สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชน เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การเรียนฟรี การประกันรายได้ และการแก้ไขปัญหหนี้สิน นอกจากนี้ยังพูดถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐบาลและการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายกรณ์ จาติกวณิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผมขออนุญาตเช่นเดียวกันที่จะชี้แจงไม่รบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกมากนักนะครับ ขออนุญาตชี้แจงในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าเราตั้งใจที่จะพูดคุย กันด้วยใจเปึนธรรม แล้วก็โดยเฉพาะถ้าเราตั้งใจที่จะรับฟังข้อเท็จจริง ผมเชื่อว่าในเรื่องที่ เกี่ยวกับกระทรวงการคลัง แล้วก็ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปราย เราสามารถที่ จะสรุปกันได้ใน ๔ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ

ประเด็นแรก ผมคิดว่าถ้าเราดูสถิติการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วง ๑ ป้ ที่ผ่านมา เราก็จะเห็นข้อเท็จจริงว่าในระดับมหภาค เศรษฐกิจของประเทศของเรานั้น แข็งแกร่งขึ้นจริง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็เปึนตัวพิสูจน์ ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ ปฏิเสธไม่ได้ ช่วงไตรมาสแรกของป้นี้อัตราการขยายตัวก็สูงถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๒ น่าจะสูงอยู่ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ทําให้อัตราขยายตัวในครึ่งป้แรกอยู่ในระดับสูงที่สุด เปึนต้น ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลก คืออยู่ที่ระดับราว ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือ ข้อเท็จจริงประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายก็เปึนข้อเท็จจริง เช่นเดียวกัน เพราะถึงแม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้น แต่พี่น้องประชาชนก็ยังเดือดร้อนอยู่ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ประเด็นปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนก็ยังเปึนภาระหน้าที่ ของรัฐบาล แล้วก็พวกเราทุก ๆ คนที่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ แล้วนี่ก็คือสาเหตุ และที่มาความจําเปึนของรัฐบาลที่จะต้องจัดสรรงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ที่ยังจะต้องเปึน งบขาดดุลอยู่ แล้วความจําเปึนในการที่จะต้องจัดสรรงบขาดดุลก็เปึนสิ่งที่นํามาสู่

ข้อสรุปที่ ๓ ก็คือนี่เปึนเหตุผลว่า ทําไมรัฐบาลถึงยังจะมีทรัพยากรที่จะ นํามาใช้ในการที่จะดูแลแก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนได้ต่อไป ไม่ว่าจะเปึนการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให้เพียงพอต่อ โครงการที่พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ อย่างเช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การจัดให้มีการเรียน ฟรีจริง เรื่องของการประกันรายได้ ซึ่งก็มีการอภิปรายกันค่อนข้างมาก แต่รัฐบาลก็มั่นใจ ว่าเปึนโครงการที่ทําให้พี่น้องเกษตรกรหลายล้านคนได้ประโยชน์จริง รวมไปถึงแม้แต่เรื่อง ของความพยายามในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชน ทั้งหมดก็เปึนความจําเปึน แล้วก็เนื่องจากพี่น้องยังเดือดร้อนอยู่เปึนสาเหตุที่ทําไมงบประมาณป้นี้ยังจึงต้องเปึนงบขาดดุล

ข้อเท็จจริงข้อที่ ๔ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในส่วนของประสิทธิภาพ การบริหารจัดการของรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ โดยใช้การเบิกจ่ายเปึนตัวชี้วัด ไม่ว่าจะ เปึนการเบิกจ่ายในงบประมาณหรือการเบิกจ่ายตามงบไทยเข้มแข็งก็ตาม ประเด็นนี้ผม คิดว่าเราก็ต้องเอาความจริงมาพูดกัน ข้อเท็จจริงก็คือประสิทธิภาพของรัฐบาลโดยรวม แล้วก็กลไกของรัฐยังมีความเปึนไปได้ที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ ผมเรียน ตามตรงนะครับว่า ๑ ในอุปสรรคของรัฐบาลในการที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องของแหล่งเงินก็ได้มีโอกาสยืนยันกับสภาแห่งนี้หลายครั้งว่ากระทรวงการคลัง เราสามารถที่จะจัดสรรเงินให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ แต่ประสิทธิภาพ ในการเบิกจ่าย ประสิทธิภาพในการบริหารโครงการต่าง ๆ ยังเปึนประเด็นที่ท้าทายเราอยู่ และนี่ก็คือหนึ่งในสาเหตุที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายถึงการเบิกจ่ายในส่วนของงบไทยเข้มแข็ง ซึ่งความจริงเพื่อไม่ให้สับสนตัวเลขที่แท้จริงในแง่ของการเบิกจ่าย ณ ขณะนี้อยู่ที่กว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็คาดว่าภายในช่วงสิ้นป้นี้ก็จะสามารถเบิกจ่ายได้เพิ่มเติมอีก อย่างน้อยประมาณ ๖๐,๐๐๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพพอมี แต่ยังดีขึ้นกว่านี้ได้ แต่ด้วยอุปสรรคทางด้านประสิทธิภาพก็เปึนหนึ่งในสาเหตุที่รัฐบาล ได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกความตั้งใจเดิมที่เคยมีในการที่จะกู้ยืมเพิ่มเติมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยอาศัยตัวพระราชบัญญัติ ซึ่งตรงนี้สาเหตุหลักก็เปึนเพราะว่าเราไม่มีความจําเปึนที่จะต้อง กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในระดับนั้น แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับด้วยว่าประสิทธิภาพ ในการที่จะใช้เงินส่วนนี้ ถึงแม้ว่าเรามีเงินนี้ในมือก็ยังอาจะไม่ส่งผลตามที่เราต้องการ ต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในประเด็นเหล่านี้เรายอมรับแล้วผมคิดว่าต้องนําไปสู่ การแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้มีประสิทธิผลต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้น ในส่วนของงบของ กระทรวงการคลังเอง ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าเราระมัดระวังอย่างมาก กระทรวงการคลังเองจริง ๆ ไม่ได้เปึน กระทรวงใช้เงิน เราเปึนกระทรวงหาเงิน ซึ่งกระทรวงการคลังเองก็เปึนกระทรวงเดียว ที่งบประมาณที่จัดสรรให้ในป้ ๒๕๕๔ ปรับลดลงเมื่อเทียบกับป้ ๒๕๕๓ คือในป้ ๒๕๕๓ เม็ดเงินงบประมาณของกระทรวงการคลังอยู่ที่ระดับ ๒๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๔ ปรับลดลงเหลือ ๒๐๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เปึน ๑ ในไม่กี่กระทรวงที่มีการปรับลดงบประมาณ โดยกรรมาธิการ แต่ไม่มีการแปรเพิ่มให้กับทางกระทรวง เพราะฉะนั้นเราตระหนักถึง ความจําเปึนที่จะต้องระมัดระวังในแง่ของการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชน แต่ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายของกระทรวงการคลังโดยรวมอยู่ที่ระดับประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รายได้ ที่กระทรวงการคลังหาได้ให้กับเพื่อน ๆ ที่กระทรวงอื่นสามารถที่จะนําไปใช้ในการที่จะดูแล พี่น้องประชาชนตามภาระหน้าที่ของแต่ละกระทรวงสูงถึง ๑.๖๕ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้น ค่าใช้จ่ายในการดําเนินการ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เราหารายได้เพื่อมาจัดสรรตาม ความต้องการของประชาชนได้ถึง ๑.๖ ล้านล้านบาท

ในส่วนของประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาในแง่ของบทบาทหน้าที่ ของกระทรวงการคลังในการช่วยดูแลเกษตรกร ผมขอเรียนว่ากระทรวงการคลังตามความเข้าใจ ของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงกระทรวงการคลังในแง่ของการบริหารหนี้ ในแง่ ของการเก็บภาษี ในการเบิกจ่ายโดยกรมบัญชีกลางในการดูแลรัฐวิสาหกิจ แต่จริง ๆ แล้ว บทบาทของทางกระทรวงการคลังที่มีต่อการดูแลพี่น้องประชาชนโดยตรง มีและมีมากขึ้น เรื่อย ๆ แล้วโดยเฉพาะในส่วนของเกษตรกรที่ท่านได้พูดถึง มีท่านสมาชิกได้พูดถึงบทบาท ของทางกรมธนารักษ์ เปึนต้น ผมก็อย่างที่เรียนว่าในส่วนของกรมธนารักษ์นั้นก็ได้มี ความพยายามตลอดช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมาในการที่จะจัดสรรที่ราชพัสดุให้เปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องเกษตรกรใช้ในการทํามาหากิน ในช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมาได้สามารถที่จะจัดพื้นที่ ที่เปึนที่ราชพัสดุให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็ท่านได้นําเสนอว่า ควรที่จะจัดสรรให้พี่น้องเกษตรกรมีโอกาสได้เช่าใช้พื้นที่นี้เพื่อทํามาหากินทางการเกษตร ในราคาที่ถูก ผมก็ขอเรียนว่ากรมธนารักษ์คิดค่าเช่าเกษตรกรเพียงแค่ไร่ละ ๒๐ บาทต่อป้ ในการที่จะใช้พื้นที่นี้ และกรมธนารักษ์เองก็มีเปัาหมายว่าจะจัดสรรพื้นที่ในลักษณะนี้ เพิ่มเติมให้กับพี่น้องเกษตรกรในป้นี้อีก ๖๐,๐๐๐ ไร่

ในส่วนของภารกิจอื่น ๆ ของทางกระทรวงการคลัง ก็จะผ่านทาง ธ.ก.ส. ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้กรุณาอภิปรายบทบาทของ ธ.ก.ส. เช่นเดียวกัน ก็ขออนุญาตเรียนว่า ธ.ก.ส. เองนั้นโดยนโยบายของทางรัฐบาลก็ได้จัดอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่เดือดร้อนที่สุด ก็คือมีหนี้ที่ไม่ก่อรายได้หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่าเปึนเอ็นพีแอล (NPL) ที่มีส่วนเปึนสมาชิกกองทุนฟุ๋นฟูเกษตรกร เราก็ได้มีนโยบายว่าเราจะปรับลดหนี้ให้ครึ่งหนึ่งคือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยอัตราดอกเบี้ย - ๓ จากอัตราดอกเบี้ยปกติ คืออยู่ที่ระดับประมาณ ๓.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ได้เปึนอัตราดอกเบี้ยที่ทําให้ ธ.ก.ส. มีกําไรแต่อย่างใด

ในส่วนของเกษตรกรที่มีหนี้ที่ไม่ก่อรายได้ที่ไม่ได้เปึนสมาชิกของกองทุน ฟุ๋นฟูอีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ชีวิต ทาง ธ.ก.ส. โดยคําแนะนําของทางรัฐบาลก็ได้จัดสรร ดอกเบี้ยพิเศษและเงื่อนไขพิเศษในการที่จะชําระหนี้ส่วนนี้เช่นเดียวกัน ก็คืออัตราดอกเบี้ย - ๓ เศษ ๆ และระยะเวลาในการชําระหนี้ที่ได้ยืดเวลาให้ และนอกจากนั้นมีเงื่อนไขว่า ถ้าชําระหนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แรกได้ก็สามารถที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หลังลดลงได้อีก นี่ก็คือตัวอย่างในส่วนของบทบาทของทางกระทรวงการคลังในการดูแล พี่น้องประชาชนโดยตรง ‘

สุดท้ายนะครับท่านประธาน ก็คือประเด็นเรื่องของภาระการชําระหนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็มีความกังวลว่าเรามีแผนในการที่จะชําระหนี้สาธารณะอย่างไร ผมขอเรียนว่าถ้าไม่จําเปึนจริง ๆ เราก็ไม่อยากมีงบขาดดุล ไม่อยากที่จะต้องเพิ่มภาระ หนี้สินให้กับประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยืนยันอีกครั้งครับ เมื่อเช้าก็ได้มีโอกาสได้ ชี้แจงไปแล้วครั้งหนึ่งว่า ระดับหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ในระดับที่ไม่ได้เปึนพิษเปึนภัย ต่อเสถียรภาพการคลังของประเทศ ผมยืนยันเรื่องนี้จากใจจริง แล้วก็ระดับหนี้สาธารณะ อยู่ที่ระดับประมาณ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ณ ขณะนี้ต่ํากว่าที่คาดไว้เยอะเมื่อเทียบกับช่วง ระยะเวลาเดียวกันในป้ที่แล้ว เราเคยคิดว่าอัตราหนี้สาธารณะเทียบกับจีดีพีอาจจะต้อง ปรับขึ้นไปสูงถึงประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ ณ ขณะนี้ประมาณการของกระทรวงการคลังเองคาดว่าระดับหนี้สาธารณะยังมี ความจําเปึนต้องเพิ่มขึ้นครับ ท่านอภิปรายก็ถูกต้อง เพราะป้นี้เองก็เปึนป้ที่เรามี งบประมาณที่เปึนงบขาดดุล ก็หมายความว่ายังมีความจําเปึนต้องกู้เพิ่มเติม แต่เรา คาดว่าหนี้สาธารณะเมื่อเทียบกับจีดีพีไม่น่าจะขึ้นสูงกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ตามประมาณการ ณ ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่ได้สร้างปัญหากับเสถียรภาพของเศรษฐกิจของเราโดยรวม ส่วนในป้ปัจจุบันก็อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในแง่ของงบประมาณที่เราได้จัดสรรไว้ สําหรับการชําระเงินต้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําหนดไว้เปึนการชําระเงินต้นที่เปึนหนี้ ของรัฐบาลโดยตรง แต่ถ้าท่านดูในเอกสารที่เกี่ยวกับงบประมาณที่จัดสรรให้กับ รัฐวิสาหกิจ ท่านก็จะเห็นว่ามีการจัดสรรงบเพื่อชําระหนี้ของรัฐวิสาหกิจเพิ่มเติมอีก ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ยังไม่นับรวมถึงหนี้สาธารณะที่เราได้ชําระล่วงหน้านะครับ สืบเนื่องมาจากรายได้ของรัฐบาลที่ดีขึ้นในป้งบประมาณป้ปัจจุบัน และทางรัฐบาลก็ได้ ลงนามโดยกระทรวงการคลังลงนามร่วมกับทางสํานักงบประมาณที่จะกําหนดแผนที่ ชัดเจนว่าภายใน ๕ ป้ เราจะมีงบที่สมดุลได้อย่างไร งบที่สมดุลก็หมายถึงหนี้สาธารณะ ที่จะปรับลดลง และเราได้กําหนดภายในสมมุติฐานนั้นว่าจะมีการชําระหนี้เพิ่มเติม ในทุก ๆ ป้ เพราะฉะนั้นก็เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสบายใจนะครับ ทั้งในส่วนของงบประมาณ ที่กระทรวงการคลังจะใช้เอง ทั้งในส่วนของวิธีการบริหารเศรษฐกิจโดยรวม รัฐบาลโดย กระทรวงการคลังก็จะบริหารด้วยความระมัดระวัง แล้วก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกอีก ครั้งหนึ่งที่ได้กรุณาอภิปรายและให้ข้อสังเกตและคําแนะนําที่ล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์ครับ ขอบพระคุณครับ