ไชยา พรหมา หารือเรื่องงบประมาณปี 2554 โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกระจุกตัวของงบประมาณและการกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการคลังของรัฐบาลและภาระหนี้สาธารณะ นอกจากนี้ยังเห็นความล่าช้าในการพัฒนาของประเทศไทย และเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนเพื่อสร้างสันติสุข
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ผมได้สงวน คําแปรญัตติในมาตรา ๓ ภาพรวมของงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ผมได้ขอเสนอปรับลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมมีเหตุผลในการปรับลดและผมจะอธิบายเพื่อให้สอดคล้องกับ เหตุผลว่าที่ปรับลดจํานวนสูงถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนยอดเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั้นมีเหตุผลอย่างไร ผมจะสรุปประเด็นคร่าว ๆ ให้ท่านประธานและท่านกรรมาธิการ ได้ช่วยกรุณาตอบเพราะว่าพวกผมเองไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปประชุมในคณะกรรมาธิการ ผมเห็นว่างบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ที่มีตัวเลขถึง ๒.๐๗ ล้านล้านบาทนั้นเปึนตัวเลขที่สูงมาก ทีเดียว และผมเห็นว่าในการจัดงบประมาณนั้นไม่ได้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และความเหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมเห็นว่าการจัดงบประมาณนี้ไม่มีความเหมาะสม เดี๋ยวผมจะอธิบายว่าไม่เหมาะสมอย่างไร งบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลบอกว่า จะเปึนงบประมาณที่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ผมยังไม่เห็นว่าเม็ดเงินในจํานวน ๒.๐๗ ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลบอกว่าไปกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันเท็จจริงประการใด ดูกรอบเงินกู้ครับ รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเปรียบเทียบสถิติ ผ่านมาแล้วเพิ่มขึ้นสูงเปึนที่น่าตกใจ มันส่งผลกระทบไปสู่การสร้างหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น อย่างมากมายในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ เช่นเดียวกันครับ ยังไม่พูดถึงแหล่งรายได้ที่มี ความชัดเจนว่ายอดเงินที่ใช้จ่ายงบประมาณสูงถึงขนาดนี้รัฐบาลมีแผนการในการที่จะหา รายได้เข้ามาเพื่อชดเชยในเรื่องของเงินกู้ชดเชยเงินคงคลังนั้นอย่างไร
และประการสุดท้ายที่ผมได้สรุปไว้นั่นก็คือว่างบประมาณในป้นี้ มีการกระจุกตัว ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณ ๒.๐๗ ล้านล้านบาท ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของเงินงบประมาณนี้เปึนรายจ่ายประจํา เปึนงบลงทุนที่มีความสําคัญในการกระตุ้น เศรษฐกิจ สัดส่วนแล้วเพียง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินงบประมาณทั้งนั้นท่านประธาน จะเห็นได้ว่างบลงทุนเพียง ๑๖ เปอร์เซ็นต์นั้น ดูในแผนงานงบประมาณในมาตราต่าง ๆ แล้วเปึนที่น่าตกใจว่าทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณในป้ ๒๕๕๔ ที่บอกว่าจะไปกระตุ้น เศรษฐกิจนั้นสัดส่วนเพียง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณนั้น ผมคิดว่ามันน้อยเกินไปแล้ว ก็ทําให้การแก้ไขปัญหานั้นไม่ตรงจุด เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผมขอปรับลดเพื่อที่จะให้เกิดความสมดุลในการจัดงบประมาณนั้น จึงเปึนเหตุผลที่ผมจะได้กราบเรียน ณ ต่อไปนี้ฐานะทางการคลังของประเทศเช่นกัน ท่านประธานครับจะเห็นได้ว่าในงบประมาณทั้งหมดนี่มีการกู้มาเพื่อชดเชยเงินคงคลัง ผมเปรียบเทียบสถิติ สถิติเปรียบเทียบ ๔ ป้ย้อนหลังท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๑ เรากู้มา เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรัฐบาลชุดนี้เข้ามา ปลาย ๆ ป้ ๒๕๕๑ ก็มีการกู้เข้ามาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบ ๒ ครั้งครับ รวมแล้วประมาณ ๓๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๓ เรากู้มา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เปรียบเทียบป้นี้ครับ ป้ ๒๕๕๔ นี้ยอดกู้ถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๓ กับป้ ๒๕๕๔ มีความแตกต่างกัน ที่ยอดกู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะเห็นได้ว่า ในป้นี้ก็เช่นกันท่านประธานครับ ฐานะทางการคลังของรัฐบาลผมก็ไม่มีความมั่นใจว่า การทํางบประมาณแบบนี้นี่มีความมั่นคงต่ออนาคตของประเทศและภาระหนี้สาธารณะ อย่างไร จะเห็นได้ว่าในแผนงบประมาณนั้นมีการเปรียบ ผมจะเปรียบเทียบให้เห็น งบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๔ ถึงแผนการชําระคืนเงินกู้ครับ ๔ ป้ย้อนหลัง ในป้ ๒๕๕๑ นี่เราชําระคืนเงินกู้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ตัวเลขกลมอธิบายง่าย ๆ ป้ ๒๕๕๒ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ป้ ๒๕๕๔ นี่เราชําระเงินกู้ เพียง ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าในขณะที่เรากู้เงินมาเพื่อชดเชยการ ขาดดุลงบประมาณจํานวนสูงกว่าป้ ๒๕๕๓ ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เรามีแผน ในการที่จะชําระหนี้ต่างประเทศเพียง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าป้ที่ผ่านมา อย่างมาก สิ่งเหล่านี้มันชี้อะไรท่านประธานครับ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นจัดงบประมาณ ในกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ไม่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลได้เน้นหนักไปในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการไทยเข้มแข็งนั้น ซึ่งเดิมรัฐบาลก็จะออกพระราชบัญญัติ เงินกู้เปึนกฎหมายในการพิจารณาของสภานี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สุดท้ายก็ยกเลิก แล้วรัฐบาลก็ตัดสินใจที่จะใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนการพิจารณา ที่ไม่ได้เปึนการตรวจสอบในการที่กระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งนําผลไปสู่ การทุจริตคอร์รัปชันมากมาย สิ่งเหล่านี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านในช่วงอภิปราย ไม่ไว้วางใจก็พูดมาแล้วผมจะไม่พูดซ้ํา ผมถึงเห็นว่าการที่เราจะฟุ๋นเศรษฐกิจนี้ ผมเห็นด้วยกับแนวทางที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจครับ ในสมัยที่เราเปึนรัฐบาลนั้นเราก็ทํา เช่นกัน เราก็กู้เช่นกันเหมือนกับท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่าในสมัยที่เราเปึนรัฐบาลเราก็กู้เงิน แต่เรามีมาตรการชัดเจนว่าสิ่งที่เรากู้มานี่เราเติมเงินเข้าไปสู่ระบบ เพื่อทําให้เศรษฐกิจ ฐานรากหรือที่เรียกว่าในระดับรากหญ้านั้นสามารถที่จะยืนบนขาของตนเองได้ ในสมัยที่ เราเปึนรัฐบาลนั้นเราเห็นว่าเศรษฐกิจฐานรากนั้นมีความสําคัญ เราใช้ระบบเงินต่อเงิน ในสมัยที่เราเปึนรัฐบาล แล้วผมเปรียบเทียบว่านโยบายดี ๆ บางอย่างที่ประชาชนเขาได้ ประโยชน์นั้นท่านก็ไม่ทําต่อ หรือท่านอาจจะทําต่อแต่ว่าอาจจะเปลี่ยนชื่อ ยกตัวอย่างเช่น โครงการโอทอป โครงการเอสเอ็มแอล โครงการกองทุนหมู่บ้าน ใน ๓ อย่างนี่เราเห็นว่า เศรษฐกิจในระดับรากหญ้านั้นมีความสําคัญ เศรษฐกิจในระดับรากหญ้านั้นเปึนต้นตอ แล้วก็เปึนมูลเหตุนําไปสู่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจมหภาคครับ เราพยายามที่จะ ส่งเสริมให้โอทอปก็ดี เอสเอ็มแอลก็ดี กองทุนหมู่บ้านก็ดีเปึนเครื่องมือที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ในระดับรากหญ้า ผมยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าหากว่าเรามีโอกาส ผมยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าหากว่าเรามีโอกาสไปต่างจังหวัด เราจะเห็นว่าศูนย์แสดงสินค้าโอทอปหลายแห่งทั่วประเทศในขณะนี้รกร้างว่างเปล่าครับ แล้วงบประมาณในป้ ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลจะใส่เม็ดเงินเข้าไปสู่ระบบในการที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ในระดับรากหญ้านั้นน้อยมากครับ เปรียบเทียบกับกรม กอง กระทรวงอื่นแล้ว เปรียบเทียบกันเห็นได้ชัดเจนมีความแตกต่างกันอย่างมากทีเดียวที่จัดงบประมาณ ไม่สอดคล้องกับความเปึนจริง ผมถึงบอกว่าถ้าหากว่ารัฐบาลให้ความสําคัญกับเศรษฐกิจ ในระดับรากหญ้านั้น มันจะทําให้ประชาชนเปึนการพัฒนาแบบยั่งยืนครับ เราไม่ใช่ ให้ประชาชนจะต้องรอมือรอเวลาที่จะให้รัฐบาลต้องหยิบยื่นให้ เหมือนกับทุกวันนี้ รัฐบาลเองอาจจะมีความชื่นชมกับนโยบายที่นําไปสู่ในการที่จะให้สวัสดิการกับประชาชน แต่ผมก็เปึนห่วงว่าในขณะที่รัฐบาลใช้เงินอย่างมือเติบในขณะนี้ รายได้เรายังไม่มีการ อธิบายที่ชัดเจนว่ารายได้ที่จะเข้ามาสู่ระบบในการที่จะนําเม็ดเงินไปสู่การพัฒนาต่าง ๆ นั้น มันสอดคล้องและในอนาคตจะเปึนภาระทางด้านหนี้สาธารณะหรือเปล่า แต่ในขณะที่ เราเปึนรัฐบาลครับเราให้สิ่งเหล่านี้ให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ครับ ไม่ว่าจะเปึนสินค้า โอทอปในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ นี้เราแทบที่จะเห็นเม็ดเงินเศษเสี้ยวน้อยมากเลยครับ แทบจะว่ารัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ การที่พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านไม่ว่า จะกลุ่มแม่บ้านก็ดี ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็ดี ให้เขาเกิดการเรียนรู้โดยอัตโนมัติ เราสร้างโอกาส เราสร้างรายได้ เราให้โอกาสเขาเข้าสู่แหล่งทุนได้ง่ายขึ้นในสมัยที่เราเปึน รัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนเอสเอ็มแอล ไม่ว่าจะเปึนกองทุนหมู่บ้าน เขาเอาเงินเหล่านี้ละครับ ท่านประธานเอามาพัฒนา ในสมัยนั้นทางรัฐบาลเองก็ให้การส่งเสริม กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน จัดประกวดสินค้า ๓ ดาว ๔ ดาว ๕ ดาว พัฒนาศักยภาพให้ประชาชน เกิดการเรียนรู้ ให้ฝ๊กสติปัญญาของเขา ให้บริหารการตลาด ให้รู้จักการออกแบบแพ็คกิ้ง (Packing) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของ มาตรฐานสินค้าชุมชน เห็นไหมครับว่านี่คือการบริหารแบบบูรณาการที่เปึนระบบที่ เราต้องการให้เศรษฐกิจฐานรากนั้นเติบโตครับ เมื่อกลุ่มเหล่านี้เติบโตแล้วเขาก็สามารถ เพิ่มศักยภาพจากสินค้าชุมชนไปเปึนเอสเอ็มอี (SME) ไปเปึนบริษัทเล็ก ๆ ไปเปึนห้างร้าน เล็ก ๆ ในสมัยที่เราเปึนรัฐบาลนี่เราเพิ่มช่องทางการตลาด เราให้ทูตในต่างประเทศ ในสมัยที่เราเปึนรัฐบาลเราก็ถูกค่อนแคะครับว่ารัฐบาลใช้ทูตไปเปึนพ่อค้า จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ แต่เราใช้หลักของการบูรณาการร่วมกันว่าสินค้าที่เราผลิตในประเทศที่เปึน ภูมิปัญญาชาวบ้านทําอย่างไรจะพัฒนาตนเองจากสินค้าชุมชนไปสู่การเปึนเอสเอ็มอี กระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาดูครับ การออกแบบ การให้ความรู้ องค์ความรู้ทั้งหลาย ธนาคารเอสเอ็มอีก็ซัพพอร์ท (Support) ในเรื่องของเงินทุน มีการออกมาตรฐานสินค้าชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน ก็จัดการกระจายสินค้าเหล่านี้ให้ประชาชนทั้งหลาย ได้มีโอกาส เงินก็จะหมุนอยู่ในระบบ เห็นไหมครับจากสินค้าชุมชนธรรมดากลายเปึน เอสเอ็มอีนําไปสู่สินค้าที่ออกสู่ตลาด ในสมัยที่เราเปึนรัฐบาลเราเห็นว่านี่คือการพัฒนา แบบยั่งยืน ผมอยากจะเห็นความต่อเนื่องในสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่ผมดู ในเนื้อหางบประมาณท่านประธานที่เคารพครับ เราจัดงบประมาณเน้นหนักแทนที่จะในเรื่อง ของการสร้างความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ เรามาดูงบประมาณเปึนที่น่าตกใจครับ ผมยกตัวอย่างเพียง ๑ หน่วยงานเท่านั้นเอง เราเน้นหนักไปที่กองทัพ กองทัพใช้เงินในป้นี้ ถึง ๑.๗ แสนล้านบาท ผมถามว่าวันนี้เราจะพัฒนากองทัพไปในทิศทางไหน ในอดีตนั้น เราเคยมีความคิดครับท่านประธานว่า เราจะทํากองทัพนั้นให้เล็กและมีประสิทธิภาพ เราดูประเทศเพื่อนบ้านสิครับว่าวันนี้เราจะต้องไปรบราฆ่าฟันกับใคร เพราะฉะนั้นวันนี้ ดูประเทศเพื่อนบ้านเรานี่ เรามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านน้อยมาก ลาวก็ไม่มีปัญหา พม่าก็แทบจะไม่มีข่าวคราว กระทบกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ในฐานะชนกลุ่มน้อย อาจจะมีบ้าง ที่เขมรครับแต่ก็เปึนเรื่องของการจะต้องเจรจา แต่การปะทะการสู้รบอะไรต่าง ๆ นี่เราก็พยายามที่จะเจรจาบนโต๊ะก็อาจจะมีปัญหาบ้าง ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่าวันนี้เราพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่น่าตกใจครับว่า เราจะให้ประเทศเรานี่โดยเฉพาะในเรื่องของกองทัพเราจะพัฒนาไปในทางใดในป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ งบดับไฟใต้ตั้งไว้ถึง ๑.๙ หมื่นล้านบาท เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๗ ป้นี้ครับ เปรียบเทียบป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๕๓ ๗ ป้ เราใช้งบดังกล่าวนี้สูงถึง ๑.๓ แสนล้านบาท ถามว่าวันนี้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ก็ยังมีปัญหาอยู่ครับ ความไม่สงบก็ยังมีอยู่ตราบใดที่เราคิดว่าเราจะใช้การทหารนําการพัฒนานั้นเราผิดพลาด วันนี้เรายังเห็นกองทัพอากาศขอซื้อฝูงบินลําใหม่ใช้เงินถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราเห็น กองทัพบกขอซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางขอเงินถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท กอ.รมน. วันนี้ภารกิจ เปลี่ยนไปแล้วครับ ออกไปยังต่างจังหวัดเพื่อที่จะทําปฏิบัติการจิตวิทยามวลชน ก็เปึนสิ่งที่ ดีครับแต่ว่าวันนี้ขอเงินสูงถึง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท กองทัพบกวันนี้ขออนุมัติในการจัดตั้ง หน่วยงานใหม่ครับ คือกองพลทหารราบที่ ๗ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นสตาร์ท (Start) เงินในการที่จะทํากองทัพกองใหม่ขั้นต้นนี่ขอไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ประสิทธิภาพของ กองทัพเล็กและมีประสิทธิภาพนั้นมันสวนทางกับในโลกของความเปึนเราใฝ์หาสันติครับ วันนี้เราไม่มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านและเราคงไม่มีความจําเปึนที่จะต้องขยาย ยุทโธปกรณ์อะไรต่าง ๆ มากมายเอาเงินเหล่านี้ไปพัฒนาในส่วนอื่นครับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ยังต้องการเงินในการพัฒนาในเรื่องแหล่งน้ํา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ยังมีความต้องการในการที่จะส่งเสริมในเรื่องของศักยภาพในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศว่าประเทศเรานั้นมีศักยภาพ มีแหล่ง วัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยว มีความสวยงาม มีความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมเราขายได้ สร้างความเชื่อมั่นของประเทศครับ ให้รายได้เข้ากระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะว่ามีความจําเปึนในภารกิจถึงงบประมาณจะมากก็ถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้น ในส่วนที่ควรที่จัดสรรนี่ผมคิดว่ายังมีความบกพร่อง นี่คือเหตุผลว่าทําไมผมถึงขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะเห็นกรรมาธิการนําความคิดที่ผมอภิปรายไปเพิ่มไปแปรญัตติ ในส่วนที่มันตกบกพร่อง แต่อยากจะสอบถามว่ากรรมาธิการนั้นได้คิดกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่
ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ เรามาดูประเทศเพื่อนบ้านเราครับว่าวันนี้ ที่ผมกราบเรียนว่าเราพัฒนากองทัพนี่เราให้ความสําคัญกับกองทัพมากเกินไปอาจจะ เปึนไปได้ครับ อย่างที่มีการครหาว่าเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ ก็เพราะว่ากองทัพนั้นอาจจะมีบุญคุณเปึนผลประโยชน์ต่างตอบแทนในการที่อยู่เบื้องหลัง ของการจัดรัฐบาลชุดนี้ เพราะฉะนั้นทิศทางในการพัฒนาประเทศเปรียบเทียบกับภูมิภาค แล้วผมยังไม่เห็นว่าท่านเข้ามา ๑ ป้ เกือบ ๖ เดือนนี่มีกําหนดเปัาหมายชัดเจนในการ พัฒนาประเทศ ท่านบริหารงบประมาณมาแล้วเกือบ ๒ ครั้งนะครับ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง ผมจําตัวเลขไม่ได้ เพราะฉะนั้นโอกาสในการที่จะก้าวในการพัฒนาแก้ไขปัญหาประเทศนั้น ผมคิดว่าน่าที่จะมีทิศทางในทางที่ดีกว่านี้ เรามาดูประเทศเพื่อนบ้านเราครับ ท่านประธาน ดูอย่างประเทศมาเลเซียวันนี้เขาใช้นโยบายนิว อีโคโนมิก โมเดล (New economic model) เขามีการพัฒนา เขามีการวิจัยเอาองค์ความรู้จากการวิจัยนี่นะครับ นําไปสู่ของการส่งเสริม ในเรื่องของอุตสาหกรรม เขาก้าวกระโดดแล้วเขาวางแผนในการพัฒนาประเทศ ยกระดับ รายได้ของเขาประชาชนต่อหัวต่อป้ จากการที่มีรายได้ต่อหัวต่อป้ ๗,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ ต่อหัวต่อป้ เขาคิดไกลไปถึง ๑๐ ป้ข้างหน้าว่าเขาจะต้องเพิ่มศักยภาพรายได้ของประชาชน เปึน ๑๕,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ต่อหัวต่อป้ใน ๑๐ ป้ข้างหน้า ประเทศสิงคโปร์ไม่ต้องพูดถึง ครับ วันนี้เขาอยู่ในระดับแถวหน้าของเอเชียและระดับโลกแล้ว ดูประเทศเวียดนามครับ ประเทศเวียดนามวันนี้เขาไปกว่าเรา เขาวางนโยบายมีการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ให้ความสําคัญในด้านการศึกษาและเปัาหมายใหญ่ก็คือการยกระดับรายได้ ของประชาชนให้สูงขึ้นเทียบเท่ากับประเทศสิงคโปร์ เขาวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ประเทศ วางยุทธศาสตร์ของงบประมาณกับสิ่งเหล่านี้เพื่อการแข่งขัน เพื่อความเปึนหนึ่งในภูมิภาคนี้ เราดูประเทศอินโดนีเซียครับท่านประธานเขาวางนโยบาย เรื่องครัวโลก ในสมัยที่พวกเราเปึนรัฐบาลเราก็เคยมีความคิดว่าประเทศเรามีความอุดมสมบูรณ์ มีภาคการเกษตร ประชาชน ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์มีอาชีพเกษตรกรรม เปึนเกษตรกร เรามี พื้นที่มากมาย เรามีศักยภาพอะไรต่าง ๆ มากมายในการที่จะพัฒนาให้เราเปึนครัวโลก แต่ความต่อเนื่องกับสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้ให้ความสําคัญเลยว่าวันนี้ต่างประเทศอย่างประเทศ อินโดนีเซียวันนี้เขากําลังจะเปึนครัวโลก เขาไม่ได้เปึนครัวประเทศอินโดนีเซีย เขาส่งเสริม ให้นักลงทุนสามารถที่จะเข้าไปใช้พื้นที่ในประเทศของเขาในเรื่องของเกษตรกรรมได้ เรามาดูประเทศลาวข้างบ้านเราครับ วันนี้ประเทศลาววางนโยบายในเรื่องของ เปึนแบตเตอรีแห่งเอเชียเขากําลังพัฒนาตลาดทุนครับท่านประธาน แต่ในขณะเดียวกัน เราอยู่ใกล้เขาที่สุด แต่เขาไม่คิดที่จะพึ่งพาเราเลย แต่วันนี้เขาพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่ใช่ประเทศไทย สิ่งเหล่านี้คือรอบบ้านเรานั้นเขากําลังพัฒนาไปไกลกว่าเราแล้ว เขาไม่ได้เพิ่มศักยภาพในการที่จะสร้างอาณาจักรในเรื่องของยุทโธปกรณ์ทางด้านการทหาร เพราะการรบทุกวันนี้เปึนเรื่องที่น่ารังเกียจครับ วันนี้เขาเปึนการรบบนโต๊ะ นั่นก็คือการ เจรจาบนโต๊ะ การสร้างสันติสุข การสร้างสันติภาพ ในมวลมนุษยชาตินั้นเปึนสิ่งที่ นานาอารยประเทศเขาทํากัน เขาเลือกที่จะใช้วิธีนี้ในการสู้รบมากกว่า วันนี้มันเปึนการ รบกัน แต่ในเรื่องของเศรษฐกิจแล้วมันไม่ได้รบกันในเรื่องของยุทโธปกรณ์ เพราะฉะนั้น การที่ท่านจัดงบประมาณแบบนี้ให้ความสําคัญกับบางหน่วยงานโดยเฉพาะกองทัพนั้น ผมถือว่าเปึนทิศทางที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังมองว่า ในขณะนี้รัฐบาลเองกําลังสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เรามาดูตัวเลขครับ ท่านประธานว่าหนี้สาธารณะที่รัฐบาลได้ทําตัวเลขไว้ป้นี้ป้ ๒๕๕๔ เรากู้เงินมาเพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น ผมเปรียบเทียบตัวเลขนะครับ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๔ เรากู้มาเพื่อชดเชยของเงินงบประมาณ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เปรียบเทียบ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ แล้วมีความแตกต่างกันมาก นี่คือการทําให้หนี้สาธารณะ เพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะล่าสุด ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ อยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ ๔๓ ของจีดีพี เปึนหนี้สาธารณะที่รัฐบาลกู้มาโดยตรง ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปรียบเทียบตอนที่รัฐบาลเข้ามาในป้ ๒๕๕๑ เรามี หนี้สาธารณะในตอนนั้น ณ สิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ประมาณ ๓๘.๑๓ ของจีดีพี เห็นไหมว่าแนวโน้มที่มันสูงขึ้นนั้นถามว่ามันเปึนการสร้างภาระให้กับประเทศนี้ ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ เรามีกําหนดกรอบวงเงินในการที่จะชําระคืนเงินกู้เพียง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปรียบเทียบกับป้ ๒๕๕๓ เราตั้งไว้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นหมายความว่าเงินที่เรากู้มานี้เราใช้แต่ว่าเราไม่คํานึงเลยว่าหนี้ที่เราพอกพูนมา เปึนดินพอกหางหมูเราจะเอารายได้ส่วนไหนในการที่จะชดเชยกับรายจ่ายที่เราได้ใช้จ่าย เกินตัวในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลเองก็ส่งสัญญาณ ส่งสัญญาณในการที่จะสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน เปึนสิ่งที่ถูกต้องครับ สิ่งที่รัฐบาล ทําอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ ในสมัยที่เราเปึนรัฐบาลเราคิดว่าเราทําได้ดีกว่านี้ แต่ผมเปึนห่วงว่าเงินที่ท่านจะเอามาใช้จ่ายในเรื่องของสวัสดิการนี้ลองตอบให้เห็นชัด สิครับว่ารายได้ท่านอย่าพูดถึงในเรื่องของการส่งออกครับ นั่นเปึนเพียงกลุ่มทุนกลุ่มเดียว เท่านั้นเอง แต่ในระดับรากหญ้า ภาคการเกษตร พี่น้องประชาชน ภาคการพาณิชย์ ภาคอุตสาหกรรม ที่เปึนเอสเอ็มอีนั้นวันนี้เขาอยู่ในระดับที่ง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการจัดงบประมาณนั้นยังไม่สอดคล้องกับแนวทางและความเปึนจริงที่ผมจะต้อง ให้ความเห็นชอบในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ได้ ตามเหตุผลที่ผมได้นําเสนอมาแล้วว่าผมมี ความจําเปึนที่จะต้องตัดงบประมาณในส่วนยอดรวมนั้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ