื่อว่าเก็บได้ครับ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการที่ซ้ําซ้อนจากไทยเข้มแข็ง จากงบ พ.ร.บ. เงินกู้ แล้วยังมาแฝงตัวอยู่ในงบประมาณ ป้ปัจจุบัน การกระจุกตัวของงบประมาณในจังหวัดรวมถึง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกู้โดยขาดความรับผิดชอบต่อลูกต่อหลานในอนาคต ผมเองในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยต้องขอบันทึกในสภาไว้ครับ ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนจํานวนเงิน ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ