นิยม เวชกามา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบิดเบือนข่าวสาร การเซนเซอร์ข่าว และการเสนอข่าวที่ไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังเสนอแนะการปรับปรุงหน่วยงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยเสนอให้ตัด 30% งบประมาณ เนื่องจากไม่มีบทบาทในการดูแลความมั่นคงของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ ส.ส. ในการขอแปรญัตติโดยตัดงบประมาณในส่วนของ กรมประชาสัมพันธ์ สํานักนายกรัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จํานวนเงิน ๑๔๔ ล้านบาทเศษ จากวงเงิน ๑,๔๔๘ ล้านบาทเศษ ที่ผมมีความจําเปึนต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเหตุ โดยผลเนื่องจากกรมประชาสัมพันธ์เปึนหน่วยงานของรัฐที่กํากับดูแลสถานีโทรทัศน์ แห่งประเทศไทยหรือเอ็นบีที หรือที่พี่น้องประชาชนชาวบ้านทั่วไปเรียก ช่องหอยม่วง ท่านประธานครับ ด้วยจิตวิญญาณของผมเองเคยทําสื่อมา ๒๐ ป้ที่อยู่ในวงการมันเปึน ความเจ็บปวดที่นายกรัฐมนตรี ที่รัฐบาลชุดนี้ ที่รัฐมนตรีผู้กํากับดูแลสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ กําลังเข้าใจผิดว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้เปึนของส่วนตัว ความจริงโดยทั่วไปทราบดีว่า เอ็นบีทีก็ตั้งขึ้นมาด้วยงบประมาณ ด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน แต่วันนี้มันก็เปึน ความเจ็บปวด สื่อแห่งนี้เสนอข่าวในช่วงนี้ดีขึ้น แต่ก่อนยิ่งในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่ม ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยถูกบิดเบือนออกไปในมุมใส่ร้ายปัายสีตลอด อันนี้เพื่อน สมาชิกหลายคนก็พูด แต่ผมเองในฐานะคนหนึ่งซึ่งติดตามและดูตลอดเวลามันเปึนความ เจ็บปวดของสื่อโดยจิตและวิญญาณ มีความรู้สึกว่าวันนี้พี่น้องสื่อในมุมของสื่อรัฐเอง ไม่ได้ทําหน้าที่ของสื่อ เนื่องจากมีผู้ที่สั่งการอยู่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ เพราะฟรีทีวีหลายช่อง ก็บอกว่าได้รับหนังสือจากรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่าขอความร่วมมือ ไม่ให้เสนอข่าวของซีกคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความเห็นไม่ตรงกัน เปึนเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ และผมทราบจากเพื่อนฝูงต่อมาว่าในช่วงเวลา ๑๖.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา เจ้าหน้าที่ จากสํานักนายกรัฐมนตรีจะต้องโทรศัพท์ไปเช็กข่าวที่โต๊ะข่าวทุกวันว่าวันนี้ มีประเด็นข่าว อย่างไร เปึนการเซนเซอร์ (Censor) โดยเด็ดขาด อันนั้นมันเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว วันนี้ และรายการเชื่อมั่นประเทศไทยของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้เช็กเรทติ้งบ้างไหมว่าวันนี้ พี่น้องของพวกผมชาวอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดสกลนครเขาดูขนาดไหน ผมคิดว่าวันนี้ บอดสนิท นี่คือความเจ็บปวด ความไม่สนใจ ท่านว่าบอดสนิทคือเขาไม่ดู ในเมื่อมันไม่ได้รับ ความเปึนธรรม ซีกของประเด็นออกมาอยู่ด้านเดียว ผมจึงเห็นว่าวันนี้มันเปึนเรื่องที่ต้องบอก ต้องกล่าวกัน ยิ่งประเด็นที่สําคัญมาก นอกจากเรทติ้งต้องตกในการจัดการของสถานีวิทยุ โทรทัศน์เอ็นบีที ท่านยังให้พิธีกรซึ่งคิดว่าเปึนคนของท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๒ ดอกเตอร์ ๑ ทนาย ออกมาพูดอยู่ทุกวัน ใส่ร้ายปัายสีคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับท่านอย่างชัดเจน ผมเป่ดดูอยู่ แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็ยังมีความเห็นที่มีความหวังอยู่บ้างรําไร วันนี้ เห็นแสงสว่างในสุดซอย ในเมื่อเห็นรายการหนึ่งซึ่งออกมาคือตรงไปตรงมา ผมก็จึงคิดว่า รัฐมนตรีโดยเฉพาะท่านองอาจมีท่านเปึนสื่ออยู่โดยจิตวิญญาณสื่อผมคิดว่าท่านมี อันนี้ ยังมีความหวัง ผมนั่งดูอย่างน้อยพวกฝ์ายค้านก็มีโอกาสที่จะไปบอกพี่น้องประชาชนได้บ้าง อันนี้ต้องชมเชยท่านครับ ผมถึงบอกว่านี่คือจิตวิญญาณของความเปึนสื่อ ผมเอง คิดอย่างนั้นตลอดว่าโดยสื่อจริง ๆ แล้วผมคิดว่าไม่มีใครหรอกต้องการเสนอข่าวด้านเดียว เพียงแต่ว่าซีกอีกมุมหนึ่งมีการสั่งการมาเท่านั้นเอง ผมเองต้องบอกว่าโดยเนื้อหาของ ช่อง ๑๑ เดิมหรือเอ็นบีทีวันนี้ อุปกรณ์ในการทําสื่อตัวนี้ผมคิดว่าดีที่สุดกว่าทุกช่องเท่าที่ ดูในพื้นที่ของผมจังหวัดสกลนครเห็นจากประชาสัมพันธ์จังหวัด ราคาสูงกว่าเพื่อน ช่องอื่น ไม่มีใครเท่าหรอก เพียงแต่ว่าคุณภาพบุคลากรดีไม่พอ ขอฝากท่านรัฐมนตรีผู้ดูแลด้วยว่า ต้องกลับไปทบทวนว่าบุคลากรของท่านขนาดไหน ผมเห็นหลายจังหวัดนักข่าวของช่อง ๑๑ หรือเอ็นบีทีเอาคนขับรถไปทําลูกจ้างชั่วคราว แล้วข่าวทํามาด้วยกันบางที ๒-๓ วันค่อยส่ง ก็ได้ เพราะคุณภาพของข่าวไม่ดีพอ คนทําขาดความรับผิดชอบ เพราะผู้บังคับบัญชา ในหน่วยเหนือให้ความสนใจน้อย เปึนเรื่องต้องบอกต้องกล่าวกัน ผมต้องบอกว่าวันนี้ ต้องขอเพิ่มอีกตรงประเด็นว่าอันที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรงวันนี้คือสํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผมเองตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในจุดนี้เพราะว่าเปึนหน่วยงานหนึ่ง ที่อยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรี เปึนหน่วยงานที่โดยเนื้อหาจริง ๆ แล้วใกล้ชิดกับประชาชน ที่สุด แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ สคบ. หรือสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแทบไม่มี บทบาทในการเข้าไปดูแลประชาชนในพื้นที่ ประชาชนในหมู่บ้าน ในตําบล ในต่างจังหวัด อาจจะมีในกรุงเทพมหานครท่านดูแล ล่าสุดผมเห็นข่าวที่แม้แต่กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ตั้งราคาน้ําไม่เกิน ๗ บาท วันนี้เกลื่อนตลาด ขายทั้งนั้น ๗ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท สคบ. เคยเข้าไปดูแลไหม ผมจึงจําเปึนต้องเสนอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์
ประการสุดท้าย อันนี้ต้องพูดถึงไม่พูดไม่ได้คือ ผมเสนอตัดเลย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปึนหน่วยงานจริง ๆ แล้วผมไม่อยากเห็น ประเทศนี้ไม่มีความมั่นคง พี่น้องประชาชนคิดเหมือนกัน ส.ส. ในนี้คิดเหมือนกันไม่มีผิด เพียงแต่ว่าหน่วยงานคือสภาความมั่นคงแห่งชาติวันนี้ไม่มีบทบาทอะไรเลย ผมจึงจําเปึน ต้องตัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมถึงว่าไม่มีบทบาท เปึนหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาดูแลความมั่นคง ของประเทศชาติ ไม่มีจริง ๆ ครับ ถ้ามีแล้วคงไม่มี ศอฉ. ขึ้นมาวันนี้