วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือเรื่องงบประมาณปี 2554 และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดการใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพและรายละเอียดการบริหารจัดการงบประมาณ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ จริง ๆ วันนี้เปึนวันที่สําคัญ อย่างยิ่งวันหนึ่งของพี่น้องประชาชนคนไทย วันที่คนทั้งประเทศจริง ๆ ให้ความสนใจว่า เม็ดเงินภาษีที่เขาได้เสียให้กับรัฐบาล เม็ดเงินกู้ที่รัฐบาลไปกู้มา จริง ๆ ถึงรัฐบาล จะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่ ประชาชนเหมือนกับว่าเขาไม่มีส่วน แต่จริง ๆ แล้วไปกู้เงิน มาแล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องมาเพิ่มภาษี มารีดภาษีจากพี่น้องประชาชนเอามาจ่ายอยู่ดี เพราะฉะนั้นวันนี้ในงบประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนความสําคัญอย่างยิ่ง เปึนภาพรวมของประเทศที่เราจะได้เห็นว่าประเทศนี้จะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด ผมเรียน ท่านประธาน จริง ๆ แล้วก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณางบประมาณในวาระนี้ผมเองก็มี ความหวังบอกว่าประเทศเราประสบวิกฤติปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง พี่น้อง ประชาชนยากแค้นลําบาก เม็ดเงินในกระเปิาได้แห้งเหือดไปหมด ลําบากจริง ๆ ผมก็ อยากจะรู้ครับว่าเมื่อรัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายออกมาแล้วจะเอาเม็ดเงินเหล่านั้น ไปทําอะไร ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสเปึนกรรมาธิการงบประมาณในป้นี้อีกครั้งหนึ่ง ผมเรียนท่านประธานครับ หลังจากการเสร็จสิ้นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๔ ในช่วงระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ผมผิดหวัง ผมเสียใจ และผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมไม่เห็นด้วยเลยตอนนี้กับงบประมาณในส่วนนี้ และเห็นสมควรว่าน่าจะมีงบประมาณ ในส่วนที่ปรับลดลงได้จํานวนมาก ท่านประธานครับ การพิจารณาเม็ดเงินงบประมาณ ครั้งนี้ ผมเรียนท่านประธานว่าการพิจารณางบประมาณเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างยิ่ง ผมนึกว่าบ้านเมืองไทยประเทศไทยเราเลือกตั้งมาภายใต้ระบอบประชาธิปไตยมีการเลือกตั้ง แล้วการจัดสรรงบประมาณตัวแทนพี่น้องประชาชน ส.ส. มาอยู่ในสภา กรรมาธิการ เปึนตัวแทนที่แต่งตั้งไปจะสามารถให้ความเห็นปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จําเปึนลงได้ ผมคิดอย่างนั้นครับ แต่จริง ๆ แล้วในความเปึนจริงบ้านเมืองนี้ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ กรรมาธิการปรับลดไม่ได้ โดยเฉพาะงบประมาณในส่วนของกองทัพ ซึ่งในรายละเอียด ผมจะเรียนท่านประธานในโอกาสต่อไปที่จะพูดถึง ที่งบประมาณครั้งนี้มีหลายส่วนที่ตั้งไว้ไม่เหมาะสม รั่วไหล ไม่โปร่งใสจํานวนมาก ในฐานะของกรรมาธิการผมพยายามปรับลดลงเท่าที่จะสามารถทําได้ แต่ก็ได้บางส่วน ครับไม่มาก เพราะว่าเราคือเสียงข้างน้อย เราไม่สามารถที่จะปรับลดงบประมาณ ในส่วนของรัฐบาลลงไปได้มากนะครับ โดยเฉพาะของพรรคประชาธิปัตย์นี่ปรับลดลง ได้น้อยครับเพราะว่าเปึนแกนนําของรัฐบาล แต่ในส่วนของพรรคร่วมก็มีติติงปรับลดลง ไปได้บ้างตามสมควรแต่ก็ไม่มากเท่าไรนะครับ เมื่อคิดเปึนเม็ดเงินที่ปรับลดลงไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ เทียบกับสัดส่วน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ปรับลงไป ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองน้อยมาก แต่สุดท้ายทางคณะรัฐมนตรีก็เสนอบอก ขอปรับเพิ่มเข้าไปยอดเม็ดเงินก็กลับมาที่ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากพูดถึงภาพรวมของงบประมาณ วันนี้ต้องพูดถึงภาพรวมงบประมาณ เม็ดเงิน ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ผมได้ไปดูในรายละเอียดในเนื้อหาสาระ ผมบอกว่าเทียบแล้ว วันนี้ถ้าไปถามพี่น้องประชาชนว่ามีเม็ดเงินจัดเก็บภาษีให้กับรัฐบาลไปแล้วอยากให้ รัฐบาลใช้จ่ายอะไร อย่างแรกไปถามเถอะครับ กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะวันนี้ภาวะ เศรษฐกิจย่ําแย่ แต่เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ท่านไม่ได้ใช้เงิน ใช้น้อยมาก นั่นแปลว่าท่านก็สารภาพออกมากลางสภาแล้วว่าการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจท่านให้ความสําคัญน้อย จริง ๆ มันเปึนไปโดยกลุ่มทุนผู้ส่งออกบางกลุ่ม ที่เขาได้รับการแก้ไขเขาก็ส่งออกได้ แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานเปึนผู้แทนราษฎร เหมือนกัน ท่านประธานไปถามพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดหรือในแต่ละที่ ป้นี้สภาพ เศรษฐกิจแย่มาก แย่จริง ๆ สภาพเศรษฐกิจหนี้สินเพิ่มมากมาย วิธีการแก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบ ผมก็ว่าท่านจะต้องกลับไปทบทวนใหม่ หนี้นอกระบบไม่ใช่การย้ายหนี้จาก ที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งครับ ท่านต้องไปสร้างอาชีพให้เขาด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมต้องฝากนะครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบว่า คงไม่ใช่ย้ายหนี้จากคนหนึ่งไปให้หนี้อีกคนหนึ่งแล้วท่านพึงพอใจ แต่วันนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องการได้คือการสร้างรายได้และอาชีพที่ดีขึ้น วันนี้สภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเปึนเรื่องของ กลุ่มทุนแต่พี่น้องประชาชนรากหญ้าทั่วไปยังไม่ดี วันนี้รัฐบาลออกมาภาคภูมิใจกับ การจัดเก็บภาษีครับ ป้นี้รายได้เพิ่มมากขึ้น ดีขึ้น ขออภัยครับ ผมต้องใช้คําว่ารีดภาษีจริง ๆ เม็ดเงินที่ได้มานี่ผมไม่ภาคภูมิใจเลย เม็ดเงินที่ท่านได้มามาก ๆ ก็คือภาษีน้ํามันครับ ภาษีน้ํามันท่านจัดเก็บได้ถึง ๒๘๗,๖๙๗ ล้านบาท หรือคิดเปึน ๑๖.๙ เปอร์เซ็นต์ ของประมาณการรายได้ทั้งหมด ท่านภูมิใจหรือครับ น้ํามันประเทศเพื่อนบ้านนี่ไม่แพงเลย ต้นทุนออกจากโรงกลั่นประมาณ ๑๖ บาท บวกภาษีบวก ๆ ขึ้นไปเปึน ๔๐ กว่าบาท ไปถามพี่น้องประชาชนสิครับว่าถ้ารัฐบาลอย่าไปจัดเก็บงบประมาณมากลดราคาน้ํามัน ลงเหลือสักลิตรละ ๒๐ บาทเขาจะพอใจไหม หรือเขาอยากให้รัฐบาลเก็บเม็ดเงินลิตรละ ๔๐ กว่าบาทอย่างนี้ไปถามสิเขาอยากได้อะไร รัฐบาลอ้างตลอดเวลาครับบอกว่า ต้องเก็บแพง ๆ ประชาชนจะได้ใช้น้ํามันน้อยลง แต่น้ํามันนี่เปึนชีวิตหนึ่งที่จําเปึนต้องใช้ พี่น้องประชาชนทุกคนต้องใช้น้ํามันครับ เขาไม่ต้องการให้น้ํามันราคาสูง น้ํามันราคาสูง ต้นทุนการผลิตสินค้าการเกษตรบ้านเราก็สูงแล้วเราจะขายแข่งกับต่างประเทศอย่างไร เมื่อมันสูงการท่องเที่ยวมันก็ไม่ดีครับ เพราะว่าคนจะออกไปท่องเที่ยวกันก็มีเงินน้อยลง ลองลดราคาน้ํามันสิครับ ตอนสมัยนายกรัฐมนตรีสมัครน้ํามันราคา ๑๔๗ เหรียญต่อบาร์เรล น้ํามันก็ ๔๐ กว่าบาท ตอนนี้น้ํามันแค่ ๗๐ เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้นเอง ลดมาได้นะครับ ลดภาษี ลดค่าการตลาดลดลงมาเหลือสักลิตรละ ๒๐ บาท ๒๐ กว่าบาทอย่างนี้ ลองดูสิครับ พี่น้องประชาชนจะเปึนอย่างไร และผมเรียนไว้นะครับ วันหนึ่งผมเปึนรัฐบาลผมจะลด ราคาน้ํามันลงมาให้ได้ ผมไม่จัดเก็บลิตรละ ๑๐ บาทอย่างนี้หรอก ผมจะทําให้ดูแล้วท่านจะรู้ว่ามันทําได้ ผมจะไม่รีดเม็ดเงินภาษีจากพี่น้องประชาชน อย่างนี้เลย วันนี้เมื่อไปดูเม็ดเงินงบประมาณแล้วผมเรียนได้ว่าไปดูสิครับ ในคณะกรรมาธิการ คุยกันบางทีมันก็ไม่โปร่งใสนะ มันมีการทุจริตนะ เดี๋ยวผมจะพูดต่อครับ การทุจริต มีอะไรบ้างเตรียมไว้หมด นั่นก็คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนคับข้องใจว่าเอาเงินเขาไปแล้ว ทําไมต้องไปใช้จ่ายแบบนั้น กู้ไปแล้วโกง ทําไมต้องทําแบบนั้น ไม่ทําได้ไหม ไม่สุรุ่ยสุร่าย ได้ไหม ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้เอกสารประกอบนิดหน่อย ส่วนนี้คือสัดส่วน งบประมาณ ท่านประธานครับ งบประมาณด้านความมั่นคงคือสีน้ําเงิน มีซีกแค่นี้นะครับ ก็พอสมควร งบประมาณด้านใหญ่ที่สุดคือด้านสังคม คืองบประมาณที่รัฐบาลส่วนใหญ่ ใช้ในงบประมาณเรื่องประชานิยมบ้าง หาเสียงบ้าง และงบประมาณด้านเศรษฐกิจที่ใช้ สําหรับเศรษฐกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อะไรพวกนี้ มีนิดเดียวครับ มีประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายทั้งหมด ๖ เปอร์เซ็นต์เองครับ ซึ่งตรงนี้ผมต้องเรียนว่านี่ครับ เปึนสิ่งที่เห็นว่ารัฐบาลให้ความสําคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี่ไม่ได้ใช้เงินเท่าไร นี่คือสิ่งที่ ท่านพูด ผมก็เข้าใจ บังเอิญเปึนพรรคร่วมรัฐบาล มันก็เลยกลายเปึนว่าพรรคร่วมรัฐบาล ก็เอาไปน้อย ๆ หน่อย ทั้ง ๆ ที่วันนี้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเปึนเรื่องที่สําคัญ แต่ว่า เรื่องของประชานิยมค่อนข้างจะมาก แล้วหลายเรื่องเปึนไปในสิ่งที่ไม่เปึนประโยชน์เท่าไร ซึ่งเดี๋ยวคงจะมีการพูดกันในรายละเอียดอีกเยอะเลยทีเดียว ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมฝาก ไปถึงสํานักงบประมาณด้วยในฐานะที่เปึนฝ์ายช่วยรัฐบาล ฝากไปถึงสภาพัฒน์ ฝากไปถึง หน่วยงานด้านแผนต่าง ๆ ตั้งแต่ผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณป้ ๒๕๔๙ ก่อนมี การปฏิวัติ ป้นั้นเรามีการตกลงกัน บอกว่าเนื่องจากงบประมาณแผ่นดินของแต่ละกระทรวง ไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลิต กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่รองรับ กระทรวงพาณิชย์ไม่สอดคล้อง เพราะฉะนั้นแล้วก็รับปากกันไว้ว่า การจัดทํา งบประมาณในป้ต่อ ๆ ไปนั้น แผนงานจะต้องมาก่อนแผนเงินคือไปวางแผนไว้ก่อน จะบริหารงาน จะแก้ไขปัญหาของประเทศในแต่ละเรื่อง จะผลิตอะไร จะแปรรูปอะไร จะจําหน่ายอะไร จะส่งออกอะไรไปคุยกันมาก่อน แล้วก็เอาเงินใส่ พอปฏิวัติเสร็จเรื่อง เหล่านี้หาย จนมาถึงวันนี้ผมก็ดูแล้วไม่มีเลยครับแผนงาน งบประมาณยังเปึนในเรื่องที่ไป คนละทิศคนละทาง จริง ๆ ผมต้องเรียนย้ําอีกทีหนึ่งนะครับ สํานักงบประมาณเองจะต้อง มีความสําคัญกว่านี้ จะเปึนแค่คนวิเคราะห์งบประมาณเล็ก ๆ ไม่ได้ ต้องคุมและวิเคราะห์ แผนงาน คุมแผนเงินทั้งหมดเอาให้อยู่ แล้วจัดสรรเม็ดเงินไปตามความต้องการ ไม่ใช่ กระทรวงไหนอยากได้อะไร ก็เสนอมาท่านก็จัดให้ไปตามนั้น วันนี้สํานักงบประมาณลด ความสําคัญของตัวเองลงไปมาก วันนี้ผมเรียนว่าความสําคัญของสํานักงบประมาณ หายไปเยอะมาก ในอดีตสํานักงบประมาณท้วงติงรัฐบาลนี่รัฐบาลสั่นสะเทือนนะครับ แต่วันนี้สํานักงบประมาณพูดอะไรไปเขาฟังหรือเปล่า ตรงนี้ขอให้ท่านกลับไปทบทวนดูด้วย นี่คือบทบาทของท่านที่ต้องทําในฐานะที่ท่านเปึนคนคุมเม็ดเงินก้อนใหญ่ ผมอยากจะ เรียกงบประมาณครั้งนี้ครับท่านประธาน เปึนงบประมาณรีดภาษีเพื่อมาหาเสียงจริง ๆ ท่านรีดเม็ดเงินภาษีไปจากพี่น้องประชาชน รีดภาษีน้ํามันมา รีดภาษีทุกอย่าง ภูมิใจ รัฐบาลมีรายได้เยอะครับ แล้วก็มาใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่น่าจําเปึน หลายโครงการนี้ ไม่น่าจําเปึนเลย โครงการประกันรายได้เกษตรกรต้องกลับไปทบทวนให้ดีนะครับ ประกัน รายได้เกษตรกร ป้ที่แล้วใช้เงินไป ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ในอดีตเขาจํานํากันมานะครับ ใช้กลไกจํานํา ๑๐ ป้ย้อนหลัง ดึงผลผลิตบางส่วนออก กลไกตลาดมันทํางาน ราคาสินค้า ขึ้นไป เกษตรกรขายข้าวได้ตันละ ๑๔,๐๐๐ บาท บางช่วงข้าวหอมมะลิขึ้นไปถึงเกือบ ๒๐,๐๐๐ บาท นั่นคือกลไกตลาดมันทํางาน รัฐบาลนี้เขาไม่เข้าใจครับ เขาบอกว่าเอาเงิน มาแจกให้เยอะ ๆ ปล่อยข้าวให้อยู่ในท้องตลาดนะครับ พอข้าวไปอยู่ในท้องตลาดเยอะ ๆ โรงสีก็กดราคาสิครับ พ่อค้าก็กดราคาสิครับ ซื้อเมื่อไรก็ได้ในเมื่อรัฐบาลไม่แทรกแซง ไม่มีตัวแย่งซื้อ เพราะฉะนั้นจะซื้อเมื่อไรก็ซื้อ ราคามันก็ดรอพ (Drop) ลงมา เพราะฉะนั้นวันนี้ราคาข้าวในท้องตลาดนี่ผมไม่แปลกใจเลยครับเกษตรกรได้ ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาทฝันไปเถอะไม่ได้หรอกครับ ทั้ง ๆ ที่ในตลาดโลกเองเกิดภัยพิบัติ ข้าวขาดแคลน ผลิตผลทางการเกษตรขาดแคลน เขาพูดถึงวันนี้ต้องผลิตพลังงาน พืชพลังงาน พืชอาหาร เขาพูดสิ่งเหล่านี้ครับ ประเทศไทยผลิตได้ครับ แต่รัฐบาล บริหารงานไม่เปึนครับ ราคาข้าวตกอยู่ ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ทะเลาะเบาะแว้งกัน เดี๋ยวก็ชดเชยรายได้ มีราคาอ้างอิง มีอะไรวุ่นวายไปหมดครับ เกิดการทุจริตไม่มีพื้นที่ปลูกข้าว ก็ได้เงินนะครับ ผมว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่เข้าใจ อยากแค่เอาเงินไปจ่ายให้พี่น้องประชาชน บอกว่าเอาละตอนนี้มีคนที่ได้รับเงิน ท่านประธาน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว แต่ขอโทษครับ ราคา ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ชาวบ้านเขาไม่ชอบหรอกครับ การประกันรายได้ การใช้จ่ายเงินอย่างนี้ผิดแน่นอน ป้นี้ก็ตั้งเพิ่มอีก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แน่ใจหรือว่าถูก ไม่เปึนไรครับ เลือกตั้งเมื่อไรพี่น้องประชาชน ชาวไร่ชาวนา เกษตรกร จะพิสูจน์เองว่าอะไร ผิดอะไรถูก วันนี้ท่านอธิบายได้ครับ แต่ถ้าเงินในกระเปิาเขาน้อยลงเมื่อไรผมว่าเขาจะ พิสูจน์ท่านเอง เขาจะตัดสินท่านเองว่าท่านคิดผิด วันนี้เขาเถียงท่านไม่ได้หรอกครับ เขาอึดอัด รายได้ตกต่ํา ที่บ้านมีแต่ยาเสพติด มีบ่อนการพนัน มีอบายมุข หัวยัง ๑๒๐ กว่าบาท ๘๐ บาท ทําไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือในชนบทเขาเดือดร้อนกันครับ ผมเห็นพี่น้อง ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย วันนี้เปึนอย่างไรครับ คนเรียกร้องประชาธิปไตย เอาทหารออกปราบปรามครับ เรียกว่าผู้ก่อการร้ายโดยได้อ้างว่ามีคนก่อการทําร้าย เจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นทั้งหมดเลยเรียกเขาว่าผู้ก่อการร้ายเอามาหมดครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อปราบปรามทางการเมืองครับ เดี๋ยวมีครับ เดี๋ยวมีผมมีชี้แจงอีกครับ ๓ วันนี้ เราได้คุยกันเยอะเลย ก็ขออนุญาตท่านประธานไว้ก่อนครับ เดี๋ยวจะมีเอกสารมีอะไร ประกอบไว้อีกเยอะเลยนะครับ แต่ว่าจะขึ้นมาเปึนช่วง ๆ วันนี้ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ผมไม่สบายใจเรื่องเม็ดเงินเหล่านี้ที่ท่านเอามาดําเนินการนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วท่าน สามารถลดเม็ดเงินงบประมาณตรงนี้ลงไปได้เยอะเลย ไม่จําเปึนต้องใช้เม็ดเงินถึง ๒๐,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถปรับลดลงไปได้ ผมว่าในคณะกรรมาธิการเราดูกันมา ก็คิดว่าลงไปได้เยอะนะครับ แต่ด้วยรับหลักการมาแล้วในวาระที่หนึ่งก็เลยเอาละ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าวันนี้เองก็ไม่เหมาะสมเลยครับ ในนั้นเปึนงบประมาณของ ทหารที่ปรับลดไม่ได้เลยเยอะ ปรับลดลงไปแล้วประธานขอคืนก็มีครับ กรรมาธิการ ก็ส่ายหน้าไม่รู้จะทําอย่างไร ผมก็เข้าใจอึดอัดนะครับ ผมเรียนท่านประธานเลย งบประมาณของกองทัพบกผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร วันนี้ก็ขออนุญาตพูดในฐานะของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยในสภาแล้วกันครับ ท่านกรรมาธิการห้องใหญ่อาจจะไม่รับรู้ ส่งเข้าไปนี่ผมก็ดู ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมบอกไม่มีรายละเอียดเลยส่งมาป๊กนิดเดียว กระทรวงอื่นทําไมเขามีรายละเอียดหมด วันสุดท้ายมาครับนัด ๙ โมงป๊กขนาดนี้ครับ ๓-๔ ฟุตได้ บอกว่าโอเคพรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวคงได้พิจารณา ท่านประธานครับ ต้องกราบขออภัย จริง ๆ ครับ ผมไปถึงห้องประชุมประมาณ ๙ โมง ๕ นาทีเท่านั้นครับ คณะกรรมาธิการ ฝ์ายรัฐบาลปล่อยออกไปแล้วเรียบร้อยผมงงเลยครับ เพราะประชุม ๙ โมงครับ ประมาณ ๕ นาทีนะครับ กองขนาดนี้เป่ดยังไม่ทันเลยครับ ออกไปแล้ว ผมไม่ได้ดูเลยของกองทัพบก สารภาพโดยตามตรงไม่ได้เห็นนะครับ เพราะว่ามันเร็วมาก นี่คือกระบวนการพิจารณา ที่ผมเสียใจ ผมก็บกพร่องครับ แต่เขาเสียงข้างมากเขาเข้ามาปุ็บเขาผ่านพรวดเลย ผมไม่เคยพบ ปกติกรรมาธิการจะประชุมกันนี่ต้องประมาณ ๙ โมง ๑๐ นาที ๙ โมง ๒๐ นาที ทีนี้ผมไปถึง ๙ โมง ๕ นาทีนี่ปัูบหายไปเลย ผมเสียใจตรงนี้ผมบอกผมเสียใจ ก็ไม่มีโอกาสได้อะไรเลยครับ ก็มีปัญหาเยอะครับ แต่ปรับลดก็ไม่ค่อยปรับลดได้ครับ งบประมาณที่ใช้ในเรื่องของความฟุ์มเฟ๋อยค่อนข้างจะเยอะนะครับ แล้วก็ในเรื่องที่เรา ท้วงติงกันว่าน่าจะมีการรั่วไหลคือการโกงก็หลายเรื่อง เพราะรัฐบาลนี้มีปัญหาเยอะ ท่านประธานคงจําเรื่องของโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงมูลค่า ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท จําได้ไหมครับที่เราเคยมีการอภิปรายกันไป ตอนนั้นการใช้จ่ายงบประมาณเปึนเงินกู้มา ค่าแวต ถ้าเปึนเงินกู้ในประเทศนี่ต้องเสียแวต ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเปึนเงินกู้ต่างประเทศ แวตไม่ต้องเสีย แล้วก็มีเงินสํารองเขาเรียกว่าเงินสํารองจ่ายอีกก้อนหนึ่งนะครับ ทั้งหมดนี่ ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ไปกู้เงินของเจบิค (JBIC) ประเทศญี่ปุ์นเขาให้เงินกู้มาเงินตัวนี้ต้องคืนคลัง แต่ปรากฏว่า รัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม เสนอเข้าไปครับ