สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

นิรมิต สุจารี เสนอการปรับลดงบประมาณสํานักนายกรัฐมนตรีลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากไม่เชื่อว่าการใช้งบจะเกิดประโยชน์ตามที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรอง และการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ท้องถิ่นได้รับงบประมาณ 35% นิรมิต สุจารี ยังเรียกร้องให้ตัดงบประมาณในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ สํานักข่าวกรอง และสภาความมั่นคงแห่งชาติลงไป ๕ เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นชอบการจัดงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย มาตรา ๕ สํานัก นายกรัฐมนตรี งบประมาณที่ตั้งไว้ ๒๕,๔๗๓ ล้านบาท ผมขอปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลดังที่จะกราบเรียนต่อท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณ ที่ตั้งไว้สํานักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๕ นั้น ผมไม่เชื่อว่าการนําเงินไปใช้จะเกิดประโยชน์ ตามที่ตั้งไว้ด้วยเหตุผลดังที่จะขอกราบเรียนต่อท่านประธาน

เรื่องแรก เรื่องของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งตามแผนงานข้อมูลข่าวสาร ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งผมมีความเชื่อว่าคงจะเปึนวิธีการที่จะทําให้การปรองดองเกิดขึ้น ในสังคมไทย ซึ่งปัญหาความขัดแย้งได้เกิดขึ้น ซึ่งมันสัมพันธ์กับเรื่องของการปัองกัน และแก้ไขปัญหาก่อการร้ายและการรักษาผลประโยชน์ของชาติ รวมไปถึงการข่าวกรอง และต่อต้านข่าวกรองเพื่อฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ทําไมผมพูดอย่างนี้นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าอันดับแรก การข่าวกรองและ การต่อต้านข่าวกรอง หน่วยงานนี้มีงบประมาณที่ตั้งไว้เยอะแยะเลย แต่ผมไม่เห็นชอบ ในผลงานที่ผ่านมา เพราะผมมองว่าสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติแทนที่จะเปึนข้อมูลเบื้องต้น ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะวางแผนปัองกันความมั่นคง หรือปัองกัน การก่อการร้าย หรือรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ได้เข้าใจข้อมูลที่ชัดเจน แต่ปรากฏว่า ข่าวกรองออกมาทําให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าใจผิดหมด เมื่อเข้าใจผิดหมดการตั้งข้อกล่าวหา หรือการกําหนดท่าทีที่จะแสดงออกต่อสาธารณชน ก็เลยเปึนการไม่ปกปัองคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน สิ่งที่ผมจะกราบเรียนที่ให้เห็นชัดเจนก็คือว่า เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของรัฐบาล หรือของกรมประชาสัมพันธ์ หรือสํานักข่าวกรอง หรือสภาความมั่นคง เปึนภาพลักษณ์ที่ดี แต่ปัจจุบันนี้ภาพลักษณ์ไม่ดีครับ เนื่องจากว่า ข้อมูลที่ท่านได้มานั้นมากําหนดออกมา อย่างเช่นมาตั้งข้อกล่าวหาว่าเปึนผู้ก่อการร้าย ผมถามว่าคําว่า ผู้ก่อการร้าย คืออะไร หมายความว่าอย่างไร แต่ที่ประกาศออกไปเพื่ออะไรครับ เพื่อที่อยากจะให้เจ้าหน้าที่ สามารถที่จะควบคุมตัวผู้ก่อการร้ายโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา แล้วควบคุมได้ทั้ง ๓๐ วัน แต่ถ้าแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อไรท่านจะหมดสิทธิตรงนี้ไป อันนั้นเปึนการใช้กฎหมาย หรือใช้เงินเพื่อที่จะไปสร้างความแตกแยกในสังคมมากกว่า เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นชอบว่า หน่วยงานต่าง ๆ หรือเรื่องการข่าว ๑. ข้อมูลไม่เปึนจริง เดี๋ยวนี้ประชาชนก็ไม่อยากจะฟัง ข่าว ทั้งข่าวกรอง ทั้งข่าวสภาความมั่นคง รวมถึงกรมประชาสัมพันธ์ที่ออกข่าวไป พี่น้องประชาชนหลายคนที่ผมลงไปพื้นที่เขาบอกว่าดูข่าวเมื่อไรแล้วเวียนหัว ปวดหัว กินข้าวไม่ได้ บางทีเท้านี่ขอโทษเถอะครับยันโทรทัศน์แตกไปหลายเครื่องแล้ว ก็เนื่องจากว่า การเสนอข่าวโดยไม่เปึนธรรม แล้วก็ไม่สร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วย แล้วก็ ไม่เชื่อว่าจะนําเงินไปทําให้เกิดประโยชน์ตามที่ตั้งไว้ได้ ขอตัดลด ๕ เปอร์เซ็นต์

แล้วก็อีกหน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือการส่งเสริมการกระจายอํานาจ การปกครอง แผนงานนี้เปึนแผนงานที่สําคัญ เพราะว่าประเทศไทยของเราเดี๋ยวนี้ กําลังจะกระจายอํานาจไปสู่การปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่บอกว่าท้องถิ่นทุกวันนี้แทนที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ออกไปแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้อง แต่ปรากฏว่าได้มอบหมายภารกิจเข้าไปมาก แต่งบประมาณ ไม่จัดให้ดังที่ปรากฏรัฐธรรมนูญกําหนดว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณก็จะต้อง ลงไปสู่ท้องถิ่นเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนในท้องถิ่น ปรากฏว่าไปเปึน เงินเดือนของผู้สูงอายุ ไปเปึนเงินเดือนของ อสม. เปึนนมเด็ก เงินพัฒนาไม่มีเลย หลาย อบต. ฝากบอกมาว่าเรื่องการไปตัดงบประมาณเงินอุดหนุนของ อบต. หลาย อบต. เคยได้รับ ๑๕ ล้านบาท แต่ถูกตัดไปยังเหลือ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็มี ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตัดลงไปเหลืออยู่ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็มี ทําให้การพัฒนาหรือการแก้ไขปัญหา ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

ผมอยากจะกราบเรียนอีกปัญหาหนึ่งก็คือว่า โครงการต่าง ๆ ที่ลงไปถึง ท้องถิ่นมีปัญหากันนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของเงินอุดหนุนลงไปทําให้ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนกันมาก อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมไม่สามารถที่จะให้ ความเห็นชอบงบประมาณต่อไปได้ จึงขอตัดงบประมาณในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็สํานักข่าวกรอง สภาความมั่นคงแห่งชาติลงไป ๕ เปอร์เซ็นต์ และที่สําคัญที่สุด การจัดงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นจัดเพื่อที่จะให้ความสําคัญแก่พวกพ้อง โดยสังเกตเห็นชัดเจนว่าไปจัดเงินงบประมาณซื้อรถกันกระสุนคันละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นายกรัฐมนตรี ให้แก่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี อันนี้ผม ไม่เห็นชอบครับ ขณะที่ประชาชนชาวบ้านวันนี้ถูกรีดภาษี ได้ยินข่าวบอกว่าจะเพิ่มแวต เข้าไปอีกจาก ๗ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเขา เดือดร้อนมาก วันนี้ฝนแล้งนะครับอีสาน นาก็ไม่ได้ทํา ภาษียังถูกบีบอีก และขณะเดียวกัน มาดูผู้นําของประเทศ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีนั่งรถคันละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อทั้งทีนั้น ๒ คัน รองนายกรัฐมนตรีซื้อเข้าไปอีกทีละ ๒ คัน จะนั่งไปไหนครับ ชาวบ้านเขาเดือดร้อน เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่าจะนําเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามที่ตั้งไว้ ขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ