อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะการสร้างแสนยานุภาพของกองทัพ และเรียกร้องให้ลดการสะสมอาวุธสงคราม เนื่องจากไม่เหมาะสมกับกระแสโลกที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และยังตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะโครงการที่ล้มเหลว เช่น การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ด้อยประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตรวจสอบและแก้ไขปัญหา
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดอนเมือง บางเขนและสายไหม จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะได้มีโอกาสพูดถึงการขอปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงกลาโหม ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสียดายนะครับ มองไป ที่นั่งของคณะรัฐมนตรียังไม่เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะคิดว่า การอภิปรายในมาตรา ๖ จากนี้เปึนต้นไปพร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านทีเดียว ก็น่าจะเปึนประโยชน์กับท่านรัฐมนตรี แต่ว่าอาจจะฟังอยู่ที่ใดที่หนึ่งนะครับ กระผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคน ตลอดจนเพื่อนข้าราชการของกระทรวงกลาโหมทุกท่าน ว่าตัวของกระผมนั้นทราบเปึนอย่างดีถึงความสําคัญในภารกิจของกระทรวงกลาโหม ที่ถูกกําหนดเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าจะต้องเปึนหน่วยงาน ในการรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศนี้ แต่อย่างไรก็ดีครับ กระผมมีความจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องขออนุญาตปรับลดงบประมาณในส่วนของมาตรา ๖ เปึนงบประมาณ ของกระทรวงกลาโหม โดยกระผมมีความประสงค์ที่จะปรับลดจากการที่มีการขอวงเงิน เอาไว้สูงถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ลงเปึนจํานวนร้อยละ ๑๐ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งจะยกเว้นในงบประมาณส่วนของกรมราชองครักษ์ ทั้งนี้เพราะกระผมคิดว่าการปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนี้จะไม่ไปกระทบกับสวัสดิการ จะไม่กระทบกับสิทธิประโยชน์ ของกําลังพลกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด แต่แน่นอนว่าการปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้จะต้องมีผลกระทบต่อแผนของการสร้างแสนยานุภาพของกองทัพในขณะนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ที่กระผมเห็นควรที่จะต้องปรับลดงบประมาณในการสร้าง แสนยานุภาพของกองทัพในขณะนี้ เพราะกระผมเห็นว่าสถานการณ์ในรอบบ้านเรา แล้วก็รอบโลกด้วย วันนี้เรากําลังมุ่งเน้นการทําสงคราม แต่คงไม่ใช่การทําสงครามแบบที่ ไปรบราฆ่าฟัน เอากําลังเต็มรูปแบบมารบกัน วันนี้สงครามที่เกิดขึ้นรอบโลกเปึนสงคราม การค้า แล้วก็สังคม แล้วก็สงครามในแบบอื่น ๆ ซึ่งในวันนี้การทําสงครามเต็มรูปแบบ อย่างที่ผมกล่าวไปแล้วนับวันแต่จะหมดไปครับ แล้วก็จะหมดความสําคัญลงไปเรื่อย ๆ ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่พี่น้องในประชาคมโลกของเรานั้นต่างเรียกร้องที่จะอยู่ร่วมกัน อย่างสันติครับ ดังนั้นผมคิดว่ามันคงไม่เหมาะสมเปึนอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเรานั้น จะมีการกระทําที่สวนกับกระแสของโลก ด้วยการแสดงว่าเรานั้นต้องการที่จะอยู่ ตัวคนเดียวครับ ต้องการที่จะอยู่โดยการสะสมอาวุธ ไม่สนใจในการอาศัยอยู่ร่วมกัน แบบพึ่งพา และที่สําคัญก็คือไม่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเปึนพระราชดําริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการเร่งสะสมอาวุธสงครามที่มีราคาแพงนะครับ แพงอย่างเดียวไม่พอ เปึนอาวุธราคาแพงที่ต้องใช้ภาษีอากรของพี่น้องประชาชน หลายแสนล้านบาทครับ ไปจัดหามาโดยที่ท่านก็สร้างเองไม่ได้ ต้องไปจัดหามาจาก ประเทศอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเปึนการลงทุนด้านความมั่นคงที่มันไม่คุ้มค่า ในสภาวะอย่างที่ ผมกล่าวประชาคมโลกนั้นต่างร่วมมือกัน วันนี้เขาร่วมมือกันลดการแข่งขันการสะสม อาวุธครับ ทั้งนี้ก็เพื่อสันติสุข เพื่อภราดรภาพของคนบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ จึงเปึนสาเหตุสําคัญในการขอปรับลดงบประมาณ นอกจากนั้นประเทศไทยเองในป้นี้เรา จัดงบประมาณแบบขาดดุล รัฐบาลได้อ้างความจําเปึนในการกู้เงินไปแล้วหลายแสนล้านบาท ป้นี้ก็ต้องกู้อีก ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นจึงไม่สมควรเปึนอย่างยิ่งที่จะใช้เงินกู้ที่เรา ต้องกู้มา ไปลงทุนด้านการทหารที่มันไม่มีผลกําไรตอบกลับมาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ถ้าเรา จะต้องเปรียบเทียบกับงบประมาณที่จะถูกจัดสรรให้กับกระทรวงที่สามารถจะสร้าง ประโยชน์สุขให้กับประชาชน เอาตัวอย่างของกระทรวงสาธารณสุขแล้วกันนะครับ กระทรวงสาธารณสุขนั้นเปึนกระทรวงที่จะต้องดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นได้รับงบประมาณเพียง ๘๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อนํามาเปรียบเทียบกับกระทรวงกลาโหมจะเห็นว่ากระทรวงกลาโหม ขอใช้งบประมาณสูงกว่ากระทรวงสาธารณสุขถึง ๒ เท่า ซึ่งกระผมเห็นว่าเปึนงบประมาณ ที่มันสูงกินไป แล้วก็งบประมาณที่สูงเกินไปตรงนี้หากว่าถูกปรับลดลงมาด้วยจํานวน ที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณที่จะต้องนําไปจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มี ราคาแพง เราปรับลดลงมาแล้วนําไปใช้ในโครงการอื่น ๆ ที่สร้างประโยชน์สุขให้กับ พี่น้องประชาชน เช่น นํางบประมาณไปสร้างโรงเรียน นํางบประมาณไปสร้างโรงพยาบาล เหล่านั้นจะดีกว่าหรือไม่ อย่างไรนะครับ นั่นคือเหตุผลข้อแรกที่ผมต้องขออนุญาต ปรับลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะเปึนเงินงบประมาณประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เพราะผมคิดว่าการตั้งงบประมาณที่สูงถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทของกระทรวงกลาโหมนั้น เปึนวงเงินที่มันสูงเกินความจําเปึนครับ
อีกประการหนึ่งที่ผมจําเปึนต้องขอปรับลดงบประมาณก็เพราะผมเชื่อว่า กระทรวงกลาโหมจะไม่สามารถนําเงินไปใช้ให้เกิดผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์แล้วก็ เปัาหมายที่ทางกระทรวงได้ตั้งเอาไว้ กระผมขออนุญาตได้ยกตัวอย่างแต่พอเปึนสังเขป ในการใช้งบประมาณที่ล้มเหลวของกระทรวงกลาโหม ป้ที่แล้วครับแล้วก็ป้ก่อน ๆ หน้านี้ ที่สภาได้อนุญาตงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหมไปตามที่กระทรวงร้องขอมานั่น แต่วันนี้กลับพบว่าการใช้งบประมาณหลายโครงการเปึนการใช้จ่ายงบประมาณอย่าง ไม่ระมัดระวังปล่อยให้เกิดความสูญเปล่าครับ เกิดความสูญเปล่า แต่งบประมาณที่ต้อง จ่ายออกไปแบบไร้ค่าทีเดียว เช่นโครงการที่จัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ด้อยประสิทธิภาพ หรือจะพูดง่าย ๆ ในวันนี้นะครับ หลายคนตั้งข้อสังเกตบอกว่าไร้ประสิทธิภาพของกองทัพ มีอยู่มากมายหลายโครงการที่เดี๋ยวจะมีสมาชิกนี่แหละครับ เพื่อนสมาชิกของเราจะได้ไป ลงรายละเอียดในโครงการที่ผมได้กล่าวไปนะครับ การจัดหาอาวุธที่ขาดสํานึก แห่งความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน แทนที่จะทําให้เงินภาษีอากร ของพี่น้องนั้นได้ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าเพื่อนําความมั่นคงกลับมาให้กับพวกเรา แต่มัน กลับกลายเปึนตรงข้ามที่กองทัพนั้นไม่สามารถที่จะใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้กลับมา ปกปัองพี่น้องประชาชนให้ได้ตามวัตถุประสงค์แล้วก็เปัาหมายที่ตั้งไว้ ผมยกตัวอย่างครับ เดี๋ยวมีลงรายละเอียดอีกจากเพื่อนสมาชิก การจัดหาเรือเหาะตรวจการที่ใช้งบประมาณ หลายร้อยล้านบาทในการจัดหาครับ วันนี้เท่าที่ทราบเรือเหาะดังกล่าวที่จ่ายสตางค์ไปแล้ว หลายร้อยล้านบาทยังไม่สามารถไปปฏิบัติงานทางด้านยุทธการได้เลยแม้แต่เที่ยวบินเดียว นอกจากนั้นกระผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสียดายผมไม่เห็นท่าน ต้องกราบเรียนไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ผมเคารพ