สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการปรับลดลง 10% ของงบประมาณสํานักงบประมาณและเรียกร้องให้มีการอภิปราย โดยเน้นความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าและไม่มีการดำเนินการตามแผน

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๔ งบกลาง แล้วก็มาถึง สํานักนายกรัฐมนตรี มาตรา ๕ ซึ่งผมเองได้ขอแปรญัตติตัดหลายรายการ แต่ผมจะขอ อภิปรายในรายการเดียว ในรายการที่ ๗ ซึ่งในรายการอื่น ๆ เช่น สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติก็ดี กอ.รมน. ก็ดี ก็ได้มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็ปรับลดไปเยอะแล้ว ในรายการที่ ๗ นี้ ผมเห็นหลายป้ที่ผ่านมาไม่มีใครที่จะอภิปรายในหน่วยงานนี้เลยครับท่านประธาน และ หน่วยงานนี้ก็เปึนหน่วยงานซึ่งมีบทบาทอิทธิพลต่อการกําหนดในเรื่องของงบประมาณ การบริหารการจัดการของหน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่มาของบประมาณ เพื่อที่จะรอมา พิจารณาในห้องนี้ก็คือสํานักงบประมาณ ผมไม่เห็นมีท่านใดเลยที่จะได้อภิปรายถึง สํานักงบประมาณ ผมจะอภิปรายตัดงบประมาณของสํานักงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะได้ถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่นั่งอยู่นี้ ไม่เห็นผู้อํานวยการสํานักงบประมาณเลย พอพูดถึงสํานักงบประมาณ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณไปอยู่ที่ไหน เชิญได้ไหมครับท่านประธาน อันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญเรื่องใหญ่นะครับ ท่านประธานอยู่สภามานาน เราได้เห็นเรื่องการใช้จ่าย งบประมาณ แต่ไม่มีใครพูดทักท้วงติติงสํานักงบประมาณเลย อยู่ด้วยความเกรงอกเกรงใจกัน ผมที่ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของสํานักงบประมาณครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ลุกขึ้นมาตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่

หลักการแรก ที่ผมได้คิดว่าทําไมสํานักงบประมาณเราจะต้องมาพูดกัน ในสภาแห่งนี้ แล้วก็ต้องตัดสํานักงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งแรกครับท่านประธาน พวกเราจะต้องมีหลักดูว่าพันธกิจ ภารกิจของสํานักงบประมาณที่รายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรในการขอในวาระที่หนึ่งในเรื่องของการรับหลักการ ท่านได้เสนอเล่มขาว คาดแดงต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วส่งให้พวกเราทราบ ท่านได้เขียนไว้คือวิสัยทัศน์ และพันธกิจ พันธกิจนี้ก็คือสิ่งซึ่งท่านจะต้องไปดําเนินการหรือกิจกรรมเพื่อที่จะให้เปึน บรรลุวัตถุประสงค์เปัาหมายของท่านที่ท่านรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในชั้น วาระรับหลักการในวาระที่หนึ่ง พันธกิจของท่านมีอยู่ ๔ ข้อครับท่านประธาน ผมจะอ่าน โดยเฉพาะในข้อ ๓ ท่านบอกว่าพันธกิจ ข้อ ๓ ของท่าน บริหารจัดการงบประมาณเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่า ให้บรรลุเปัาหมายผลสัมฤทธิ์ของการดําเนินงานตามแผน ที่กําหนดไว้ ข้อ ๔ท่านบอกว่า ติดตามประเมินผลและรายงานผลความสําเร็จของ การดําเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ อันนี้คือท่าน มีข้อตกลงกับสภาแห่งนี้นะครับ

ประการต่อมา เพื่อที่จะให้สํานักงบประมาณได้บริหารตามพันธกิจ เพื่อประสบความสําเร็จ ผมก็ไปขอเอกสารจากสํานักงบประมาณ ในฐานะซึ่งผมเปึน ประธานติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร อะไรเปึนเครื่องมือให้ท่าน จะต้องบริหารอย่างนี้ กฎหมาย ระเบียบ หนังสือเวียนเกี่ยวกับงบประมาณของสํานักงบประมาณ สํานักนายกรัฐมนตรี หลักเกณฑ์ หลักการ แนวทางปฏิบัติที่ท่านจะต้องยึดถือเปึนเครื่องมือ ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณให้คุ้มค่าอย่างที่ท่านพูด ๑. พระราชบัญญัติวิธีบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ ว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ป้ ๒๕๔๘ ระเบียบบริหารสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย บริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๔๙ ระเบียบการก่อหนี้ผูกพันข้ามป้ พ.ศ. ๒๕๓๔ เยอะแยะครับท่านประธาน นี่เปึนเครื่องมือในการบริหารการจัดการของท่าน แต่ที่ผม บอกว่าตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ได้ตําหนิว่าสํานักงบประมาณของพวกเราไม่มีความรู้ ความสามารถ ผมยอมรับมาตลอดว่าสํานักงบประมาณมีความรู้ความสามารถ แต่ความรู้ ความสามารถของท่านมันจะต้องดูแลคุ้มครองการใช้จ่ายเงินให้มีผลสัมฤทธิ์อย่างที่ท่านแถลงต่อ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ วันนี้ผมจะหยิบยกบางรายการที่เปึนเหตุผลหนึ่ง ซึ่งผมได้มีการ ติดตามการใช้จ่ายเงินถือว่าเปึนเรื่องที่เสียหายมากที่สุดในขณะนี้ แล้วสํานักงบประมาณ เองไม่เคยแสดงความรับผิดชอบในการที่จะปกปัองรักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และงบประมาณของพี่น้องประชาชน ที่พูดนี้ไม่ได้ตําหนิท่านนะครับ แต่พูดถึงเรื่องกรอบ ภารกิจของท่านคือพันธกิจของท่านที่ท่านจะต้องดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างรายการหนึ่งขึ้นมาครับท่านประธาน อันนี้เปึนเรื่องใหญ่เรื่องสําคัญ งบประมาณก็คืองบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ คือสํานักคณะกรรมการการศึกษาอาชีวะ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการของบประมาณ ในการก่อสร้างศูนย์การศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําทะเลสาบสงขลา โครงการที่ ๑ อยู่ทะเลสาบสงขลา ท่านอาจจะทราบชื่อของประธานท่านองคมนตรีอยู่ที่จังหวัดสงขลา งบประมาณในเฟส (Phase) แรก ระยะที่ ๑ ของโครงการที่ ๑ ประมาณ ๘๓๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งมาในรัฐบาลใดอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในกรอบภารกิจของสํานักงบประมาณนั้นตั้งไว้ประมาณ ๓ ป้ในการก่อสร้าง ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ๓ ป้ในเฟสแรกนะครับ เฟสที่ ๒ อีกประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท สิ่งซึ่งผมจะขอเรียนท่านประธานก็คือว่าหลังจาก ที่ผมได้รับแต่งตั้งจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เปึนประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ ผมก็มีความสงสัยว่าในรายการนี้มีการตั้งงบประมาณ ไปตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ จนถึงป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ กําลังดําเนินการอยู่นี้ ผมได้สอบถามว่า รายการนี้ทําไมมีการตั้งจ่ายเงินกันไปแล้วมีการขอขยายแล้วเลื่อนเวลาในการเบิกจ่ายเงิน ข้ามป้มาอีก ๑ ป้จากป้งบประมาณที่ปกติที่ขอต่อสภาแห่งนี้และสภาก็ได้อนุมัติไปแล้ว ในวาระที่สาม ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายการนี้เปึนการก่อสร้างศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา มีโดมแล้วก็มีพันธุ์ปลาต่าง ๆ แล้วจะให้พี่น้องประชาชนเข้าไปศึกษาเรียนรู้พันธุ์ปลาน้ําจืด และน้ําเค็ม มีการออกแบบอย่างดีเปึนการเชิญชวนเปึนสัญลักษณ์ของพี่น้องชาวจังหวัด ภาคใต้ โดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญท่านทราบหรือเปล่าไม่รู้ เปึนสัญลักษณ์เลยนะครับ แล้วเวลาพี่น้องข้างเคียงประเทศเรา ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียเข้ามาเขาจะต้องมาดูและมีการเก็บรายได้ป้หนึ่ง ไม่ใช่สํานักงบประมาณ กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณไปดูคาดว่าจะมีรายได้ป้หนึ่งเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ต่อป้ แต่ปรากฏอย่างนี้ครับท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุดก็คือว่าหลังจาก ที่มีการประกวดราคาหาผู้รับจ้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วมีการแอดวานซ์ (Advance) ไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ผู้รับจ้างเบิกเงินไปล่วงหน้าอีก ๑๐๐ กว่าล้านบาท กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภาแห่งนี้ก็สงสัยว่า มีการเบิกจ่ายเงินกันไปตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๑ ไปตั้ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท แล้วอยู่ ระหว่างอะไร ผมเองจึงลงไปดูในป้ ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ก่อนลงไปประมาณ ๑ เดือน เพิ่งตอกเสาเข็ม อะไรมันเกิดขึ้นเอาเงินของพวกเราไปตั้ง ๑๕๐ ล้านบาท เอาไปแล้ว แล้วไม่ทําอะไรเลย ๒-๓ ป้ ปรากฏว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ หลังจากที่คณะกรรมาธิการ จะลงไปเพิ่งตอกเสาเข็มอ้างเหตุผลต่อคณะกรรมาธิการว่าจะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ รูปรายการทางสถาปัตย์ ผมยิ่งสงสัย นี่ละครับคือบทบาทของสํานักงบประมาณก็คือว่า ปรากฏว่าคณะกรรมการ ๕ คน ในการกําหนดแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบรูปสถาปัตย์ โครงสร้างนี้ท่านประธาน ๔ คนไม่เห็นด้วยเลยขอให้เหมือนเดิม แต่มีอยู่คนเดียว ท่านประธาน