วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้หนี้สินของรัฐบาล และเรียกร้องการลดการใช้จ่ายและลดหนี้สิน
ท่านประธานครับ ผมยังไม่ได้ลง รายละเอียดเพราะว่าเรามีอีกหลายมาตรา แต่วันนี้ที่ผมพูดให้ฟังคือภาพรวม ผมยังแตะ ภาพรวมเท่านั้นว่าทําไมผมถึงไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณก้อนนี้ แล้วทําไมเราคิดว่าต้องปรับลดลง ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมสอบถามสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ผมถามว่าวันนี้ประเทศไทยมีหนี้เท่าไร เขาบอกว่า ประเทศไทยมีหนี้ประมาณ ๔.๖ ล้านล้านบาท แต่ตามเอกสารมาคือ ๔.๑ ล้านล้านบาท แต่ถามว่าแล้วที่จะกู้ต่อ ๆ ไปถึงตอนนี้ที่ตกลงไว้แล้วเท่าไร บอกว่า ๔.๖ ล้านล้านบาท แล้วถามว่าใช้หนี้เท่าไร ท่านประธานครับ ป้นี้เราใช้หนี้เขาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการใช้หนี้ แต่โทษครับท่านประธาน เปึนดอกเบี้ยเสีย ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเองนิดเดียวครับเปึนเงินต้น ถ้าเอา ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ไปหาร ๔.๖ ล้านล้านบาท นั่นแปลว่าเราต้องใช้หนี้ไปอีก ๑๐๐ กว่าป้ครับ อีก ๑๐๐ กว่าป้ ก็ไม่หมด นี่คือสาเหตุที่ผมต้องดูว่าแล้วถ้าเราจ่ายเงินอย่างนี้เปึนอย่างไร จริง ๆ แล้ว ถ้าใช้จ่ายเม็ดเงินอย่างประหยัด ไม่ปล่อยให้มีการรั่วไหล ไม่มีการหมกเม็ด ซื้อขายงบประมาณ ซึ่งเดี๋ยวจะมีการพูดต่อไปนะครับ ไม่จําเปึนต้องกู้ครับท่านประธาน ผมยืนยันว่าไม่กู้ก็ทําได้ เผลอ ๆ ไม่ต้องรีดภาษีขนาดนี้ด้วย ทําได้ มีหลายตัวทําได้ หลายตัวนี้ผมว่าฟุ์มเฟ๋อยมาก แต่อันนั้นเปึนเรื่องของการบริหารจัดการในเมื่อวันนี้เราพิจารณาที่ ๒.๐๗ ล้านล้านบาท เดี๋ยวก็ว่ากันครับ แต่ผมไม่สบายใจว่าเราต้องใช้หนี้ไปอีก ๑๐๐ กว่าป้ก็ไม่หมดนี่ผมไม่สบายใจ แล้วผมไม่สบายใจว่าเงินก้อนนี้ที่รัฐบาลต้องไปรีดภาษีพี่น้องประชาชน ผมต้องเรียน ท่านประธานด้วยครับ แวต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เลี่ยงไม่ได้หรอกครับ ขืนรัฐบาลใช้จ่ายอย่างนี้ แวต ๑๐ เปอร์เซ็นต์เกิดแน่ ๗ เปอร์เซ็นต์เอาไม่อยู่หรอกครับ เพราะว่าวันนี้ไม่มีปัญญา ใช้หนี้หรอกครับ ดอกเบี้ยสูงขนาดนี้ เงินต้นสูงขนาดนี้ ไม่มีปัญญาใช้หนี้หรอกครับ อย่ามาอธิบายเลยว่าวันนี้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีมันลดลง ลดลงเพราะอะไรรู้ไหม ท่านประธาน เพราะไปปรับตัวเลขจีดีพีจาก ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๑๐ ล้านล้านบาท เงินเฟัอเอาตัวเลขใส่เข้าไปด้วยเพื่อให้ตัวเลขจีดีพีมันใหญ่ พอใหญ่ปุ็บสัดส่วนมันก็เปลี่ยน ก็เลยดูสัดส่วนมันน้อยลง ลองไปเอา ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนเดิมสิครับ ไปเอา ตัวเลขเศรษฐกิจจริง ๆ เข้ามาสิครับ ตัวเลขไม่ใช่อย่างนี้หรอก ไปถามความรู้สึกของ พี่น้องประชาชนจริง ๆ สิว่าวันนี้เขาเดือดร้อนไหม รายได้เขาดีไหม ถามในใจพี่น้องประชาชน ที่ฟังอยู่ตอนนี้ ถามตัวเองสิครับ ใครไม่เปึนหนี้บ้างครับ แล้วหนี้ก้อนนี้รัฐบาลจะช่วยท่าน ในการสร้างรายได้ให้ท่านอะไรครับ ท่านสุวโรช งบประมาณโอทอป (OTOP) มีตั้ง ๓๐๐ ล้านบาท ป้ที่แล้วงบประมาณ โอทอปมี ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ ตั้งไว้ที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ป้นี้ ๓๐๐ ล้านบาท แม้แต่ ๓๐๐ ล้านบาทต่อประชาชนทั้งประเทศต่อทุกหมู่บ้านในประเทศไทย เทียบกับรถทหารนี่รถถังคันสองคันแล้วกระมัง อึดอัดครับ ท่านประธานวันนี้พี่น้องผม ไม่ได้อะไรเลยนะจัดสรรงบประมาณก้อนนี้ไปผมยังตอบไม่ได้เลยว่าอย่างมากโอทอป ก็ไปจัดงานให้ครับ แต่จะไปส่งเสริมเหมือนสมัยเดิมว่ามีการส่งเสริมระบบการผลิต ส่งเสริมคุณภาพ ส่งเสริมระบบการตลาด การบริหารการจัดการเหมือนในอดีตไม่มีหรอก ไม่มีครับ ชุมชนพอเพียงยังกรองไม่เสร็จเลย ตอนแรกเรียกว่าเอสเอ็มแอล (SML) ส่งไปให้ ทุกหมู่บ้านมีอํานาจบริหารจัดการเอง บอกว่าเปึนการเพิ่มอํานาจให้กับพี่น้องประชาชน ในการตัดสินใจใช้จ่ายงบประมาณ ทุกคนในประเทศไทยทุกหมู่บ้านมีความสุขมีเอสเอ็มแอล อันนี้ต้องขออนุญาตขอบคุณย้อนกลับไปหาท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณที่คิดแนวทางนี้ว่า ให้หมู่บ้านมีอํานาจตัดสินใจในการใช้จ่ายงบประมาณตัวเอง วันนี้เปึนอย่างไรครับ ในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ งบประมาณเปลี่ยนชื่อเปึนชุมชนพอเพียง เปึนอย่างไรครับ ถูกเปลี่ยนชื่อเปึนอย่างไร ชุมชนแพงเพียบ ล็อก สเปกกันเลยว่าเอาละ คุณตั้งกรรมการขึ้นมาได้เดี๋ยวส่งคนไปติดต่อ ถ้าอยากจะได้คุณต้องเอาเครื่องน้ําดื่ม พลังแสงอาทิตย์ซื้อโน่นซื้อนี่นะล็อกไปเลย ยังสอบสวนกันไม่เสร็จ แล้ววันนี้ถึงไหนแล้วครับ ป้นี้ยังเพิ่มอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาทชุมชนพอเพียง แต่โอทอปให้แค่ ๓๐๐ ล้านบาท ของประชาชน ๓๐๐ ล้านบาท ที่ล็อก สเปกไว้เงินยังใช้ไม่หมด