อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมเรียกร้องให้กรมประชาสัมพันธ์เร่งดำเนินการสร้างความสุขให้กับประชาชน และขอความช่วยเหลือในการโปรโมตผลประโยชน์ของเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี ประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้ อภิปรายเพื่อปรับลดงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๔ จํานวน ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึน งบประมาณที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ ผมขออภิปรายปรับลดในส่วนของ สํานักนายกรัฐมนตรี จํานวน ๒๕,๔๗๓ ล้านบาท เวลาที่น้อยนิดคงจะอภิปรายครอบคลุม ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ได้ ผมขอมุ่งเน้นไปที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งในป้นี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑,๔๔๘ ล้านบาท ผมขออนุญาตที่จะปรับลด งบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เพื่อใช้สิทธิในการอภิปรายเพื่อชี้ประเด็นว่ากรมประชาสัมพันธ์ ของเราแม้ว่าในภายหลังจะมีการปฏิวัติระบบการทํางานใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสื่อสาร สาธารณะได้มากยิ่งขึ้น แต่ผมก็มีความรู้สึกว่ากรมประชาสัมพันธ์ยังมีข้อบกพร่อง ในการสื่อสารการทํางานของรัฐบาลให้เกิดความเข้าใจต้องตรงกันในหมู่พี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนเหตุผลอธิบายประกอบเพิ่มเติมดังนี้ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้เข้ามา บริหารประเทศป้เศษ วันที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศเราอยู่บนจุดที่เรียกว่ามองไป ข้างหน้าเราไม่เห็นความหวังเลยครับ เรามีภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ําที่สุดนับตั้งแต่ตั้ง กรุงรัตนโกสินทร์ เรามีปัญหาในทางการเมืองความขัดแย้งที่ร้าวลึกอย่างที่ไม่เคย ได้เผชิญกับสิ่งเหล่านี้มาก่อน วันนั้นกราบเรียนตรงไปตรงมาว่าถ้าวัดดัชนีความสุข ของพี่น้องประชาชนคนไทยเราไม่มีความสุขครับ ไม่มีความสุข และเราไม่มีความหวัง เราเกือบจะมองไปข้างหน้าไม่เห็นเปัาหมายอะไรเลย นั่นคือสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรามีนโยบายหลากหลายประการที่ต้องการใช้กรมประชาสัมพันธ์ ในการสื่อสาร นโยบายเหล่านั้นพูด ๓ ชั่วโมงไม่หมดครับ แต่ว่าโดยสรุปก็คือว่าเปัาหมาย สูงสุดของรัฐบาลนี้คือการสร้างคนไทยให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น และตลอดเวลาของรัฐบาล ชุดนี้เราก็เดินไปสู่จุดตรงนั้น ท่านประธานครับอย่างที่เห็นง่ายที่สุดเรื่องของหนี้นอกระบบ ซึ่งพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศเผชิญปัญหานี้อยู่ จนกระทั่งบางครั้งต้องใช้เชือกผูกคอตาย เพื่อป่ดบัญชีหนี้สิน ไม่ว่าประชาชนที่จังหวัดสระบุรี ที่จังหวัดสุโขทัย หรือที่จังหวัดระยอง หรือที่อีสาน หรือที่จังหวัดเชียงราย เปึนปัญหาพื้นฐานของจังหวัดสุโขทัยทั้งประเทศ นับล้านครอบครัว รัฐบาลนี้โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ก็ใช้นโยบาย ปลดเปลื้องหนี้นอกระบบ ซึ่งเปึนการปฏิวัติพื้นฐานชีวิตของพี่น้องคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องต้นทุนของ ลมหายใจ เดินโครงการมาเกือบป้ครับ พี่น้องประชาชนซึ่งไร้ความหวัง ๑,๑๘๓,๐๐๐ ราย เข้ามาสู่ระบบครับ มูลหนี้ทั้งหมดเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เจรจาประนอมไปแล้ว ๖๐๐,๐๐๐ กว่ารายครับ และอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับชีวิตอีกเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ราย มีส่วนหนึ่งยังไม่ประสบความสําเร็จเนื่องจากมีปัญหาเรื่องหลักทรัพย์ ค้ําประกัน แต่อย่างน้อยคนไทยเกือบครึ่งล้านคนเขาได้เดินออกนอกบ้านและไม่มีนายทุน นอกระบบมายืนทวงหนี้ มาประจานด่าว่าอยู่หน้าบ้านก็เพราะนโยบายตรงนี้ กรมประชาสัมพันธ์ ดูเหมือนจะบกพร่องไปสักนิดหนึ่งที่จะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนและทําให้ประชาชนรู้สึก ถึงความหวังและความสุขที่เพิ่มมากขึ้น ตุลาคมเริ่มรอบ ๒ ครับ ที่ตกจากรอบแรก มีปัญหาค้ําประกัน รอบ ๒ เริ่มตุลาคมถ้าพี่น้องฟังการถ่ายทอดอยู่ ณ ขณะนี้ไม่ว่าจะ เหนือ ใต้ ออก ตก เตรียมพร้อมครับ ไม่มีหลักประกัน ไม่มีใครกล้าค้ําประกันไม่เปึนไร รัฐบาลค้ําประกันโดยผ่าน บสย. เตรียมตัวครับ นี่คือสิ่งที่ ส.ส. ทุกคนละครับ ไม่ว่าจะ ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เราพอใจที่จะเห็นประชาชนเปึนไทยในสิ่งเหล่านี้ แต่กรมประชาสัมพันธ์ ต้องสื่อสารตรงนี้ให้ชัดเจน เรื่องของเรียนฟรี ๑๕ ป้ พวกเรา ส.ส. บ้านนอกครับ เราเห็น พี่น้องลูกหลานของเราหลายคนมีความรู้มีความสามารถมีสมอง แต่ขาดโอกาสแล้วก็ ไปอยู่ในท้องทุ่ง ใช้เม็ดเหงื่อสร้างอนาคตแทนที่จะได้เติบโตเล่าเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท ตามมันสมองและคุณภาพที่ตนเองมีอยู่ ก็รัฐบาลนี้ละครับ ๑๕ ป้ที่สะพาน แห่งความหวังของเยาวชนคนหนุ่มสาวบ้านเรามันไปไม่มีที่สิ้นสุดครับ กรมประชาสัมพันธ์ ได้สื่อตรงนี้มากน้อยแค่ไหน ผู้สูงอายุล่ะครับ ๕๐๐ บาท สําหรับพวกเราอาจจะดู เหมือนว่าไม่มากมาย สําหรับเศรษฐี ๕๐๐ บาทยังไม่เท่าค่าทิป (Tip) บ๋อยตามโรงแรม เลยครับ แต่สําหรับผู้สูงอายุมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนทั้งประเทศ ๕๐๐ บาท ชีวิตเขา มีความหวังขึ้นมา เขามีรอยยิ้มขึ้นมาในชีวิต ตรงนี้ที่ต้องสื่อสารให้เกิดความหวังร่วมกัน ผมขอเวลาอีกเพียงเล็กน้อยครับ
เรื่องประกันรายได้เกษตรกร เคยมีรัฐบาลไหนบ้างที่เงินส่งตรงจากรัฐบาล เข้าตู้เอทีเอ็มของเกษตรกร ปัญหาอาจจะมีอยู่บ้างครับ ซึ่งอยู่ในระหว่างการปรับแก้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่วันนี้เกษตรกรรู้ว่าเงินไม่ตกไปเบี้ยใบ้รายทางไปอยู่ที่โรงสี ไปอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง หรือรัฐมนตรีบางคน เงินเข้ากระเปิาพี่น้องเกษตรกรโดยตรง ปัญหามีเราแก้ไขป้หน้าพี่น้องเกษตรกร ข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพดจะมีความหวัง มากยิ่งขึ้น กรมประชาสัมพันธ์ต้องเน้นหนักตรงนี้ให้มากขึ้นครับ ท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีกเพียงเล็กน้อยวันนี้พี่น้อง อสม. มีความสุขกันหมดครับ